KCG เจ้าของคุกกี้กล่องแดง “อิมพีเรียล” ขนมพันล้าน...กำลังจะเข้าตลาดหุ้น

ขนมขบเคี้ยว ยังเป็นที่นิยมของคนไทย ล่าสุดกำลังจะมีหนึ่งในบริษัทชั้นนำ เจ้าแบรนด์ขนมขบเคี้ยวยอดฮิต และอยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน อย่างบริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KCG ที่กำลังเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว ซึ่ง KCG จะมีความน่าสนใจแค่ไหน คอลัมน์ Next IPO ประจำวันอังคารในครั้งนี้ Wealthy Thai รวบรวมมาให้แล้ว


สำหรับ KCG เป็นผู้นำในการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อการบริโภค กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเนย-ชีส ภายใต้แบรนด์ อิมพีเรียล (Imperial) และอลาวรี่ (Allowrie) ผลิตและจัดจำหน่ายบิสกิต และเป็นผู้นำเข้าวัตถุดิบเบเกอรี่และอาหารตะวันตกแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหารมายาวนานกว่า 64 ปี


ทั้งนี้บริษัทมีแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในประเทศไทย ได้แก่ “Allowrie” “Imperial“ “Rosy” “Violet” และ “Sunquick” บริษัทจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารส่วนใหญ่ภายใต้แบรนด์ที่บริษัทเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเอง ซึ่งมีการปรับให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า


โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัท แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม (Dairy Products) ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์เนย (Butter) และเนยแข็ง (ชีส) และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่แปรรูปมาจากนม เช่น นมพร้อมดื่ม ครีมที่พร้อมจะเอามาตีครีม (Whipping Cream) ครีมชีส และนมเปรี้ยว (Yoghurt)


2.กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการประกอบอาหารและเบเกอรี่ (Food and Bakery Ingredients) และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ประกอบด้วย (1) ผลิตภัณฑ์อาหาร ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ส่วนผสมของอาหาร (Food Ingredients) (เช่น น้ำมันมะกอก และมายองเนส) ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป และผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์และอาหารทะเล (Meat and Seafood) 


(2) ผลิตภัณฑ์ประกอบการทำเบเกอรี่ (เช่น แป้งเค้ก แป้งมิกซ์ ยีสต์ ไส้ขนมปังรสชาติต่างๆ น้ำเชื่อม น้ำผึ้ง ผงฟู และสารเสริมคุณภาพอาหารต่างๆ เป็นต้น) (3) ผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้เข้มข้น รวมถึง (4) อุปกรณ์ในการทำเบเกอรี่ และอุปกรณ์ประกอบอาหาร ซึ่งบริษัทฯ เป็นผู้นำเข้าอุปกรณ์ดังกล่าวจากต่างประเทศ มาจัดจำหน่ายในประเทศไทย


3.กลุ่มผลิตภัณฑ์บิสกิต (Biscuits) ประกอบด้วย (1) ผลิตภัณฑ์คุกกี้ ซึ่งหมายถึง ขนมอบที่ทำด้วยแป้งสาลี ไข่ เนย น้ำตาล มีลักษณะเป็นชิ้นเล็กๆ รูปร่างแบน มีทั้งแบบอบกรอบและแบบนุ่ม (2) ผลิตภัณฑ์แครกเกอร์ ซึ่งหมายถึง ขนมอบที่มีรูปร่างเป็นแผ่นแบน ลักษณะเนื้อกรอบ แข็ง แยกเป็นชั้น อาจมีไส้หรือไม่มีก็ได้ และ (3) ผลิตภัณฑ์เวเฟอร์ ซึ่งหมายถึง ขนมอบที่มีลักษณะเป็นแผ่นบาง กรอบ โดยส่วนใหญ่เวเฟอร์อาจมี 2 หรือ 3 แผ่นประกบกันสอดไส้ครีม หรือไส้ครีมรสชาติต่างๆ


ทั้งนี้หากอ้างอิงตามข้อมูลของ Euromonitor บริษัทเป็นผู้นำสำหรับผลิตภัณฑ์เนยและชีส โดยมีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 และมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ใน 5 อันดับแรก ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกอบการทำเบเกอรี่ และผลิตภัณฑ์บิสกิต ในปี 2564 นอกจากนี้ยังมีพันธมิตรทางธุรกิจและเครือข่ายกับผู้จัดหาวัตถุดิบทั่วโลก ซึ่งบริษัทนำเข้ามาจัดจำหน่ายในประเทศไทย ส่งผลให้มีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 


