SCM กางแผนปี 66 ขยายฐานลูกค้า พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่ ดันรายได้โต 20% เผยกำลังเจรจาพันธมิตรรุกธุรกิจใหม่
SCM วางเป้ารายได้ปี 66 โต 20% จากการขยายฐานลูกค้าเพิ่มเป็น 2 แสนราย พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 5 รายการ เผยอยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตร ศึกษาธุรกิจ innovation จำนวน 3 ดีล คาดชัดเจนกลางปีนี้
นายแพทย์กฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ในปี 2566 เติบโต 20% จากปีก่อน ผ่านการขับเคลื่อนด้วย 4 กลยุทธ์หลัก คือ 1. ขยายฐานสมาชิก วางเป้าขยายฐานสมาชิกในประเทศไทยปีนี้เพิ่มเป็น 2 แสนราย จากปีก่อนอยู่ที่ 1.8 แสนราย ขณะเดียวกัน คุณภาพของสมาชิกต้อง Active มากขึ้นต่อเดือน และมียอด Order Side ต่อคนที่เพิ่มขึ้น โดยจะเน้นเจาะตลาดพื้นที่ที่มีกำลังซื้ออย่างภาคอีสานและภาคกลาง
2.สร้างแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับ การยกระดับพลังแบรนด์องค์กรและสินค้าให้สามารถขยายกลุ่มเป้าหมายและสร้างแบรนด์เลิฟเวอร์ โดยสร้าง Hero Brand, 3. ยกระดับมาตรฐานระบบงานและคน การสร้างต้นแบบนักธุรกิจซัคเซสมอร์ที่ประสบความสำเร็จ และพัฒนาทีมประจำภูมิภาคให้ได้ 10-15 ทีม เพื่อการสร้างการรับรู้แบรนด์และคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ไปยังผู้บริโภคให้มากขึ้น
และ 4. สร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า การบริหารจัดการประสบการณ์ที่ดีต่อแบรนด์ของลูกค้าเพื่อให้เกิดการซื้อซ้ำและ Brand Loyalty และในขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์ที่เป็นเรือธงของ SCM คือ ผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตร แบรนด์ GROWING MORE สามารถเติบโตได้ดี และยังคงมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 2 ของบริษัทฯ รองจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1
โดยบริษัทมีแผนออกผลิตภัณฑ์ใหม่จำนวน 5 รายการ แบ่งเป็น กลุ่มการเกษตรแบรนด์ Growing More จำนวน 2 รายการ และกลุ่มเสริมอาหารแบรนด์ Nutrinal จำนวน 3 รายการ ส่งผลให้สิ้นปีนี้บริษัทจะมีผลิตภัณฑ์รวมทั้งสิ้น 70 รายการ จากสิ้นปี 2565 ที่ 60 รายการ
ทั้งนี้ จากการมุ่งทำตลาดและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มการเกษตร คาดว่าจะส่งผลให้สัดส่วนรายได้ของกลุ่มดังกล่าวต่อรายได้รวมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 40% จากปีก่อนอยู่ที่ 36% ขณะที่กลุ่มเสริมอาหารจะปรับลดลงมาอยู่ที่ 40% จากปีก่อนที่ 46% ส่วนรายได้จากกลุ่มอื่นๆ จะปรับขึ้นมาอยู่ที่ 20% จากปีก่อนอยู่ที่ 18%
ขณะเดียวกันบริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษาธุรกิจเกี่ยวกับ innovation เช่น รถยนต์ไฟฟ้า เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นในลักษณะของการร่วมทุน โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรจำนวน 3 ดีล คาดว่าจะเห็นความชัดเจนกลางปีนี้ ทั้งนี้ บริษัทมีกระแสเงินสดในมือประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอรองรับการลงทุนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
“ส่วนของกลยุทธ์และแผนการตลาดในปีนี้ บริษัทได้วางแผนโดยการคิดต่าง สร้างโอกาส และแบ่งปัน พร้อมประเดิมต้นปีเปิดตัวแคมเปญ “Super Growth โตเร็ว โตไว รายได้เพิ่ม กับกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตร GROWING MORE” เป็นโปรแกรมการแข่งขัน เพื่อค้นหาสุดยอดทีมนักขายและขยายที่เติบโตสูงสุด 5 อันดับ ท้าประลองฝีมือ เพื่อเป็นที่่สุดในสายครองแชมป์ ชิงเงินรางวัล ถ้วยรางวัล และใบประกาศนียบัตร รวมมูลค่า 1,000,000 บาท สาหรับนักธุรกิจซัคเซสมอร์ แคมเปญนี้จะเริ่มต้นเดือน ก.พ – เม.ย. 2566”
นอกจากนี้บริษัทยังมีการเพิ่มงบโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ครอบคลุมในทุกๆ ด้าน เพื่อเป็นการสร้างให้เกิดการรับรู้ บอกต่อ และกระตุ้นยอดขายให้เพิ่มมากขึ้น ด้วยการเพิ่มความถี่ในการสื่อสารการตลาด ใช้สื่อทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ เพื่อเจาะให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคทั่วประเทศ
