Official Update :

CHASE ฟอร์มสวย! เปิดเทรดพุ่ง 21% “ซีอีโอ” มอง บริษัทยังไปได้อีกยาวไกล ส่วนโบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” เป้าหมาย 3.8 บาท

หุ้นไอพีโอตัวล่าสุดในกลุ่มด้านบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (AMC) อย่างบริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ CHASE เปิดการซื้อขายวันแรกที่ เปิดการซื้อขายวันแรกที่ระดับ 3.52 บาท เพิ่มขึ้น 21.38% จากราคาไอพีโอที่ระดับ 2.90 บาทต่อหุ้น


นายประชา ชัยสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CHASE เปิดเผยว่า ธุรกิจของบริษัทยังไปต่อได้อีกไกล ในส่วนของราคาหุ้นขอให้เป็นไปตามกลไกตลาด ทั้งนี้บริษัทประเมินว่าปี 66 รายได้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากปี 65 ส่วนทิศทางไตรมาส 1/66 มีการเติบโตต่อเนื่องเช่นกัน จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน หลังจากมีการขยายพอร์ตสินเชื่อเพิ่มขึ้น


สำหรับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยให้บริษัทมีฐานทุนที่แข็งแกร่งขึ้น เพิ่มศักยภาพในการเติบโต โดยจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนมาใช้ในการลงทุนขยายพอร์ตเงินให้สินเชื่อแก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL) และเพิ่มประสิทธิภาพของบริการติดตามทวงถามและเร่งรัดหนี้สินที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อต่อยอดศักยภาพของ CHASE ในฐานะผู้นำการให้บริการจัดการหนี้สินอย่างครบวงจร ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไป


ทั้งนี้บริษัทวางแผนที่จะขยายทั้งธุรกิจบริหารสินทรัพย์ (AMC) และธุรกิจให้บริการติดตามทวงถามและเร่งรัดหนี้สิน (Collection) อย่างก้าวกระโดด ปี 66 วางงบจะซื้อ NPLs ราว 1,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการซื้อหนี้เข้ามาบริหารเพิ่มอีก 10,000 ล้านบาท จากสิ้นปี 65 อยู่ที่ประมาณ 23,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสินทรัพย์ NPLs ในพอร์ต พร้อมขยายทีมเร่งรัดติดตามหนี้สินเพื่อรองรับความต้องการในการติดตามทวงถามหนี้ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นในอนาคต


ปัจจุบันได้ยื่นประมูลซื้อพอร์ตหนี้เสียแล้ว 2 แห่ง คาดว่าจะประกาศผลในช่วงปลายเดือนก.พ.นี้ และเตรียมประมูลเพิ่มอีก 3 แห่ง คาดว่าจะทราบผลไม่เกินเดือนเม.ย.นี้ ส่วนธุรกิจเร่งรัดติดตามหนี้สิน ยังเดินหน้าหาลูกค้าต่อเนื่อง และขยายสู่นอนแบงก์เพิ่มเติมอีกด้วย”นายประชา กล่าว


ด้านนักวิเคราะห์บล.กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) มีมุมมอง ว่า CHASE จะรายงาน CAGR ของกำไรสุทธิที่ 30% ระหว่างปี 2566-68 โดยหนุนจาก 3 ประเด็นหลักได้แก่ 1.รายได้ที่มากขึ้นจากทั้งการให้บริการจัดเก็บหนี้สินและรายได้ดอกเบี้ยจากพอร์ต NPL 2. ความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นจากความประหยัดต่อขนาดที่ดีขึ้น


และ 3. ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่ลดลงจากการเก็บเงินสดที่คาดดีขึ้น คาดว่ากำไรสุทธิจะกลับมาเติบโตขึ้นอีกครั้งในปี 66-68 ที่ 66%/14%/15% จาก ECL ที่ลดลงในปี 66 และรายได้จากบริการเก็บหนี้สินและดอกเบี้ยที่มากขึ้นจากพอร์ต NPL จึงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 3.8 บาท

ณัฐภูมินทร์ ทวีทรัพย์

Senior Content Creator

Most Viewed
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 1 day ago
Where to put your money
“All-Time High” (จุดสูงสุด) ของวันนี้… อาจเป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” ของโอกาสครั้งต่อไปก็เป็นได้ !!!
Updated 5 hours from now
Stock of the Day
EPG ก้าวอย่างมั่นคง เน้นบริหารต้นทุนมากกว่าตัวเลข มั่นใจปี 2569/2570 โตทุกกลุ่มธุรกิจ รับโครงการภาครัฐ - Data Center หนุน
Updated 12 hours ago
Wealth EZ
พันธบัตรสหรัฐฯ สำคัญอย่างไร? Bond Yield สหรัฐฯ พุ่ง “โอกาส” หรือ “ความเสี่ยง”
Updated 18 hours ago
News Highlight
ก.ล.ต. ธปท. คปภ. ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ เชิญชวนอินฟลูเอนเซอร์เข้าร่วมโครงการ Money Story for Influencer เล่าเรื่องการเงินอย่างรับผิดชอบ
Updated 11 hours ago
Follow Us