เปิดรายชื่อ 6 หุ้นไอพีโอน้องใหม่ใน mai งบปี 65 กวาดรายได้ทะยานเกิน 1,000 ล้านบาท
ตลาดหุ้นไทยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีสถานการณ์ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศจะเข้ามากระทบภาพรวมให้เกิดความผันผวน แต่สำหรับผู้ประกอบการก็อย่างถือเป็นเครื่องมือระดมทุนที่มีความจำเป็นและบทบาทสำคัญต่อแหล่งเงินทุนมาต่อยอดธุรกิจในอนาคต
ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าจากปี 2565มาจนถึงปี 2566 มีผู้ประกอบการนำบริษัทเข้ามาจดทะเบียนและระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)ราว 49 บริษัท แต่ในความน่าสนใจของบริษัทนั้น อย่างกลุ่มของ mai ก็มีบริษัทที่สามารถสร้างการเติบโตของรายได้ไปถึงระดับพันล้านบาทได้
ในวันนี้ทาง Wealthy Thai จึงได้ทำการรวบรวมข้อมูลบริษัทจดทะเบียนที่ก้าวสู่กระดานตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ(mai)และสามารถปั้นการเติบโตของรายได้ให้แตะหลักพันล้านบาทในช่วงปี 65 ถึงปัจจุบัน มานำเสนอและแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านกันในครั้งนี้
โดยเริ่มกันกับบริษัท เมพ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MEB ที่ผู้จัดจำหน่ายหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) หนังสือเสียง (Audio Book) อุปกรณ์อ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Reader) และการบริการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแม้ว่าจะเริ่มต้นซื้อขายกันได้ไม่นานมานี้หรือในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 แต่ผลการดำเนินงานในปี 2565 ก็สามารถโกยรายได้ไปถึง 1,725 ล้านบาท และกำไรสุทธิที่ 330 ล้านบาท
ถัดมาบริษัท เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ KLINIQ หนึ่งในผู้ประกอบการที่เกี่ยวกับความสวยงามหรือก็คือคลินิกเวชกรรมด้านผิวหนังความงาม ศัลยกรรมตกแต่งและการดูแลป้องกันฟื้นฟูสุขภาพ ที่ได้เริ่มต้นซื้อขายไปในวันที่ 7 พ.ย. 2565 มีผลประกอบการในปี 2565 ที่โดดเด่น ด้วยรายได้ที่ 1,647 ล้านบาท และกำไรสุทธิที่ 205 ล้านบาท
และอีกหนึ่งในบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับความสวยความงาม อย่างบริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER ที่ประกอบกิจการสถานพยาบาลด้านความงามที่ให้บริการศัลยกรรมครบวงจรหรือภายใต้ชื่อที่นักลงทุนรู้จักในนาม “โรงพยาบาลมาสเตอร์พีช” ที่ได้เริ่มซื้อขาย 25 มกราคม 2566 ก็สามารถผลการดำเนินงานในปี 2565 ให้มีการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้ที่ 1,490 ล้านบาท และกำไรสุทธิที่ 300 ล้านบาท
ต่อมาบริษัท นิวทรีชั่น เอสซี จำกัด (มหาชน) หรือ NTSC หนึ่งในผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งบริษัทมีบทบาทในการนำเข้า ผลิตและจัดจำหน่าย วัตถุดิบ สารปรุงแต่งและวัตถุเจือปนในอาหารคนและอาหารสัตว์ โดยได้เริ่มต้นซื้อขายในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 ขณะที่ผลการดำเนินงานในปี 2565 มีรายได้ยู่ที่ 1,058 ล้านบาท และกำไรสุทธิอยู่ที่ 77 ล้านบาท
ถัดมาข้ามกันไปที่อุตสาหกรรมวัดก่อสร้าง บริษัท ยงคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ YONG ที่เป็นผู้เล่นในกลุ่มธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์คอนกรีตผสมเสร็จและให้บริการติดตั้งโครงสร้างสำเร็จรูป ซึ่งแม้ว่าจะซื้อขายกันไปตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2565 แต่ผลประกอบการของบริษัทก็ยังสร้างการเติบโตได้ตามคำมั่นของทีมผู้บริหาร โดยปี2565 ผลประกอบมีรายได้หลักพันล้านบาทหรืออยู่ที่ 1,030 ล้านบาท และกำไรสุทธิที่ 100 ล้านบาท
สุดท้ายกับบริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน) หรือ KJL อีกหนึ่งผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องโครงสร้างพื้นฐาน ด้วยลักษณะธุรกิจที่เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายตู้ไฟ รางไฟ และอุปกรณ์ที่ใช้เดินสายไฟทุกชนิด ที่ได้เริ่มซื้อขายมาตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 แต่ก็สามารถพิสูจน์การเติบโตให้เป็นที่ประจักษ์ด้วยผลประกอบการในปี 2565 ที่มีรายได้ถึง 1,026 ล้านบาท และกำไรสุทธิที่ 131 ล้านบาท

