MEB โชว์ฟอร์มเปิดเทรดพุ่ง 57% ปักธงรายได้ปี 66 โตไม่ต่ำกว่า 10% กางแผนขยายฐานลูกค้าเพิ่ม
MEB ปลื้มใจ ราคาซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เพิ่มขึ้น 57.89% เป็น 45 บาท จากราคาไอพีโอที่ 28.50 บาท ผู้บริหารชี้นักลงทุนเชื่อมั่นพื้นฐานธุรกิจ พร้อมปักธงรายได้ปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 10% ลุยขยายแพลตฟอร์ม-อัดแคมเปญต่อเนื่อง
นายรวิวร มะหะสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมพ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MEB เปิดเผยว่า ค่อนข้างดีใจกับราคาซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ(mai) ซึ่งราคาที่ปรับตัวขึ้นมาคาดว่ามาจากกระแสการตอบของนักทุนที่มีความเชื่อต่อพื้นฐานของธุรกิจและความไว้วางในการบริหารงานจัดการของทีมผู้บริหารถึงการสร้างผลการดำเนินงานให้แก่ธุรกิจในอนาคตได้เหมือนอย่างในอดีตที่ผ่านมา
โดยผู้บริหารมีวิสัยทัศน์และมีความรู้ความเข้าใจในอุตสาหกรรมนี้เป็นอย่างดี โดยบริหารบริษัท มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ไปพร้อมกับความมุ่งมั่นที่จะนำคอนเทนต์ต่างๆ ของนักเขียนไทยแปลเป็นภาษาต่างชาติเพื่อสร้างซอฟต์ พาวเวอร์ สู่ตลาดโลก ตามแผนการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ
สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2566 บริษัทตั้งเป้ารายได้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ตามการขยายแพลตฟอร์มใหม่เพื่อการทำตลาดและเจาะฐานลูกค้าใหม่ๆเพิ่มเข้ามา ควบคู่ไปกับการต่อยอดของแพลตฟอร์มเดิมด้วยการเพิ่มเนื้อหาใหม่ๆให้มีความหลากหลายขึ้นมาก เพื่อรักษาฐานลูกค้า ขณะเดียวกันบริษัทจะมีการจัดแคมเปญตั้งแต่ไตรมาส 1/66 ออกมาเพิ่มเติม ในการช่วยกระตุ้นยอดผู้ใช้บริการ จากงวด 9 เดือนปี 2565 ที่มีอยู่ราว 8.2 ล้านราย
ด้านแผนการเข้าระดมทุนในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์การใช้เงินเพื่อขยายธุรกิจที่อยู่ในแพลตฟอร์มปัจจุบัน ขยายธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจปัจจุบันไปยังต่างประเทศโดยใช้ภาษาท้องถิ่น หรือการสร้างแพลตฟอร์มวรรณกรรมออนไลน์ใหม่ในภาษาอังกฤษ เพื่อเป็นการสร้างฐานรายได้ใหม่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและปรับปรุงพัฒนาแพลตฟอร์มปัจจุบันเพื่อมุ่งสร้างประสบการณ์ที่พิเศษให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้บริษัท มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ไม่มีภาระหนี้สินที่ก่อให้เกิดดอกเบี้ย ภายหลังจากการระดมทุนในครั้งนี้ จะสามารถต่อยอดความเป็นผู้นำในธุรกิจด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์มและระบบการดำเนินงาน และทำให้ MEB มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น เป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ สอดคล้องกับแผนการขยายธุรกิจของบริษัท และเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้ผลประกอบการบริษัท เติบโตแข็งแกร่ง และสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนในอนาคต
