MAKRO บุกต่างประเทศเต็มสูบ เล็งเปิดเพิ่มอีก 10 สาขา ล่าสุดส่ง Makro PRO ดันยอดขาย O2O โต 88%
MAKRO แย้มประกาศงบปี 65 ในช่วงปลายเดือนก.พ. นี้ เบื้องต้นคาดแนวโน้มการดำเนินงานในไตรมาส 4/65 มีการเติบโตอยู่ในระดับ Double digit โดยปี 2566 บริษัทมีแผนจะขยายสาขาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ล่าสุดเปิดตัวแอปพลิเคชัน Makro PRO ตั้งเป้ายอดขาย O2O โต 88% ชู 5 จุดเด่นรุกตลาดออนไลน์-อีคอมเมิร์ซ
นายธนิศร์ เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจค้าส่งแม็คโคร ประเทศไทย บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมประกาศงบการเงินปี 2565 ในช่วงปลายเดือนก.พ. นี้ เบื้องต้นคาดแนวโน้มการดำเนินงานในไตรมาส 4/65 มีการเติบโตอยู่ในระดับ Double digit ที่สูงพอสมควร
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจปี 2566 บริษัทมีแผนจะขยายสาขาในไทยประมาณ 10-12 สาขา จากปัจจุบันที่มีอยู่ 152 สาขา ในพื้นที่ 66 จังหวัด และในต่างประเทศอีกราว 10 สาขา โดยเน้นกลุ่มประเทศที่มีการดำเนินงานอยู่แล้ว เช่น อินเดีย จีน กัมพูชา เป็นต้น คาดจะใช้งบลงทุนประมาณ 200-300 ล้านบาทต่อสาขา
อย่างไรก็ตามในยุคดิจิทัลที่ธุรกิจออนไลน์และอีคอมเมิร์ซเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น บริษัทได้มุ่งมั่นพัฒนาโครงสร้างธุรกิจ O2O เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ล่าสุดได้เปิดตัว Makro PRO แอปพลิเคชัน สร้างมิติใหม่ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกไทย โดยตั้งเป้าธุรกิจ O2O จะเติบโต 88% และจำนวนสมาชิกในแอปฯ จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านยูสเซอร์ ในสิ้นปี 2566 จากปัจจุบันอยู่ที่ 1 ล้านยูสเซอร์
โดย 5 จุดเด่นสำคัญที่เชื่อว่าจะทำให้ “Makro PRO” แอปพลิชัน ก้าวสู่การเป็นแอปพลิเคชันที่ครองใจผู้ประกอบการไทยมากที่สุด คือ 1. การเชื่อมต่อจากออฟไลน์ไปสู่ออนไลน์แบบไร้รอยต่อ 2. ระบบสะสมคะแนนเพื่อนำไปแลกรับส่วนลดหรือสิทธิพิเศษอื่นๆ 3. ระบบจัดส่งสินค้าที่ลูกค้าสามารถเลือกเวลารับสินค้าได้ 4. ระบบวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ารายบุคคล และ 5. เป็นพื้นที่ให้โอกาสในการขายสินค้าสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยหรือเอสเอ็มอี คุ้มค่าด้วยระบบสะสมคะแนน
สำหรับงบลงทุนในการพัฒนาแอปฯ และระบบการทำงานต่างๆ อยู่ในส่วนเดียวกับงบลงทุนที่ใช้ในการขยายสาขา เนื่องจากบริษัทจะมุ่งสร้างการเติบโตทั้งในส่วนของออฟไลน์และ O2O ควบคู่กันไป ซึ่งหลังจากนี้สาขาใหม่ที่เปิดให้บริการจะมีพื้นที่สนับสนุนการขายในส่วนของ Makro PRO ด้วย
