Official Update :

ส่องอนาคต 5 หุ้นโรงไฟฟ้ารายใหญ่ ต้นทุนลด-ค่า Ft พุ่ง หนุนผลงานโตแกร่ง

ประกาศครบแล้ว สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3/65 ของหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า ดังนั้น Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาฉายภาพอนาคตของหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้ารายใหญ่ของตลาดหุ้นไทยว่าจะมีความน่าสนใจหรือไม่ จะมีการเติบโตได้แค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น GULF, GPSC, BGRIM, RATCH และEGCO


ล่าสุดนักวิเคราะห์บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า คงน้ำหนักการลงทุนของกลุ่มโรงไฟฟ้า “มากกว่าตลาด” โดยมองว่าการปรับขึ้นค่า Ft งวดเดือน ม.ค. - เม.ย. 2566 เพิ่มในระดับ +64.88-131.55 สตางค์/หน่วย และต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่มีแนวโน้มปรับตัวลงจะส่งผลให้กำไรปกติในปี 2566 ของกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP สามารถฟื้นตัวได้ทุกไตรมาสเมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน


นอกจากนี้หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้ามีประเด็นการเก็งกำไรในระยะกลาง คือการเปิดรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนรอบใหม่ของ กกพ. จำนวน 5.2 GW (คาดทุกบริษัทในกลุ่มฯเข้าร่วม) โดยให้ BGRIM (ราคาเป้าหมาย 43 บาท) , GPSC (ราคาเป้าหมาย 72 บาท) และ SSP (ราคาเป้าหมาย 14.40 บาท) เป็น Top Picks ของกลุ่มโรงไฟฟ้า


ทั้งนี้ BGRIM และ GPSC หนุนจากกำไรที่อยู่ในช่วงฟื้นตัวเพราะ 1.ค่า Ft ที่ปรับขึ้นทุก 1 สตางค์/หน่วย จะส่งผลต่อกำไรของ BGRIM และGPSC ราว 21 ล้านบาท/ปี และ 63 ล้านบาท/ปี และ 2.ต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ลดลงทุก 1 บาท/ล้านบีทียู


จะส่งผลให้กำไรของ BGRIM และ GPSC เพิ่มขึ้นราว 17 ล้านบาท/ปี และ 25 ล้านบาท/ปี ขณะที่ SSP จะได้แรงหนุนจากการปรับขึ้นค่า Ft และโอกาสในการได้กำลังผลิตเพิ่มจากการเปิดรับซื้อไฟฟ้ารอบใหม่



สำรวจปัจจัยพื้นฐาน
5 หุ้นโรงไฟฟ้ารายใหญ่

GULF โดยนักวิเคราะห์บล. หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 4/65 คาดมีประเด็นเก็งกำไรหลัก 3 ประเด็น 1.การยื่นข้อเสนอขายไฟให้กับ กกพ. ตามแผนรับซื้อของ กกพ. ที่ 5.2GW 2.การเปิดเผยแผนการลงทุน Data center และ 3.การเข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในยุโรปเพิ่มเติม


โดยคงมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการของ GULF ในไตรมาส 4/65 การขายไฟของ IPP และ GJP คาดว่าจะฟื้นตัว โรงไฟฟ้า SPP ได้ประโยชน์จากค่า Ft ที่สูงขึ้นมีผลเต็มไตรมาส ขณะที่ต้นทุนก๊าซธรรมชาติลดลงจากไตรมาสก่อน และยังมีส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังงานลมขนาด 170MW ที่ถือในสัดส่วน 50% จากการซื้อเงินลงทุนจาก GUNKUL เต็มไตรมาสครั้งแรก


รวมถึงการเข้าสู่ High season ของ BKR2 และการ COD หน่วยที่ 4 ของ GSRC อีกกว่า 660MW เต็มไตรมาส คาดกำไรปกติมีโอกาสทำระดับสูงสุดใหม่ ที่ 3,300 ล้านบาท ขึ้นไป  ดังนั้นคงประมาณการกำไรปกติปี 2566 ที่ 18,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น57.2%จากปีก่อน คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 66 บาท


GPSC โดยนักวิเคราะห์บล. หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า  มองผลประกอบการไตรมาส 4/65 จะเริ่มเห็นจุดเปลี่ยน คาดกำไรเติบโตจากไตรมาสก่อน เป็นจุดสูงสุดของปี หนุนจากการรับรู้ค่า Ft สูงขึ้นเต็มไตรมาส, โรงไฟฟ้าหยุดซ่อมบำ รุงลดลง,ต้นทุนเชื้อเพลิงประคองตัว - ลดลง และรับรู้เงินเคลมประกันภัย 20-30 ล้านเหรียญฯ คาดกำไรทั้งปี 65 ที่ 3.0 พันล้านบาท ลดลง 59%จากปีก่อน


มองข้ามไปปี 2566 คาดกำไร 5.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 91% จากปี 2565 เพราะอัตรากำไรการจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรม (IU) ของโรงไฟฟ้า SPP ทยอยฟื้นตัวเพราะค่าไฟฟ้าปรับเพิ่มขึ้นตามค่า Ft ขณะที่ต้นทุนเชื้อเพลิง


