TISCO เปิดกลยุทธ์ปี 66 เดินเกมเชิงรุก ดันยอดสินเชื่อโต 5-10% ชี้ยังไม่มีแผนลุย Virtual Bank
TISCO วางเป้าหมายสินเชื่อปี 2566 เติบโต 5-10% รับภาวะเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัว-การรุกสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูง พร้อมคุมคุณภาพ NPL ไม่ให้เกิน 3% ด้านสำรองฯ มั่นใจยังเพียงพอรองรับความเสี่ยง ด้าน Virtual Bank เผยปัจจุบันยังไม่มีความสนใจ
นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด หรือ TISCO เปิดเผยว่า บริษัทวางเป้าหมายสินเชื่อในปี 2566 จะขยายตัวราว 5-10% สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่คาดจะเติบโตประมาณ 3-4% โดยบริษัทจะเร่งขยายการเติบโตธุรกิจสินเชื่อในเชิงรุก
โดยเน้นกลุ่มสินเชื่อที่มีหลักประกันที่กลุ่มทิสโก้มีความเชี่ยวชาญ ในกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อ สินเชื่อจำนำทะเบียน สินเชื่อเพื่อการบริโภค ด้วยการกระจายเครือข่ายสาขาอย่างครอบคลุม โดยเฉพาะการเติบโตในธุรกิจ สมหวัง เงินสั่งได้ ซึ่งปีนี้บริษัทคาดว่าจะขยายสาขาเพิ่มเติมอีก 200 สาขา เพื่อขยายฐานลูกค้าในกลุ่มชุมชนให้มากขึ้น และ TISCO Auto Cash ด้านกลุ่มธุรกิจบรรษัทจะมุ่งขยายการเติบโตภายใต้จุดแข็ง Total Solution ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างรอบด้านและดีที่สุด
ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในปีนี้ คาดว่าจะมีทิศทางปรับตัวขึ้นตามการเติบโตของสินเชื่อกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนสูง ซึ่งจะมาพร้มกับความเสี่ยงที่สูงตามเช่นกัน แต่บริษัทจะพยายามคุม NPL ไม่ให้เกินระดับ 3% จากปี 2565 อยู่ที่ 2.1% ขณะที่แนวโน้มการตั้งสำรองในปีนี้คาดว่าจะอยู่ในระดับทรงตัวหรือลดลงจากปีก่อน ซึ่งบริษัทยังมีความมั่นใจว่าการตั้งสำรองฯ ในช่วงที่ผ่านมาเพียงพอรองรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้
นอกจากการเติบโตจากสินเชื่อแล้ว บริษัทจะสร้างการเติบโตจากรายได้ค่าธรรมเนียม ในกลุ่มธุรกิจนายหน้าประกันภัย ธุรกิจธนบดีและตลาดทุน โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ และนำเสนอบริการที่มุ่งสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า ผ่านจุดแข็งของการเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน-การลงทุนที่ดี และนำเครื่องมือทางการเงินใหม่ๆ ที่ช่วยเตรียมความพร้อมสู่ความมั่นคงทางการเงินของลูกค้า รวมถึงการจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อมอบบริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า
พร้อมยกระดับการให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัล และพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งให้เกิดระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) ที่สามารถให้บริการแก่ลูกค้าอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และตอบโจทย์พฤติกรรมของลูกค้าในยุคปัจจุบัน รวมถึงสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ทั้งนี้ บริษัทวางงบลงทุนในปี 2566 ไว้หลักพันล้านบาท เพื่อใช้ในการขยายสาขาและด้านไอที
ปี 65 กำไรสุทธิ 7,222 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4%
สำหรับผลการดำเนินงานของกลุ่มทิสโก้ในปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 7,222 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% เมื่อเทียบกับปี 2564 สาเหตุหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจสินเชื่อที่สามารถเติบโตได้ถึง 7.9% ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 2.2% จากปีก่อนหน้า พร้อมด้วยค่าธรรมเนียมธุรกิจนายหน้าประกันภัยขยายตัวถึง 24.0% สอดคล้องกับปริมาณสินเชื่อปล่อยใหม่ที่ขยายตัวได้ดีตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ทำให้ภาพรวมรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจธนาคารพาณิชย์ปรับตัวดีขึ้น 13.4%
นอกจากนี้ ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss – ECL) ปรับตัวลดลงจากปีก่อนมาอยู่ที่ 0.3% ของยอดสินเชื่อเฉลี่ย เป็นไปตามการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพและภาวะความเสี่ยงจากการระบาดของโควิด-19 ที่คลี่คลายลง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจที่เกี่ยวกับตลาดทุนชะลอตัวลงจากปี 2564 ทั้งรายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์หดตัว 19.2% จากปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลดลง รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจจัดการกองทุนอ่อนตัวลง 33.2% จากยอดขายที่ลดลงของกองทุนที่ออกใหม่
ประกอบกับบริษัทไม่ได้รับรู้ค่าธรรมเนียมตามผลประกอบการเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องมาจากสภาวะตลาดทุนที่ไม่เอื้ออำนวย รวมถึงผลกำไรจากเงินลงทุนลดลงเมื่อเทียบกับผลกำไรในปี 2564 ทั้งนี้ บริษัทมีอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROAE) สำหรับปี 2565 อยู่ที่ 17.2%
ส่วนการจ่ายเงินปันผล บริษัทคาดว่าจะมีการเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการในเดือนก.พ. 2566 ซึ่งหลังจากนั้นบริษัทจะแจ้งมติที่ประชุมฯ ต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อไป ทั้งนี้ กำไรต่อหุ้นในปี 2565 ของบริษัทอยู่ที่ระดับ 9.02 บาท และในปี 2564 บริษัทจ่ายเงินปันผลที่ 7.15 บาท หรือคิดเป็น 84% ของกำไรสุทธิ ซึ่งนับเป็น Dividend Yield ที่สูงที่สุดในกลุ่มธนาคารใกล้เคียงกัน
ขณะที่ประเด็นที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะเปิดให้ยื่นขอใบอนุญาต Virtual Bank นั้น บริษัทยังไม่มีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ขอรอดูพัฒนาการหลังจากนี้ว่าจะมีทิศทางการดำเนินงานเป็นอย่างไร
