SNNP เดินเครื่องจักรโรงงานผลิตสินค้าเวียดนาม ตั้งเป้าหนุนรายได้ส่งออกพุ่ง 2,000 ล้านบาทในปี 66
SNNP เดินเครื่องโรงงานในเวียดนาม หวังใช้เป็นฐานการผลิต และศูนย์กระจายสินค้าที่สำคัญ ลุยส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ในกลุ่ม CLMV และรวมไปถึงประเทศอื่นๆ ในเอเชียอีกด้วย ดันปี 2566 รายได้ส่งออกพุ่ง 2,000 ล้านบาท และคาดรายได้รวมปี 69 ทะลุเป้า 8,000 ล้านบาท
นายฐากร ชัยสถาพร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานธุรกิจต่างประเทศ บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SNNP เปิดเผยว่า ล่าสุดบริษัทได้เดินสายผลิตและดำเนินการค้าเชิงพาณิชย์โรงงาน S.T. Food Marketing Co., Ltd. ในเวียดนามอย่างเป็นทางการ
โดยการเปิดโรงงานในประเทศเวียดนามในครั้งนี้ จะช่วยสนับสนุนรายได้ และกำไรให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจะใช้เป็นฐานการผลิต และศูนย์กระจายสินค้าที่สำคัญไปยังต่างประเทศมากขึ้นในอนาคต โดยปัจจุบันสินค้าของบริษัทได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในเวียดนาม อีกทั้งโรงงานตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคค ดังนั้นจึงเป็นทำเลที่เหมาะสม
ทั้งนี้ในปี 2566 บริษัทได้ตั้งเป้าหมายรายได้จากการขายจากประเทศเวียดนามเติบโตที่ระดับ 1,000 ล้านบาท และในปี 2569 จะเพิ่มขึ้นเป็น 2,000 ล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโตมากถึง 7 เท่า ภายใน 5 ปี โดยยอดขายผ่านตัวแทนจำหน่ายในเวียดนามช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 อยู่ที่ 218 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อนโดยมียอดขายอยู่ที่ 130 ล้านบาท มีสัดส่วนรายได้หลักมาจากขนมขบเคี้ยว 93% และกลุ่มสินค้าเครื่องดื่ม 7% ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตขึ้นได้เป็นอย่างดี
“โรงงาน S.T. FOOD MARKETING ได้เริ่มเดินสายการผลิตครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา และเปิดการค้าเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ ในไตรมาส 4/2565 โดยเริ่มผลิตขนมขึ้นรูป ขนมปังแท่ง ภายใต้เครื่องหมายการค้า “โลตัส” ซึ่งในปี 2566 บริษัทตั้งเป้าผลิตสินค้าภายใต้หมายการค้า” เบนโตะ” และ “เจเล่” ในไตรมาส 1 และ ไตรมาส 3 ตามลำดับ” นายฐากร กล่าว
ทั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของ SNNP ที่ตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำทางการตลาดของขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่มทั้งในและต่างประเทศได้เป็นอย่างดี ซึ่งเชื่อมั่นว่าการลงทุนฐานการผลิตที่เวียดนาม จะช่วยสร้างผลตอบแทนและรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นให้กับบริษัทระยะยาว
ขณะเดียวกันบริษัทมีแผนจะใช้โรงงานดังกล่าวเป็นฐานการผลิตที่สำคัญแบบครบวงจร ซึ่งมองเห็นถึงศักยภาพการขยายโอกาสทางการตลาดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเวียดนามมีความพร้อมในด้านของแรงงาน วัตถุดิบ และภูมิประเทศที่พร้อมจะเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิต เพื่อป้อนสินค้า และส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ในกลุ่ม CLMV และรวมไปถึงประเทศอื่นๆ ในเอเชียอีกด้วย
นอกจากนี้ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา ได้มีการมีการส่งสินค้าไปยังเวียดนาม ทำให้มีความรู้ และความเข้าใจ รวมถึงการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในธุรกิจขนมขบเคี้ยว และเครื่องดื่มในเวียดนามเป็นอย่างดีมีพันธมิตรที่แข็งแกร่ง รวมถึงบริษัทคู่ค้าในท้องถิ่นที่มีความเชี่ยวชาญในการกระจายสินค้า และในเวียดนามเองมีประชากรมากถึงราว 99 ล้านคน ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะเป็นปัจจัยผลักดันให้ยอดขายสินค้ามีแนวโน้มเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
ปี 66 รายได้ส่งออกพุ่ง 2 พันล้านบาท
ส่วนภาพรวมออกการส่งออก บริษัทประเมินว่าปี 2566 จะมีรายได้จากการส่งออกรวมเพิ่มขึ้นเป็นไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท จากปี 2565 ที่คาดว่าจะมีรายได้จากการส่งออกที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท เนื่องจาก รับรู้รายได้จาก โรงงานในเวียดนามได้เต็มปี รวมทั้งการส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ มีการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจ ทำให้คาดภาพรวมปี 2569 รายได้รวมจะทำได้มากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 8,000 ล้านบาท และคาดว่าสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศจะเพิ่มเป็น 45-50% จากเดิมที่คาดว่าจะมีสัดส่วนที่ประมาณ 40% โดยปัจจุบันบริษัทมีการขยายตลาดไปในหลายๆ ประเทศ เช่น ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศเกาหลีใต้ ประเทศสหรัฐฯ ประเทศจีน ประเทศสิงคโปร์ ตะวันออกกลาง และสหภาพยุโรป เป็นต้น ซึ่งถือว่ามีกระแสตอบรับที่ดีมาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