ขณะที่ช่องทางการขายให้กลุ่มลูกค้าผู้บริโภคปลายทาง (B2C)  ผ่านร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ร้านค้าทั่วไป แพลตฟอร์มออนไลน์ และช่องทางการขายให้กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการ (B2B)  ให้กับผู้ผลิตอาหาร ผู้ประกอบการโรงแรมและภัตตาคาร รวมถึงการส่งออกสินค้าไปทั่วโลก โดยบริษัทมีการส่งออกสินค้าของบริษัทผ่านตัวแทนจำหน่ายที่แต่งตั้งในหลากหลายประเทศ เช่น ประเทศเวียดนาม ลาว กัมพูชา มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และภูมิภาคอื่นๆ


ส่วนรายได้ของบริษัทในงวดปี 2562 - 2564 และงวด 9 เดือนปี 2564-2565 ส่วนใหญ่ประมาณ 98.2 – 99.6% ของรายได้รวม มาจากรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ของบริษัท แบ่งเป็น 1. รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม 57.9 – 62.1% ของรายได้รวม 2. รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์สำหรับการประกอบอาหารและเบเกอรี่ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ 26.3 – 28.8% ของรายได้รวม และ 3. รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์บิสกิต 10.3 – 15.4% ของรายได้รวม


ขณะที่บริษัทมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ ช่องทางการขายให้กลุ่มลูกค้าผู้บริโภคปลายทาง (B2C) ช่องทางการขายให้กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการ (B2B) และช่องทางส่งออก (Export) โดยในงวดปี 2562 - 2564 และงวด 9เดือนปี 2564 และ 2565 มีรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทาง B2C คิดเป็นสัดส่วน 49.7 – 59.2%, B2B  36.5 – 45.8% และ Export 3.6 – 4.5% ของรายได้จากการขาย


นอกจากนี้ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของธุรกิจการนำเข้าและจำหน่ายอาหารแช่แข็ง บริษัทจึงได้ดำเนินการเข้าซื้อหุ้นในบริษัท อินโดกูนา (ประเทศไทย)  จำกัด  (อินโดกูนา) ในเดือนมีนาคม 2565 ถือหุ้น 99.9% โดยอินโดกูนาประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าประเภทอาหารแช่แข็ง


รวมถึงการเก็บถนอม และตัดแต่งบรรจุเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อวัว เนื้อสุกร เนื้อแกะ เนื้อแพะ รวมถึงโคลคัท สัตว์ปีกสด เช่น เนื้อเป็ด ไก่ ห่าน นก และอาหารทะเล เช่น ล็อบเตอร์ โดยการแช่เย็นและเยือกแข็ง และจำหน่ายให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจจัดเลี้ยง (HoReCa) เป็นต้น


KCG มีวิสัยทัศน์ “เป็นบริษัทชั้นนำ ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์จากนมและอาหารรสเลิศ รวมทั้งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มุ่งมั่น เพื่อการดำเนินชีวิตที่ทันสมัย” โดยมีเป้าหมาย เน้นความสำคัญเรื่องคุณภาพในธุรกิจอาหาร รวมถึงการขยายกำลังการผลิต และบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์อย่างมีประสิทธิภาพ


ทั้งนี้มุ่งหวังว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันที่พร้อมอำนวยความสะดวกสบายให้ผู้บริโภคทั้งในบ้าน บนโต๊ะอาหาร ร้านอาหาร และในทุกช่องทางทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคในทุกวัย ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงวัยรวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพด้วย


KCG กำลังเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 170 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกิน 30.4% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดหลัง IPO มีวัตถุประสงค์ระดมทุน เพิ่มศักยภาพศูนย์กระจายสินค้าและคลังสินค้าตลอดจนการขยายกำลังการผลิต และส่วนที่เหลือจะนำไปชำระหนี้สถาบันการเงินและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน ซึ่งมีบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน


ณัฐภูมินทร์ ทวีทรัพย์

Senior Content Creator

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
Updated 23 hours ago
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 19 hours ago
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
Updated 1 day ago
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
Updated 1 day ago
News Highlight
ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล
Updated 1 day ago
Follow Us