BBIK ประกาศแผนใหญ่ 5 ปี เข็นบริษัทในเครือเข้าตลาดหุ้น พร้อมดันรายได้โต 4 เท่าในปี 68
นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในช่วง 5 ปีนับจากนี้ บริษัทจะเดินหน้าผลักดันบริษัทในเครือเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น เพื่อสร้างโอกาสของธุรกิจ ในอนาคต
ส่วนแผนการดำเนินงานในช่วง 3 ปีนับจากนี้ (2566-68) วางเป้าหมายจะมีรายได้เติบโต 4 เท่าตัวจากฐานปี 2565 ขณะที่แผนการดำเนินงานในปี 2566 วางเป้าหมายจะมีรายได้ 1,400 ล้านบาท เติบโตจากปี 2565 ที่มีรายได้รวม 567 ล้านบาท
ทั้งนี้บริษัทได้เปิดกลยุทธ์ “Growth at Scale” ผสานการทำงานร่วมกันระหว่าง BBIK และ 2 บริษัท Tech Company หลังปิดดีลควบรวมกิจการ ได้แก่ บริษัท วัลแคน ดิจิทัล เดลิเวอรี่ จำกัด (VDD) และ บริษัท อินโนวิซ โซลูชั่นส์ จำกัด (Innoviz) โดยการทำ Synergy ระหว่างกันจะเพิ่มขีดความสามารถในการรับงาน และเปิดโอกาสรุกเข้าสู่ธุรกิจใหม่ สนับสนุนการขยายตัวแบบ 360 องศาทั้งตลาดในและต่างประเทศ
สำหรับปี 2566 จะเป็นปีแรกที่บริษัท สามารถเติบโตแบบ Inorganic Growth หลังปิดดีลควบรวมกิจการ VDD และ Innoviz ดังกล่าวเสร็จสิ้น ทำให้สามารถบันทึกรายได้และกำไรของทั้งสองบริษัทได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/66 อีกทั้งกลุ่มบริษัทยังได้รับอานิสงส์จากสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI อีกด้วย
ขณะที่ ณ สิ้นปี 2565 บริษัทมีมูลค่าการในมือ (backlog) จำนวน 979 ล้านบาท แบ่งออกเป็น BBIK จำนวน 454 ล้านบาท บริษัทร่วมค้า (JV) 157 ล้านบาท และ VDD และ Innoviz 368 ล้านบาท (โดยมูลค่าแบ็คล็อกของ VDD และ Innoviz ที่บันทึกเป็นรายได้เข้าบริษัทแม่ จะเป็นมูลค่า backlog คงเหลือ ณ วันที่ปิดดีลเสร็จสมบูรณ์ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา)
“บริษัทประเมินว่าผลประกอบการปี 2566 จะโตได้ถึง 120% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 100% ซึ่งจะเป็นการทำนิวไฮต่อเนื่อง 7 ปีซ้อนต่อจากปี 2565 ที่ทั้งรายได้และกำไรของบริษัทฯโตทุบสถิติต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสม (CAGR) ถึง 70% ต่อปี ถือเป็นการเติบโตในอัตราที่สูงและเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพ “นายพชร กล่าว
สำหรับในปี 2566 นี้จะมุ่งเน้นการทำ Synergy ระหว่างบริษัทแม่และบริษัทในเครือทั้งหมด เพื่อสร้างการเติบโตร่วมอย่างมีเสถียรภาพในระยะยาวตามแผน “Growth at Scale” ด้วยการยกระดับการให้บริการแบบครบวงจรที่ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทั้งขนาดใหญ่และกลาง พร้อมลุยธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพในการเติบโต ตั้งเป้าขยายสัดส่วน Recurring Income โดยใช้จุดแข็งของแต่ละบริษัทเข้าไปสนับสนุนการให้บริการและการเติบโตทั้งในส่วนรายได้และกำไร เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจผ่าน Cross-Selling และ Up-Selling ระหว่างกัน
นอกจากนี้หลังจากปลดล็อคปัญหาจำนวนผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีไม่เพียงพอ โดยมีอัตรากำลังที่เพิ่มขึ้นจาก 350 เป็น 800 ชีวิตแล้ว การเข้าซื้อกิจการของ VDD และ Innoviz ยังสร้างการเติบโตแบบ Inorganic growth ให้กับ BBIK เป็นปีแรกด้วย ดังนั้นการเติบโตของผลประกอบการนับจากนี้ของบริษัทฯจะเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพ สามารถรองรับการขยายบริการทั้งในและต่างประเทศ และบรรลุเป้าหมายการได้รับคัดเลือกเข้าดัชนี SET 100 ตามแผนที่วางไว้
โดยการเติบโตแบบ “Growth at Scale” บริษัทได้วางแนวทางการเติบโตไว้ 3 แนวทาง เริ่มจากแนวทางที่ 1 ผนึกกำลังบริษัทในเครือปูทางสู่การเติบโตระยะยาว ผสานการทำงานและความร่วมมือระหว่าง บลูบิค กับ VDD และ Innoviz เพื่อเพิ่มอัตราทำกำไรและ Revenue per Head ของทั้งสองบริษัท ในขณะที่บลูบิคเดินหน้าขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มที่เป็นองค์กรขนาดกลางและภาครัฐซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของสองบริษัท พร้อมทั้งเดินหน้าผนึกกำลังการทำงานร่วมกันของทุกบริษัทในเครือ
แนวทางที่ 2 การ Synergy ระหว่างบลูบิคและบริษัทในเครือ ผนวกกับประสบการณ์การพัฒนาโซลูชันและแอปพลิเคชันที่สามารถรองรับจำนวนผู้ใช้งานระดับหลายร้อยล้านคน จะทำให้บริษัทฯ สามารถรับงานขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าหลายร้อยล้านบาทและเป็นตลาดที่มีคู่แข่งน้อยราย โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศที่มีขนาดใหญ่กว่าไทยหลายเท่าตัว ซึ่งบริษัทฯ มีข้อได้เปรียบด้านโครงสร้างราคาที่สามารถแข่งขันได้ จากปัจจัยดังกล่าวนี้จะทำให้บลูบิคกลายเป็นผู้นำในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันสัญชาติไทยเพียงรายเดียวที่เทียบชั้นบริษัทต่างชาติได้
สุดท้ายแนวทางที่ 3 รุกธุรกิจใหม่และเสริมแกร่งบริการหลักต่อเนื่องผ่าน JV, M&A พร้อมลุยขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตและส่งเสริมบริการหลักให้แข็งแกร่งขึ้น อาทิ Big Data การพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มและโซลูชันที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของแต่ละอุตสาหกรรม เป็นต้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาหลายราย
นอกจากนี้บริษัทฯยังมีแผนการขยายธุรกิจไปต่างประเทศต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้กำลังศึกษาโอกาสทางธุรกิจในประเทศสหรัฐอเมริกา เบื้องต้นคาดว่าจะมีการจัดตั้งบริษัทย่อยภายในปี 2566
