5 อันดับตลาดหุ้นเอเชีย ที่โดนต่างชาติขายสุทธิมากที่สุด

กระแสเงินทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นในภูมิภาคอย่างต่อเนื่องรวมถึงตลาดหุ้นของไทยที่ยังคงเป็นหนึ่งในนั้นที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 7 วันซ้อน 30,000 ล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นไทยไม่ได้โดนกระแสเงินทุนต่างชาติขายออกมาที่สุด เพราะยังมีกลุ่มประเทศเอเชียเหนือที่โดนเทขายมากที่สุด แต่จะเป็นประเทศอะไรนั้น Wealthy Thai จะพาไปดู


โดย หากย้อนดูสถิติตั้งแต่ในช่วงต้นปีจนถึงปัจจุบัน กระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นไทย และตลาดหุ้นเกิดใหม่โดนนักลงทุนต่างชาติกระหน่ำเทขายออกมาต่อเนื่อง แต่หากไล่เรียงกันดีๆจะเห็นว่าเงินทุนต่างชาติพึ่งจะมียอดซื้อสุทธิแค่เพียง 3 สัปดาห์แรกของปีเท่านั้น จากนั้นก็ขายสุทธิมาโดยตลอด


สำหรับ เหตุผลการขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อตลาดหุ้นในกลุ่มภูมิภาคเอเชีย คงจะหนี้ไม่พ้นปัจจัยที่เข้ามากระทบคือ การที่ธนาคารการสหรัฐจะทำ QE Tapering หรือการปรับลดเม็ดเงินที่ใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านมาตรการ QE ของสหรัฐ จึงเป็นประเด็นร้อนที่เข้ามากระทบตลาดหุ้นในภูมิภาค คือพูดกันแบบง่ายๆ คือ สหรัฐจะไม่พิมพ์เงินออกสู่ระบบแล้ว 


โดย Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาล้วงลึกข้อมูลว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียประเทศไหนที่โดนนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิออกมาที่สุด คำตอบคือ ตลาดหุ้นเกาหลี โดยข้อมูลระบุว่าตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน มูลค่ากว่า 4,666 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 139,840 ล้านบาท) 


ส่วนตลาดหุ้นที่โดนนักลงทุนต่างชาติเทขายสุทธิเป็นลำดับที่ 2 คือ ตลาดหุ้นไต้หวัน โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิรวม  2,450 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 73,426 ล้านบาท) ขณะที่ตลาดหุ้นไทย โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิมากเป็นอันดับ 3 โดยมียอดขายสุทธิ จำนวน 501 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 15,014 ล้านบาท) 


ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิเป็นลำดับที่ 4 ได้แก่ ตลาดหุ้นประเทศฟิลิปปินส์ โดยมีมูลค่าการขายสุทธิที่ 309 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 9,260 ล้านบาท) ขณะที่ตลาดหุ้นมาเลเซียเป็นอีกหนึ่งตลาดที่โดนนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน จำนวน 208 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 6,233 ล้านบาท)



หุ้นไทยที่โดนฝรั่งทอดทิ้งมากที่สุด


คราวนี้เราจะมาดูกันว่าหุ้นอะไรในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่โดนนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิมากที่สุด 5 อันดับแรกตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน อันดับ 1 คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC โดยมีมูลค่าการขายสุทธิ จำนวน 2,204 ล้านบาท อันดับที่ 2 คือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) หรือ BDMS มูลค่าขายสุทธิอยู่ที่ 1,862 ล้านบาท


อันดับ 3.บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL มีมูลค่าการขายสุทธิ จำนวน 1,728 ล้านบาท อันดับที่ 4 ได้แก่ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ซึ่งมีมูลค่าการขายสุทธิ อยู่ที่ 1,404 ล้านบาท และอันดับที่ 5. คือบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ซึ่งมีมูลค่าการขายสุทธิ อยู่ที่ 1,333 ล้านบาท



คำถามคือทำไมต่างชาติจึงขายสุทธิ
?


นายภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์เอเชีย พลัส จำกัด มองว่า สาเหตุที่นักลงทุนขายหุ้นไทยออกรวดเดียว 7 วันทำการ เป็นเพราะ 4 สาเหตุนี้ 1.คือมีความกังวลว่าจะเกิด QE tapering ซึ่งจะทำให้เงินหายออกไปจากระบบ 2.การที่ทาง IMF ปรับลดอัตราการเติบโต GDP ของไทยจากเดิมอยู่ที่ 4% เป็น 2.7% 


3.กระแสการเกิด Short Squeeze ในตลาดหุ้นสหรัฐฯจึงทำให้ตลาดมีความกังวลว่าจะเกิดปรากฎการณ์แบบนี้กับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงตลาดหุ้นไทย และเหตุผลที่ 4. คือ การปรับการปรับพอร์ตการลงทุนของกองทุน และนักลงทุนสถาบันที่ได้สิทธิจองซื้อหุ้น OR จึงทำให้มีความจำเป็นจะต้องโยกเม็ดเงินออกจากหุ้นในกลุ่มพลังงานบางตัวเพื่อไปซื้อหุ้น OR 



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Stock of the Day
GUNKUL เซ็น PPA ใหม่ คว้าโรงไฟฟ้า 3 โครงการ หนุนพอร์ตพลังงานสีเขียวโตต่อ ดันกำลังผลิตรวมพุ่งแตะ 2,121 MW
Updated 1 day ago
Stock of the Day
เปิดโผหุ้นรับอานิสงส์ 4 ยักษ์ใหญ่จีนลงทุนไทย อัดงบ 7 หมื่นล้าน ลุย EV-AI นิคม ยานยนต์ ชิ้นส่วน พลังงานเด่น
Updated 1 day ago
Fun of Funds
มองครึ่งปีหลัง “สินทรัพย์เสี่ยง” ยังน่าสนใจ แต่ต้องเลือก... มองบวก “หุ้นไทย” ให้เป้าปีนี้ 1,630 – 1,660 จุด !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ประเทศไทย จาก “Sick Man of Asia” สู่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทาน AI ดาวรุ่ง? Bloomberg ชี้โอกาสรับย้ายฐานผลิต หนุนไทยขึ้นแท่นฐานลงทุนโลก
Updated 1 day ago
Stock of the Day
แบงก์กลาง-เล็กกำไรแกร่ง TTB-KKP เซอร์ไพรส์ตลาด โบรกฯ มองงบกลุ่มอาจดีกว่าคาด แนะสะสมหุ้นเด่น KBANK-KTB
Updated 13 hours ago
Follow Us