เจาะลึก SCM จากธุรกิจ “ขายตรง” สู่ “ลิสซิ่ง” หวังต่อยอดการเติบโตครั้งใหม่
บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM ผู้นำธุรกิจผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคในการดูแลสุขภาพ รูปแบบเครือข่าย หรือ Multi-Level Marketing (MLM) แบรนด์แรกของไทยที่เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยงวด 9 เดือนปี 2565 มีสัดส่วนรายได้จากการขายสินค้าและการบริการรวม 95.2% ทั้งจากการจำหน่ายสินค้าผ่านนักธุรกิจ การจำหน่ายสินค้าผ่านตัวแทนจำหน่าย และบริการ
ทั้งนี้ SCM มีการจำหน่ายสินค้า ประกอบด้วย กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในครัวเรือน กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้า กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารพืช กลุ่มผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทันสมัย Product Set และPremium Product
นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำไรสุทธิของ SCM มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากปี 2562 ที่มีกำไรสุทธิเท่ากับ 59.04 ล้านบาท หลังจากนั้นปี 2563 เพิ่มขึ้นมาสู่ระดับ 64.02 ล้านบาท ขณะที่ปี 2564 เติบโตอย่างโดดเด่นมาที่ระดับ 217.61 ล้านบาท ล่าสุดงวด 9 เดือนปี 2565 มีกำไรสุทธิแล้วกว่า 134.29 ล้านบาท
SCM กำลังจะสร้างการเติบโตครั้งใหม่ ด้วยการแตกไลน์ธุรกิจสู่ ธุรกิจลีสซิ่ง ภายใต้ชื่อ “บริษัท จัดให้ ลิสซิ่ง” โดยธุรกิจลิสซิ่ง เริ่มเปิดดำเนินการแล้วในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เป็นการให้สินเชื่อประเภทเช่าซื้อรถยนต์มือสอง ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่เป็นการต่อยอดจากการมีฐานสมาชิก MLM ในประเทศไทยที่มีอยู่ประมาณ 136,000 ราย
โดยได้เริ่มปล่อยสินเชื่อในระยะแรกให้กับนักธุรกิจเครือข่ายของ SCM และลูกค้าที่ได้รับการส่งต่อจากพันธมิตรที่บริษัทลงนามข้อตกลงร่วมกันไว้กว่า 40 เจ้า ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นปี 2565 จะมีพอร์ต (Port) สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ประมาณ 50 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทยังคงเดินหน้าเพิ่มพันธมิตรในธุรกิจสินเชื่อ เพื่อเพิ่มทางเลือกการให้บริการสินเชื่อกับลูกค้าได้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อเพิ่มทางเลือกการให้บริการสินเชื่อกับลูกค้าได้ครอบคลุมมากขึ้น
ล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ บริษัทได้มีการร่วมลงนามความร่วมมือทางธุรกิจกับ บริษัท คาร์ ฮีโร่ จำกัด (Car Hero) รวมถึง Cars24 และ Car-on ตามลำดับ เพื่อการให้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ของ “จัดให้ ลิสซิ่ง” โดยลูกค้าสามารถเข้าถึงการบริการรถที่ดีมีคุณภาพ, ประกันภัยรถยนต์ พร้อมแพคเกจสุดคุ้ม ราคายุติธรรม ให้ลูกค้าที่ซื้อรถผ่าน “จัดให้ ลิสซิ่ง” รวมถึงโปรโมชั่นจากพันธมิตรอีกมากมาย เพื่อสร้างประสบการณ์ “Feel' in Good” ที่ครบวงจรให้กับลูกค้า และสร้างโอกาสการเติบโตไปด้วยกัน ภายใต้เป้าหมายการให้บริการ “One Stop Leasing Company” ที่รองรับความต้องการของกลุ่มสมาชิก MLM
ส่วนธุรกิจเดิมอย่าง MLM ได้มุ่งเน้นการทำตลาดออนไลน์มากขึ้น โดยคาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากตลาดออนไลน์เป็น 30% ในปี 2565 จากปัจจุบันอยู่ที่ 20% และภายใน 3 ปีข้างหน้า (66-68) คาดว่าจะมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 50% ถือเป็นการเติบโตตามเทรนด์ของผู้บริโภคที่หันมาซื้อสินค้าทางออนไลน์มากขึ้น
ขณะที่การทำตลาดฝั่งออฟไลน์ บริษัทมุ่งขยายกลุ่มเป้าหมายและสร้างแบรนด์เลิฟเวอร์ โดย ณ เดือนกันยายน 2565 บริษัทมีจำนวนสมาชิกรวม 187,000 คน แบ่งเป็นสมาชิกในประเทศไทย 136,000 คน และสมาชิกในต่างประเทศ 51,000 คน คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมียอดสมาชิกอยู่ที่ 200,000 ราย
SCM ตอกย้ำการเป็นหุ้นไฮโกรท ที่พร้อมสร้างการเติบโตในปี 2566 ด้วยศักยภาพและความแข็งแกร่งและมีเป้าหมายการเติบโตที่โดดเด่นจาก 2 ส่วนธุรกิจ คือ การมีฐานสมาชิกที่เหนียวแน่น และพร้อมที่จะการพัฒนาสกิลและทำให้สมาชิก มีความเข้าใจในสินค้าและบริการมากยิ่งขึ้น รวมถึงการขยายตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพอย่างประเทศอินโดนีเซีย เป็นต้น ทั้งหมดนี้จะทำให้ SCM เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
สำหรับปัจจุบันที่มีตัวแทนจำหน่ายแล้วใน 6 ประเทศ ได้แก่ เมียนมา, ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม, มาเลเซีย และสิงคโปร์ นอกจากนี้ SCM อยู่ระหว่างดำเนินการ (Operate) จัดตั้งสำนักงานในประเทศฟิลิปปินส์ รวมถึงกำลังศึกษาแนวทางขยายตลาดไปยังประเทศใกล้เคียง เช่น ประเทศอินโดนีเซีย และการหาตัวแทนฯ นำสินค้าไปจำหน่ายยังประเทศที่บริษัทฯ ไม่มีสำนักงานตั้งอยู่ อาทิ กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง โดยทั้งหมดนี้อยู่ในแผนการพัฒนาในปี 2566

