เปิดโผ! 12 หุ้นในกลุ่ม SET50 เทรดราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง
ตัวเลขที่สำคัญทางการเงินอีกหนึ่งตัว ที่ถือเป็นส่วนสำคัญของนักลงทุนระยะยาว หรือนักลงทุนสายเทรดแบบ VI (Value Investor) ที่ให้ความสำคัญ เพื่อใช้ในการพิจารณาเพื่อจะลงทุนในหุ้นตัวนั้น นอกเหนือจากตัวเลข P/E ก็คือ P/BV หรือที่เรียกกันเต็มๆว่า Price to Book Value Ratio
โดย P/BV เป็นอัตราส่วนทางการเงินอีกตัวหนึ่งเช่นกัน ที่ใช้เปรียบเทียบระหว่าง ราคาหุ้น กับ มูลค่าทางบัญชี ซึ่ง P/BV จะบ่งบอกว่า กำลังซื้อหุ้นแพงหรือถูกกว่าเจ้าของลงทุน รวมทั้งจะสะท้อนธุรกิจได้ดีกว่า สัดส่วนที่นำมาคำนวณนั้นเปลี่ยนแปลงช้า ไม่ผันผวน โดย P/BV ค่ามาตราฐานที่เจ้าของลงทุนคือ 1 เท่า
ดังนั้น ทีมข่าว Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาสำรวจหุ้นในกลุ่ม SET 50 ที่มีค่า P/BV ในระดับที่ต่ำกว่า 1 เท่า โดยทีมข่าว ได้ลองสำรวจข้อมูลในเว็บไซต์ www.setsmart.com ซึ่งพบว่า ใน SET 50 ที่มีค่า P/BV ในระดับที่ต่ำกว่า 1 เท่า มีจำนวน 12 หลักทรัพย์
ทั้งนี้ในจำนวน 12 หลักทรัพย์ นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นในกลุ่มธนาคาร และพลังงาน ซึ่งในกลุ่มธนาคารมีจำนวน 5 หลักทรัพย์ ทั้ง BBL TTB KTB KBANK SCB ส่วนที่เหลือจะเป็นหุ้นพลังงาน และโรงไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพี่ใหญ่ของตลาดอย่าง PTT TOP PTTGC ขณะที่กลุ่มโรงไฟฟ้า ประกอบด้วย EGCO RATCH รวมทั้งหุ้นถ่านหิน อย่าง BANPU และหุ้นในอุตสาหกรรมอาหาร อย่าง CPF

(หมายเหตุ ข้อมูล ณ วันที่ 17 ม.ค.65)
อย่างไรก็ตามในแง่ของปัจจัยพื้นฐานนั้น ในส่วนของกลุ่มธนาคาร นักวิเคราะห์บล.บัวหลวง มีความเห็นว่า ให้น้ำหนักการลงทุน “มากกว่าตลาด” ชอบ BBL และ KBANK มากที่สุด จาก P/BV ที่ต่ำ อีกทั้งแนวโน้มการเติบโตยังแข็งแกร่ง
เช่นเดียวกันกับ นักวิเคราะห์บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มีความเห็นว่า คงน้ำหนักลงทุนกลุ่มธนาคาร “มากกว่าตลาด” คาดเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และ Valuation ไม่แพง นอกจากนี้ยังมี Upside จากการที่ตลาดเริ่มมีมุมมองที่ดีขึ้นต่อแนวโน้มการขยายตัวของ NIM และการตั้งสำรองในปี 2566
และอีกหนึ่งกลุ่มที่ไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ คือ พลังงาน โดยพี่ใหญ่อย่าง PTT นักวิเคราะห์บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มีความเห็นว่า หุ้นมี Valuation ไม่แพง และโครงสร้างธุรกิจครบวงจร ทำให้ผลประกอบการมีเสถียรภาพ สามารถทนแรงเสียดทานช่วงตลาดผันผวนได้ดี
อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นยังไม่ต้องรีบเข้าลงทุนเพราะงบไม่เด่น รวมทั้งเมื่อเทียบกับคู่แข่งหุ้นมีความเสี่ยงจากนโยบายภาครัฐสูง โดยเฉพาะช่วงราคาพลังงานแพง และเข้าใกล้เลือกตั้ง ทางพื้นฐานคงคำแนะนำ TRADING ราคาเหมาะสมใหม่ 36.50 บาท
ส่วน TOP นักวิเคราะห์บล. หยวนต้า (ประเทศไทย) มีความเห็นว่า แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 66.00 บาท ทั้งนี้ อาจรอซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวหรือหลังรายงานงบไตรมาส 4/65 เพราะงบไม่เด่น, คาดการณ์มี Downside, ปันผลครึ่งหลังไม่สูง
สุดท้าย PTTGC นักวิเคราะห์บล. โนมูระ พัฒนสิน มีความเห็นว่า แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 68.0 บาท/หุ้น และเลือกเป็น top pick มองเป็นผู้ที่ปี 66 ฟื้นตัวเด่นกว่ากลุ่ม และฟื้นตัวได้เร็วกว่าจากความได้เปรียบด้านต้นทุน

