COM7- SYNEX กำลังเป็นขาขึ้น! กูรูฟันธง! กำไรปี 65-66 โตแน่
2 หุ้นค้าปลีกสินค้าไอที ยังฮอตไม่หยุด มีปริมาณการซื้อขายหน้าแน่นมาโดยตลอด ทั้ง COM7 และ SYNEX ล่าสุดผลประกอบการของทั้ง 2 บริษัทช่วงไตรมาส 3/2565 รายงานออกมาอย่างโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็น COM7 มีกำไรสุทธิ 724.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 570.50 ล้านบาท ส่วน SYNEX มีกำไรสุทธิ 215.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.80% จากงวดเดียวกันของปีก่อน แม้จะเจอสถานการณ์ปัจจัยลบตั้งแต่ต้นปี แต่ยังสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ช่วงไตรมาส 4/2565 ของทั้ง 2 บริษัทก็มีสัญญาณดีเช่นกัน ทำให้นักวิเคราะห์คาดว่ากำไรในปี 2565 ของทั้ง 2 บริษัทจะรายงานออกมาเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเติบโตไปอีกในปี 2566 ซึ่งเริ่มจาก COM7 โดยบล.เอเซีย พลัส จำกัด มีความเห็นว่า แนวโน้มกำไรของ COM7 ในไตรมาส 4/65 ดูสดใส และคาดจะไต่ระดับสูงขึ้นได้ต่อเนื่อง
ทั้งนี้เนื่องจากมีปัจจัยบวกที่จะเข้ามาสนับสนุนผลประกอบการในช่วงไตรมาส 4/65 คือ การเปิดตัว iPhone 14 ตั้งแต่ช่วงกลาง ก.ย. 2565 ซึ่งถือว่าเร็วกว่าปกติที่จะมีการเปิดตัวในไตรมาส 4 ของทุกปี โดยจะทำให้ในไตรมาส 4/65 จะได้ประโยชน์ iPhone 14 แบบเต็มไตรมาส และได้ผลบวกจากฤดูกาลที่ผู้คนมักจับจ่ายสินค้าต่างๆมากขึ้นในช่วงปลายปี รวมทั้งสินค้าอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ
อย่างไรก็ตามแม้กำไรโดยรวมสำหรับช่วง 9 เดือนปี 65 มีสัดส่วน 71% ของประมาณการทั้งปี แต่กำไรในงวดไตรมาส 4/65 จะไต่ระดับสูงขึ้น ทำให้คงประมาณการกำไรปี 2565 ไว้ตามเดิมที่ 2,981 ล้านบาท เติบโต 14% จากปีก่อน และปี 2566 คาดที่ 3,562 ล้านบาท เติบโต 20% จากปีก่อน
นอกจากนี้มองว่าบริษัทยังมีศักยภาพการเติบโตในระยะยาวจากการต่อยอดการขายสินค้าไอทีไปยังสินค้าประเภทอื่นๆ รวมไปถึงการเข้าสู่ธุรกิจใหม่ๆ เช่น ธุรกิจประกัน และร้านยาภายใต้ความร่วมมือกับ BDMS ทำให้ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” COM7 ขยับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2566 ซึ่งอยู่ที่ 47.50 บาท
ถัดมา SYNEX โดยบล.พาย มีความเห็นว่า แม้สภาวะขาดแคลนอุปทานยังดำรงอยู่ แต่เชื่อว่าอุปสงค์ จะยังแข็งแกร่งและเป็นคุณต่อภาพรวมในไตรมาส 4/2565 และปี 2566 ของ SYNEX โดยคาดว่ากำไรจะแข็งแกร่งในไตรมาส 4/2565 จากปัจจัยตามฤดูกาลโดยเฉพาะ iPhone 14 ที่ยังเป็นที่นิยม ดังนั้น ราคาหุ้นที่ลดลง 54% นับจากต้นปี (YTD) จึงสะท้อนโอกาสในการเข้าสะสมหุ้นในราคาที่ถูก ขณะที่มีโอกาสให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ 4.4-4.9%
ทั้งนี้คงมุมมองเชิงบวกต่อภาพรวมปี 2566 คาดว่ากำไรจะโต 10% มาที่ 974 ล้านบาท จากปี 2565 ที่คาด 889 ล้านบาท เติบโต 4.3% จากปีก่อน โดยนอกจากโครงการภาคเอกชนและรัฐ คิดว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคก็จะปรับดีขึ้น รายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำหรับเดือน ต.ค. 2565 ประเมิน GDP โต 3.8% ในปี 2566 หนุนจากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว ขณะที่เงินเฟ้อทั่วไปจะลดลงอย่างมากเป็น 2.6%
คงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 24.25 บาท โดยประเมินว่าธุรกิจของบริษัทยังแข็งแกร่งแม้เผชิญแรงกดดันด้านเศรษฐกิจหลายประการ และมองว่าจะสามารถเติบโตได้มากยิ่งขึ้นเมื่อสถานการณ์ต่าง ๆ ปรับดีขึ้น

