Official Update :

สิ่งที่นักลงทุนควรรู้ก่อนเทรดหุ้น SAF การวางเป้าใหญ่! เป็นผู้นำธุรกิจเหล็กกล้าเกรดพิเศษ

อีกเช่นเคย คอลัมน์ NEXT IPO วันนี้ Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาทำความรู้จักกับหนึ่งในหุ้น IPO ที่เตรียมจะเข้าเทรดอย่าง SAF หรือ บริษัท เอส.เอ.เอฟ. สเปเชียล สตีล จำกัด (มหาชน) ล่าสุดได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 80 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกิน 26.67% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดฯ ในราคาหุ้นละ 1.93 บาท เปิดให้นักลงทุนจองซื้อในระหว่างวันที่ 29 – 30 พฤศจิกายน และ 1 ธันวาคม 2565 คาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ช่วงกลางเดือนธันวาคมนี้


สำหรับราคา IPO ดังกล่าว คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) ตามจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทก่อนการเสนอขายหุ้น IPO และภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO ได้ดังนี้

  • คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E Ratio) เท่ากับ 25.63 เท่า เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิ ซึ่งเท่ากับ 0.0753 บาทต่อหุ้น ซึ่งคำนวณจากกำไรสุทธิตามงบการเงินของบริษัท ในช่วง 4 ไตรมาสย้อนหลัง (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2565) ซึ่งเท่ากับ 16.56 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทก่อนการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ ซึ่งเท่ากับ 220 ล้านหุ้น (Pre-IPO)

  • คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E Ratio) เท่ากับ 34.96 เท่า เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิ ซึ่งเท่ากับ 0.0552 บาทต่อหุ้น หากพิจารณากำไรสุทธิต่อหุ้น ที่คำนวณจากจำนวนหุ้นสามัญที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังจากการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ ซึ่งเท่ากับ 300.00 ล้านหุ้น (Fully Diluted)



SAF ดำเนินธุรกิจผู้จำหน่ายและแปรรูปเหล็กกล้าเกรดพิเศษเพื่องานอุตสาหกรรมต่างๆ และเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องในส่วนการเลื่อยเหล็กกล้า รวมถึงให้บริการชุบแข็งด้วยระบบสุญญากาศ ซึ่งในรูปแบบการประกอบธุรกิจของบริษัท จะเป็นลักษณะธุรกิจนำเข้าสินค้ามาจำหน่าย บวกกับการให้บริการเสริมต่างๆ เช่น การชุบแข็งสุญญากาศ เป็นต้น


ทั้งนี้บริษัทเป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษเฉพาะกลุ่มเหล็กกล้าเกรดพิเศษ และมีสัมพันธภาพที่ดีกับทางผู้ผลิตในต่างประเทศ โดยการนำเข้าเหล็กกล้าเกรดพิเศษมาจากต่างประเทศเกือบทั้งหมด ประมาณ 90-93%  ส่วนใหญ่ของบริษัทประมาณ 85-87% จะเป็นการนำเข้ามาจากบริษัทผู้ผลิตในประเทศเยอรมนี


โดยบริษัทประกอบธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็กกล้าเกรดพิเศษและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องและบริการชุบแข็งด้วยระบบสุญญากาศให้แก่กลุ่มลูกค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ กลุ่มวัสดุก่อสร้าง กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร และกลุ่มอื่นๆ ทั้งประเภท End-User ซึ่งนำเหล็กกล้าเกรดพิเศษไปใช้งานโดยตรง และประเภท Supplier ซึ่งนำเหล็กกล้าเกรดพิเศษที่ซื้อจากบริษัทไปผลิตชิ้นงานเพื่อจำหน่ายต่อ เป็นต้น


โครงสร้างการบริหารจัดการธุรกิจและการรายงานผลการดำเนินงานของบริษัท แบ่งเป็นรายได้ 4 ส่วนผลิตภัณฑ์หลักตามลักษณะการใช้งานของผลิตภัณฑ์และบริการ ได้แก่ 1.เหล็กกล้าเกรดพิเศษสำหรับแม่พิมพ์งานอุตสาหกรรม 2.เหล็กกล้าเกรดพิเศษสำหรับเครื่องจักรกล 3.บริการชุบแข็งด้วยระบบสุญญากาศ และ 4.รายได้จากการขายอื่นๆ


