ตลาดหุ้นไทยโดนแรงขาย เหตุนักลงทุนแพนิกแบงก์ไทย หวั่นลากไปเอี่ยว การตัดหนี้สูญตราสารหนี้ AT1 ของ “Credit Suisse”
ความเคลื่อนไหวดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ ( 20 มี.ค.66) ระหว่างชั่วโมงการซื้อขาย ดัชนีทำจุดต่ำสุดที่ 1,543 จุด ลดลงกว่า 20.20 จุด โดยหุ้นในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่อย่าง KBANK ปรับตัวลดลงไปกว่า 1.52% โดยมีมูลค่าการซื้อขายมากที่สุดในตลาดหุ้นไทย
ทั้งนี้นักวิเคราะห์ให้คำตอบถึงสาเหตุว่าทำไมตลาดหุ้นไทยถึงปรับตัวลดลงแรงตามตลาดหุ้นในกลุ่มภูมิภาคเอเชีย โดยเริ่มที่บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ จำกัด ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยภาคบ่ายปรับตัวลดลงมากกว่า 10 จุด ซึ่งกลุ่มหุ้นที่เป็นแรงกดดันตลาด ได้แก่หุ้นกลุ่มธนาคาร เช่นเดียวกับตลาดหุ้นเอเชีย ที่นำโดยตลาดหุ้นฮ่องกงที่ปรับลดลงกว่า 3% ซึ่งเป็นเพราะความกังวลผลกระทบภาคธนาคารที่มีการออกตราสารด้อยสิทธิและไม่มีกำหนดอายุ หรือ Additional Tier 1 (AT1) จะได้รับความเสียหายเหมือนกรณีของ Credit Suisse
ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) มองหุ้นใน SET ปรับฐานจากจิตวิทยาลบกรณีตราสาร AT1 ของ CS เป็นโอกาสลงทุน ทั้งจาก SET ปัจจุบันอยู่ในโซนที่เริ่มมีอัพไซด์ เปิดสำหรับการลงทุนระยะกลาง โดยปัจจุบันมี Valuation PER2023 อยู่ราว 15.1 เท่า vs ค่าเฉลี่ยที่ 17.3 เท่า
สำหรับระยะถัดไป SET จะมีภาพบวกการเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งทั่วไป หลังการประกาศยุบสภามีผลแล้ว SET ที่ปรับฐานลง เรามองเป็นโอกาสสะสมหุ้น 2 ธีมเด่น หุ้นกลุ่ม Election Plays (ADVANC, SC, SIRI, CPALL, MAKRO, CRC, PLANB, WHA, AMATA) และโรงไฟฟ้า (GULF, GPSC) ที่รับภาพบวกค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเร็ว
ด้านบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ตลาดหุ้นยุโรปพลิกกลับมาอ่อนตัวลงเฉลี่ย -1% ตามทิศทางตลาดหุ้นเอเชียที่อ่อนตัวลงเฉลี่ย -1.5% แม้ความกังวลในกรณีของ Credit Suisse จะคลายตัวลงในระยะสั้น แต่ผลจากการตัดหนี้สูญตราสารหนี้ AT1 และการปรับโครงสร้างหนี้ ทำให้เกิดความผันผวนในตลาดพันธบัตร+หุ้นกู้ ซึ่งอาจกระทบทางอ้อมต่อต้นทุนทางการเงิน ของสถาบันการเงินในลำดับถัดไป
