ดักเก็บ 8 กองรีทสุดเด่น ยีลด์แท้จริงเกิน 5% ลุ้นราคาเด้ง...รับเฟดหยุดขึ้นดอกเบี้ย!
ความเคลื่อนไหวของราคาหลักทรัพย์กองรีท (REIT)และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ในตลาดหุ้นไทย ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมายังคงปรับตัวได้ต่ำกว่าดัชนีตลาดหุ้นไทย จึงทำให้นักลงทุนหลายคนเลือกที่จะหลีกเลี่ยงหรือชะลอการลงทุนเพื่อรอรอบขาขึ้นอีกครั้ง แม้ว่าจะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยได้อย่างได้ดี
แต่เมื่อไม่นานมานี้ก็มีมุมมองการลงทุนและกลยุทธ์การลงทุนที่น่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญถึงกองรีท ทาง Wealthy Thai จึงได้ทำหยิบยกข้อมูลดังกล่าว ที่อาจเป็นที่สนใจของนักลงทุนมาแบ่งปันให้ผู้อ่านในครั้งนี้
โดยบทวิเคราะห์ของบล.กรุงศรี ได้ให้มุมมองว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารสหรัฐฯ(เฟด) 0.25% เป็น 4.75-5.00% ได้สะท้อนให้เห็นถึงสัญญาณการจำกัดการให้สินเชื่อ ซึ่งจะชะลออัตราขยายตัวของจีดีพีและเงินเฟ้อในอนาคต รวมไปถึงมีโอกาสที่เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมวันที่ 3 พฤษภาคม 66 ก่อนที่จะหยุดวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้น
ถ้าหากเหตุการณ์ต่างๆเป็นไปตามที่ธนาคารกลางสหรัฐฯคาด เชื่อว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะหยุดขึ้นดอกเบี้ยหลังการประชุมเดือนพฤษภาคม โดยข้อมูลในอดีตการตอบรับของดัชนีกองรีทจะปรับขึ้นภายในสองสัปดาห์หลังธนาคารกลางสหรัฐฯหยุดขึ้นดอกเบี้ย
ส่วนกองรีทที่แนะนำหรือน่าสนใจนั้น เมื่อพิจารณาจากเกณฑ์ สภาพคล่องในการซื้อขาย (มูลค่าตลาดสูงกว่า 5 พันล้านบาท) และผลตอบแทนแท้จริงสูงกว่า 5% (รวมเงินปันผลและผลตอบแทนจากเงินลงทุน หักด้วยต้นทุนการลงทุนในสิทธิการเช่าทรัพย์สินตามระยะเวลาที่เหลือของสัญญา)
ได้แก่กองทุนที่น่าสนใจ ประกอบไปด้วย BTSGIF (อัตราผลตอบแทนแท้จริง 11.9%, ราคาต่อมูลค่าทรัพย์สิน 0.5 เท่า ), IMPACT (อัตราผลตอบแทนแท้จริง 6.7%, ราคาต่อมูลค่าทรัพย์สิน 1.1 เท่า), WHAIR (อัตราผลตอบแทนแท้จริง 6.6%,ราคาต่อมูลค่าทรัพย์สิน 0.8 เท่า), AIMIRT (อัตราผลตอบแทนแท้จริง 6.1%, ราคาต่อมูลค่าทรัพย์สิน 1.0 เท่า)
รวมไปถึง FTREIT (อัตราผลตอบแทนแท้จริง 5.6%, ราคาต่อมูลค่าทรัพย์สิน 1.0 เท่า), WHART (อัตราผลตอบแทนแท้จริง 5.6%, ราคาต่อมูลค่าทรัพย์สิน 1.0 เท่า), ALLY (อัตราผลตอบแทนแท้จริง 5.4%, ราคาต่อมูลค่าทรัพย์สิน 0.8 เท่า) และ LPF (อัตราผลตอบแทนแท้จริง 5.0%, ราคาต่อมูลค่าทรัพย์สิน 1.1 เท่า)

