SCGP ตั้งเป้ารายได้ปีนี้แตะ 1.6 แสนลบ. รับปัจจัยบวกกำลังซื้อฟื้นตัว เตรียมงบลงทุนปี 66 ราว 18,000 ล้านบาท
SCGP ตั้งเป้ารายได้ปีนี้แตะ 1.6 แสนล้านบาท หลังกำลังซื้อฟื้น พร้อมทุ่มงบลงทุนปี 66 ราว 1.8 หมื่นล้านบาท ปรับปรุงและขยายไลน์การผลิต เดินหน้าลุยทำดีลเจรจา M&P หวังปิดดีลได้ในครึ่งปีแรกอย่างน้อย 1 ราย พร้อมกางเแผนปี 68 รายได้แตะ 2 แสนล้านบาท หลังรับรู้ผลตอบแทนจากการลงทุนได้เต็มประสิทธิภาพ
นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้ที่ 1.6 แสนล้านบาท เนื่องจากภาพรวมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไตรมาสแรกของปี 2566 มีแนวโน้มที่ดีขึ้น เนื่องจากจะได้รับปัจจัยบวกจากการที่จีนเริ่มเปิดประเทศ
โดยเฉพาะภูมิภาคอาเซียนที่จะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว การนำเข้าและส่งออก ตลอดจนห่วงโซ่การผลิตในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่กลับสู่ภาวะปกติ ส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจและการจับจ่ายใช้สอยสินค้าต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้เกิดความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้น
แต่อย่างไรก็ดีคงมีความท้าทายจากเศรษฐกิจทั่วโลกที่ผันผวนต่อเนื่อง แรงกดดันด้านเงินเฟ้อซึ่งอยู่ในระดับสูง และการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย รวมถึงความสามารถในการใช้จ่ายของผู้บริโภคลดลงในหลายภูมิภาค เช่น กลุ่มสหภาพยุโรปและประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งเป็นฐานลูกค้าใหญ่ของภาคธุรกิจการส่งออกของอาเซียน
ขณะเดียวกันบริษัทได้วางงบลงทุนในปี 2566 ไว้ที่ราว 1.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งเเบ่งเป็นการรองรับแผนการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยแนวคิด ESG ให้ผลิตภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสามารถรีไซเคิลหรือย่อยสลายได้ทั้งหมดราว 5-6 พันล้านบาท ,รองรับการขยายและปรับปรุงไลน์การผลิตให้มีประสิทธิภาพราว 3 พันล้านบาท รวมถึงงบประมาณและค่าใช้จ่ายเพื่อการวิจัยและพัฒนา 800 ล้านบาท
ส่วนงบลงทุนที่เหลือจะรองรับโอกาสในการสร้างการเติบโตจากการ M&P และการขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างกว่า 4-5 ดีล และคาดหวังว่าในช่วงครึ่งปีแรกสามารถจบดีลได้อย่างน้อย 1 ราย และทั้งปีคาดหวังว่าจะจบดีลได้ไม่น้อยกว่า 2 ราย
พร้อมกันนี้ตามแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี (2564-2568) เพื่อบรรลุเป้าหมายให้รายได้แตะ 2 แสนล้านบาท ในปี 2568 ซึ่งบริษัทได้วางงบลงทุนไว้ 1 แสนล้านบาท โดยในปี 2564-2565 ใช้เงินลงทุนรวมประมาณ 3.7 หมื่นล้านบาท ในการลงทุนและขยายกำลังการผลิตในธุรกิจที่มีศักยภาพและมีโอกาสเติบโต ซึ่งคาดว่าในปี 68 บริษัทจะสามารถรับรู้ผลตอบแทนจากในลงทุนในช่วงที่ผ่านมาได้เต็มประสิทธิภาพ และสามารถสร้างรายได้และผลตอบแทนที่สูงท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย
