CPANEL มองอสังหาฯ ได้อานิสงส์จีนเปิดประเทศ ประกาศแผนปี 66 ดันรายได้โต 10-15% เผยอยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญาจากลูกค้ากว่า 200 ล้านบาท
CPANEL ชี้ปี 66 ผลงานยังทำผลงานนิวไฮต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ปีติดต่อกัน กางแผนดันรายได้ปี 66 โต 10-15% รับผลบวกจากการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจ และภาคท่องเที่ยว โดยตุนBacklog 1.29 พันล้านบาท ทยอยรับรู้ในช่วงปี 66-67
โดยนายชาคริต ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีแพนเนล จำกัด (มหาชน) หรือ CPANEL เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจในปี 2566 ตั้งเป้าหมายผลประกอบการทำนิวไฮต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยมีรายได้เติบโต 10-15% ตามขยายฐานลูกค้า การเพิ่มกำลังการผลิต
สำหรับแผนขยายฐานลูกค้าบริษัทจะเจาะเข้าไปยังภาคอสังหาริมทรัพย์หัวเมืองใหญ่ ทั้งแนวราบ แนวสูง อาทิ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงลูกค้ากลุ่มโรงแรม และโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม โดยมีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจ และภาคท่องเที่ยว
ขณะเดียวกันปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) ราว 1,295 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ภายในปี 2566- 2567 พร้อมกันนี้ในช่วงไตรมาส 1/66 บริษัทอยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญาจากลูกค้า 3 ราย มูลค่ารวมประมาณ 200 ล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 2 ราย แนวสูง 1 ราย
ส่วนแผนการลงทุนในปีนี้ บริษัทวางแผนลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตอีก 25% ส่งผลให้กระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งเรื่องการออกแบบ ความรวดเร็ว ปริมาณและคุณภาพ Precast Concrete รวมถึงลดความผิดพลาดความสูญเสียในการผลิต
รวมไปถึงยังช่วยให้บริษัทเพิ่มโอกาสการรับงาน รองรับความต้องการลูกค้าได้มากขึ้นและส่งผลให้บริษัทมี Economy of Scale ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงและช่วยเพิ่มความสามารถการทำกำไรอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีงบลงทุนประมาณ 30 ล้านบาท
สำหรับภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์มีสัญญาณที่ดี จำนวนบ้านจัดสรรก่อสร้างใหม่ในเขตกรุงเทพ และ ปริมณฑลยังคงเติบโต โดยเฉพาะบ้านระดับกลาง - บน สำหรับอาคารชุด คอนโดมิเนียมคาดว่าจะได้รับอานิสงส์อย่างมากจากการที่ จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน กลับมาเปิดประเทศเต็มตัว
อีกทั้ง ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ในประเทศ เมียนมาร์ ไต้หวัน และ ยุโรปบางประเทศ สนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ ที่จะเป็นบ้านหลังที่สอง (Second Home), การกระจายฐานการผลิต และ การลงทุน เนื่องจากประเทศไทยค่อนข้างมีความเป็นกลางในเรื่องดังกล่าว ส่งผลให้มีประชากรในพื้นที่ EEC เพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา มีอัตราการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาฯ จาก 12% เป็น 15 % และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