บริษัทมีวิสัยทัศน์เป็นผู้นำในการจำหน่ายเหล็กกล้าเกรดพิเศษและให้บริการอบชุบสุญญากาศแก่อุตสาหกรรมโลหะการในประเทศไทย บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตในอีก 2 ปีข้างหน้า (2566-2567) ต้องการจะมียอดขายเติบโตเฉลี่ยประมาณ 23-28% ต่อปี โดยมีแผนลงทุนโครงการคลังสินค้าและโรงงานแห่งใหม่ เพื่อเพิ่มปริมาณการจัดเก็บวัตถุดิบจาก 2,000 ตัน เป็น 4,000 ตัน คาดจะเริ่มก่อสร้างโครงการภายในปี 2566 และมีแผนเปิดใช้งานภายในไตรมาส 2/66


นอกจากนี้ บริษัทยังวางแผนลงทุนระบบเตาชุบแบบไนไตรดิ้ง เพื่อให้บริการชุบได้อย่างครบวงจร ซึ่งที่ผ่านมาลูกค้าที่ซื้อเหล็กกล้าเกรดพิเศษมีความต้องการใช้บริการชุบแบบไนไตรดิ้งเป็นอย่างมาก เพราะทำให้เหล็กมีคุณสมบัติที่ดีขึ้น ทั้งความแข็งที่ผิวเหล็ก ความต้านทานการสึกหรอ และการกัดกร่อน เป็นต้น


โดยคาดว่ายอดขายที่จะมีการเติบโตหลักมาจากศักยภาพที่เพิ่มขึ้นในการขยายพื้นที่คลังสินค้า ที่จะสามารถตอบสนองให้กับลูกค้าครบถ้วนทั้งในรูปของผลิตภัณฑ์ที่ตรงความต้องการ ปริมาณที่เพียงพอ และ การส่งมอบสินค้าที่ตรงเวลา รวมถึงการเพิ่มบริการการชุบจากระบบเตาชุบไนไตรดิ้ง ซึ่งจะทำให้สามารถตอบสนองลูกค้าได้ดีและครอบคลุมมากขึ้น และจากประสบการณ์อันยาวนานที่ดำเนินธุรกิจจำหน่ายเหล็กกล้าเกรดพิเศษ


รวมถึงความเชื่อมั่นจากคู่ค้า (Suppliers) ต่างประเทศที่ทางบริษัท มีความสัมพันธ์อันดีมาโดยตลอด  บริษัทจึงเล็งเห็นถึงโอกาสของการขยายธุรกิจสู่ตลาดประเทศเพื่อนบ้าน (CLMV) ทั้งนี้รูปแบบในการขยายธุรกิจดังกล่าว ต้องพิจารณาหลังจากสถานการณ์โควิดที่คลี่คลายขึ้นและการเปิดประเทศให้เข้าออกได้ในภาวะปกติ



กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ

1.เพิ่มส่วนแบ่งการตลาดผลิตภัณฑ์เหล็กกล้าเกรดพิเศษ สำหรับกลุ่มธุรกิจ ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และ ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง รวมทั้งเพิ่มสัดส่วนรายได้กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมอาหาร


2.พัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ต่อยอดจากวัตถุดิบเหล็กกล้าเกรดพิเศษ ด้วยการจัดตั้งเครือข่าย/คลัสเตอร์สำหรับผู้ผลิตแม่พิมพ์และชิ้นส่วนโลหะต่างๆ


3.เพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตแปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็กกล้าเกรดพิเศษร่วมกับกำลังการผลิตให้บริการอบชุบสุญญากาศแบบครบวงจร เพื่อให้ได้คุณภาพผลิตภัณฑ์สูงสุด


4.ขยายพื้นที่ในการจัดเก็บวัตถุดิบ โดยก่อสร้างคลังสินค้าแห่งใหม่ เพื่อรองรับปริมาณความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้น และเพื่อรองรับการขยายฐานลูกค้าใหม่


5.มุ่งเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันแก่ภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย


6.สร้างการรับรู้และความภักดีต่อแบรนด์ และประชาสัมพันธ์การเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai


สำหรับวัตถุประสงค์ในการระดมทุน บริษัทจะนำเงินไปใช้ในโครงการลงทุนคลังสินค้าและโรงงานแห่งใหม่ รวมถึงเงินลงทุนในเครื่องจักรอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน ประมาณ 80 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับลงทุนเตาชุบแบบไนไตรดิ้ง 10 ล้านบาท และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการและการดำเนินการอื่นใดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อกิจการ


ส่วนภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วงปี 2562 มีรายได้รวม 255.89 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 9.05 ล้านบาท ขณะที่ 2563 มีรายได้รวม 182.32 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 2.45 ล้านบาท และปี 2564 มีรายได้รวม 214.75 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 15.53 ล้านบาทล่าสุดช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 มีรายได้รวม 115.02 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ระดับ 115.90 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 9.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 8.04 ล้านบาท


ณัฐภูมินทร์ ทวีทรัพย์

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”