Official Update :

นักวิเคราะห์สแกน 6 หุ้นเด่น กำไรปี 66 โตแกร่ง...ไม่เกรงใจราคาหุ้น

ใกล้ช่วงสิ้นปีที่ถือเป็นเทศกาลของผู้บริโภคที่จะออกมาจับจ่ายใช้สอยอย่างคึกคัก ซึ่งสำหรับนักลงทุนไทยเองก็ถือเป็นช่วงที่จะเอาสะสมหุ้นตามธีมการลงทุนในปีถัดไปหรือตามกระแสของโลกที่จะเข้ามา แต่ด้วยการลงทุนที่มากมายและกระแสการลงทุนที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว


ก็มีความจำเป็นที่จะนักลงทุนก็ต้องจับจังหวะซึ่งในวันนี้ทาง Wealthy Thai ได้มีคำแนะนำการลงทุนและหุ้นที่น่าสนใจมาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้


โดยบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ได้ประเมินว่า GDP ไทย ณ สิ้นปี 2566 จะอยู่ที่ระดับ 10.98 ล้านล้านบาท เติบโต 3.8% ในปี 2566 ซึ่งเป็นภาวะเศรษฐกิจไทยจะกลับเข้าสู่ระดับก่อนเกิด Covid-19  ที่ระดับ 10.92 ล้านล้านบาท ซึ่งจะอยู่เหนือกว่าปี 2562 ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของ Covid-19 ส่วนในปี 2565 จะเติบโตอยู่ที่ 3.2%


ทำให้คาดว่าจะมีหลายบริษัทที่กำไรในปี 2566 จะกลับเข้าสู่ระดับที่ใกล้เคียงหรือสูงกว่าปี 2562 ในขณะที่ราคาหรือมูลค่าบริษัทยังคงต่ำกว่าปี 2562 ซึ่งหากนำหุ้นใน SET INDEX ทั้งหมดมาสแกนหาหุ้นที่เข้าเกณฑ์ตามที่กำหนดขึ้นจะเห็นได้ว่าหุ้นที่ผ่านเกณฑ์ทั้งสิ้น 32 ตัว และสามารถหาช่องว่างในการทำกำไรในหุ้นกลุ่มดังกล่าว


สำหรับกำหนดเกณฑ์ในการสแกนหุ้นขั้นต้น ประกอบไปด้วย ราคาหุ้นจะต้องสูงกว่าระดับราคา ณ สิ้นปี 2562 ไม่เกิน 30% ,กำไรที่ตลาดคาดในปี 2566 จะต้องมากกว่ากำไรในปี 2562 ไม่น้อยกว่า 20% และกำไรในปี 2566 จะต้องสูงกว่ากำไรปี 2565 และเมื่อนำมาประกอบกับปัจจัยพื้นฐานจะมีหุ้นที่น่าสนใจได้แก่ MTC, SAWAD, KBANK, TTB, PTTGC และ RATCH


โดยมีเหตุผลประกอบการตัดสินใจในการลงทุน MTC และ SAWAD ประเมินว่าในปี 2566 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะขึ้นดอกเบี้ยอีกเพียง 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ประกอบกับแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่ชะลอตัวลงของธนาคารกลางสหรัฐฯและมีโอกาสที่จะหยุดขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงกลางปี 2566


จะช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนทางการเงินของ MTC และ SAWAD ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวในอัตราเร่ง หนุนให้ลูกหนี้มีความสามารถในการชำระคืนหนี้ได้มากขึ้นและจะทำให้การตั้งสำรองในปี 2566 ผ่อนคลายลง


ขณะที่ KBANK และ TTB ประเมินว่าหุ้นกลุ่มธนาคารจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ ประกอบกับการลงทุนภาคเอกชนที่เราคาดว่าจะเป็นฟันเฟืองสำคัญของการเติบโตของเศรษฐกิจในปี 2566 ซึ่งจะหนุนให้อัตราการปล่อยสินเชื่อภาคธุรกิจสูงขึ้น


ส่วน PTTGC ประเมินว่าการเปิดประเทศของจีนจะช่วยหนุนให้ความต้องการสินค้าปิโตรเคมีสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ส่วนต่างปิโตรเคมีฟื้นตัวและหนุนกำไรของ PTTGC ขณะที่ผลประกอบการในปี 2566 จะไม่มีการขาดทุนจากการ Hedging จำนวนมากเหมือนปี 2565 และแผนการปิดซ่อมบำรุงที่ลดลงจะช่วยหนุนให้กำไรกลับเข้าสู่ภาวะปกติ


ทั้งนี้ RATCH ในปี 2566 กำไรปกติของบริษัทจะกลับเข้าสู่วัฎจักรของการเติบโตอีกครั้ง โดยคาดว่าจะเติบโตจากปีก่อนหน้าราว 70% โดยประมาณการดังกล่าวมีอัพไซต์ที่ยังไม่รวมการเข้าประมูลขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนรอบใหม่ของ กกพ. ที่ RATCH มีการยื่นเสนอขายไฟฟ้ารวม 500 เมกะวัตต์


กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม

Most Viewed
Stock of the Day
TIPAK ปลื้ม IPO กระแสแรง จ่อเข้าเทรด SET 5 ต.ค.นี้ ปรับเพิ่มนโยบายปันผลเป็น 50% ทุ่ม 100 ลบ. อัปเกรดโรงงานหนุนโต
Updated 1 day ago
Stock of the Day
EA ปั้น PCM จากปาล์มน้ำมัน ตั้งเป้า 3 ปี รายได้แตะ 100 ลบ. เดินหน้ารุกตลาดต่างประเทศ จับตาโครงการใหม่ทยอยรับรู้ปี 70
Updated 1 day ago
News Highlight
ก.ล.ต. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 3 ราย กรณีร่วมกันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขาย หุ้น F&D
Updated 1 day ago
News Highlight
อินฟินีออนปักหมุดไทย เปิดฐานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ Backend แห่งใหม่ เสริมความยืดหยุ่น และขีดความสามารถของเครือข่ายการผลิตระดับโลก
Updated 1 day ago
Where to put your money
เจาะลึก 3 สินทรัพย์ ทองคำ-โลหะ-บิตคอยน์ Fed-ETF ตัวแปรชี้ทิศทาง เปิดแนวโน้มราคา-กลยุทธ์ลงทุน
Updated 12 hours ago
Follow Us