ก๊าซธรรมชาติและถ่านหินไม่สูงกว่าปีนี้ ล่าสุด ต้นทุน LNG Asia spot อยู่ที่ 27 ดอลลาร์สหรัฐ/ล้านบีทียู ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากจุดสูงสุดปลาย เดือน ส.ค.ระดับ 70 ดอลลาร์สหรัฐ/ล้านบีทียู คงแนะ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 72 บาท โดยประมาณการยังมี Upside จากผลการเข้าประมูลโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 5.2 GW ของภาครัฐ คาดรู้ผลประมูลไตรมาส 1/66


BGRIM โดยนักวิเคราะห์บล. หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า มองว่ากำไรปกติไตรมาส 3/65 เป็นจุดต่ำสุด และจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวของผลประกอบการได้ตั้งแต่ไตรมาส 4/65 โดยได้แรงหนุนจาก 1.การรับรู้แรงหนุนจากการปรับขึ้นค่า Ft


รอบเดือน ก.ย. - ธ.ค. แบบเต็มไตรมาส 2.ต้นทุนก๊าซธรรมชาติมีแนวโน้มปรับตัวลงจากไตรมาสก่อน จากสัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย (ก๊าซธรรมชาติต้นทุนต่ำ ) ที่เพิ่มสูงขึ้นและสัดส่วนการใช้ LNG นำเข้าที่ลดลง (ต้นทุนสูงกว่าก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยมาก) โดยคาดกำไรสุทธิปี 2565 ที่ 330 ล้านบาท ลดลง 85% จากปีก่อน


หากมองไปปี 2566 คาดกำไรปกติสามารถเติบโตจากปีก่อน ได้ต่อเนื่องทุกไตรมาสเพราะต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่มีแนวโน้มปรับตัวลงจากฐานที่สูง (คาดเริ่มปรับตัวลงตั้งแต่ครึ่งแรกปี 66) และค่า Ft ที่มีปรับตัวลงช้ากว่าต้นทุน ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง จึงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 43.00 บาท


RATCH โดยบล. ดาโอ (ประเทศไทย) แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 53 บาท หลังรวมโครงการใหม่ NEJV เข้ามาในประมาณการทั้งนี้ Key catalyst ของ RATCH คือโอกาสในการได้โครงการโครงสร้างพื้นฐานใหม่ร่วมกับพันธมิตรในอนาคต


อย่างไรก็ตามปรับประมาณการกำไรปกติปี 65 ลงมาที่ 7.1 พันล้านบาท แต่ยังเพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน จาก dilution effext หลังเพิ่มทุน หลังโครงการ Paiton 0.9 GWe ยังปิดดีลไม่เสร็จ คาดเลื่อนไปรับรู้ในไตรมาส 1/66 จากเดิมประเมินเข้ามาในช่วงครึ่งหลังปีนี้ ในขณะที่กำไรปกติปี 66 ปรับขึ้นมาที่ 9.1 พันล้านบาท โต 27% จากปีก่อน หลังรวมโครงการ NEJV 1.5GWe (เปิดดำเนินการแล้ว 0.4GWe) เข้ามาในประมาณการ


สุดท้าย EGCO โดยบล. เอเซีย พลัส กล่าวว่า แนวโน้มกำไรไตรมาส 4/65 คาดกำไรปกติจะปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อน เพราะเป็นช่วง low season ของการขายไฟฟ้า ประเมินมูลค่าพื้นฐานสิ้นปี 2566 เท่ากับ 214 บาทต่อหุ้น แนะนำ ซื้อ โดยให้น้ำหนักลงทุนไปที่ปันผลที่จ่ายอย่างสม่ำเสมอ ปีละ 2 ครั้ง โดยมี Dividend Yield เฉลี่ยอยู่ราว 4% ต่อปี คาดปี 2565 มีกำไรสุทธิ 4,724 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน 4,104 ล้านบาท


ณัฐภูมินทร์ ทวีทรัพย์

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”

Most Viewed
Wealth EZ
“รุ่นหนึ่งสร้าง-รุ่นสองรักษา-รุ่นสามทำลาย” !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
จับตาวิกฤตตะวันออกกลาง ซาอุฯ ปิดท่อส่งน้ำมันดันราคาพุ่ง ชู PTTEP เด่นรับอานิสงส์น้ำมันดิบ กบง. ขยายเวลาตรึงดีเซลกดดันโรงกลั่น
Updated 13 hours ago
Stock of the Day
เรากำลังแข่งกันสร้าง “พระเจ้า” แต่เราแน่ใจแล้วหรือว่าจะเป็น “พระเจ้าผู้ทรงเมตตา”? ความกังวลที่ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เพิ่งเริ่มเป็นที่รับรู้
Updated 11 hours ago
Fun of Funds
“Fund of Property fund - Thai” โอกาสลงทุนรับ “ปันผลดี-สม่ำเสมอ” ง่ายๆ ผ่าน “กองทุนรวม” !!!
Updated 5 hours ago
News Highlight
“Hummix” เปิดตัว AI Low-Code ออกแบบเพื่อธุรกิจไทย เชื่อม “AI-ข้อมูล-ระบบ” สู่การทำงานจริง รองรับองค์กรทุกขนาด
Updated 10 hours ago
Follow Us