Official Update :

รู้จัก “พีลาทัสฯ” หรือ PLT ผู้ขนส่ง LPG ให้กับยักษ์ใหญ่พลังงานของไทย กำลังเข้าตลาดหุ้น

ธุรกิจขนส่งผลิตภัณฑ์ก๊าซปิโตรเลียมเหลวทางเรือ เป็นธุรกิจที่มีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมน้อยราย และมีการแข่งขันที่ไม่รุนแรงมาก เนื่องจากเป็นธุรกิจที่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนสูงสำหรับการลงทุนเรือขนส่งและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องซึ่งมีลักษณะเฉพาะสำหรับการขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูง เช่น ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเรือ และค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร


โดยต้องมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในด้านการปฏิบัติการขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวทางเรือและได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่กำกับดูแล


นอกจากนี้ การดำเนินธุรกิจขนส่งผลิตภัณฑ์ก๊าซปิโตรเลียมเหลวทางเรือต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่จะเข้ามาใหม่มีอุปสรรคค่อนข้างมาก (Barrier to Entry) และมีความเป็นไปได้น้อยที่จะเกิดคู่แข่งรายใหม่ขึ้น จึงเป็นโอกาสของ บริษัท พีลาทัส มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PLT


ดังนั้นคอลัมน์ Next IPO ประจำวันอังคารในครั้งนี้ Wealthy Thai จะพามาทำความรู้จักกับ PLT ที่กำลังมีแผนจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เพื่อเสนอขาย IPO จำนวน 280 ล้านหุ้น คิดเป็น 29.17% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้ ซึ่งมีบริษัท เซจแคปปิตอล จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน


PLT คือ ผู้ให้บริการขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ทางเรือและรถบรรทุก ก่อตั้งขึ้นในปี 2553 โดยกลุ่มตระกูลฉิมตะวัน เพื่อดำเนินธุรกิจขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ทางเรือ ซึ่งในช่วงก่อตั้งนั้น บริษัทได้ทำการเช่าเรือขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวจากบริษัทอื่นในการให้บริการ และเริ่มการขยายธุรกิจไปยังการให้บริการขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวทางรถ


จากนั้น ในปี 2554 บริษัทได้ทำการซื้อเรือขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นของตนเอง ประกอบกับขยายจำนวนเรือและรถขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวอย่างต่อเนื่อง โดยมีบริษัทย่อย คือ บริษัท เวิลด์ไวด์ ทรานสปอร์ต จำกัด (WWT) ซึ่งบริษัททำการถือหุ้นในสัดส่วน 99.99% ของทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว


ทั้งนี้ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวในประเทศไทย มีจำนวนทั้งหมด 5 ราย โดย PLT มีกองเรือที่มีความสามารถในการให้บริการขนส่ง เป็นอันดับที่ 1 และมีอายุเฉลี่ยของกองเรือน้อยเป็นอันดับที่ 1 ในประเทศไทย (ไม่นับรวมบริษัท สยามลัคกี้มารีน จำกัด ที่ให้บริการขนส่งเฉพาะบริษัทในกลุ่ม)


โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทมีเรือขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวทั้งสิ้น จำนวน 19 ลำ มีขนาดตั้งแต่ 570 ถึง 900 ตัน (ความจุสุทธิที่สามารถขนได้) รวมน้ำหนักบรรทุกเรือทั้งหมดเท่ากับ 19,624.410 DWT และขนาดถังบรรจุรวมทั้งหมดเท่ากับ 25,110.249 ลบ.ม. และมีรถขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวทั้งสิ้น จำนวน 44 คัน ประกอบด้วยรถ 6 ล้อ รถ 10 ล้อ รถลากจูง และรถกึ่งพ่วง


สำหรับธุรกิจขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวทางเรือ ให้บริการในลักษณะว่าจ้างขนส่งแบบทำสัญญาจ้างขนส่งล่วงหน้า (Contract of Affreightment) และแบบว่าจ้างขนส่งเป็นรายเที่ยว (Spot Charter) โดยกลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือผู้จำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวรายใหญ่ในประเทศไทย โดยลูกค้ารายใหญ่ของบริษัท เช่น บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT และ บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ WP


ส่วน ธุรกิจขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวทางรถ กลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทคือ กลุ่มผู้ค้ามาตรา 7 สถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว (ปั๊ม LPG) โรงบรรจุก๊าซหุงต้ม และโรงงานอุตสาหกรรม เช่น บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) บริษัท ดับเบิ้ลยู แก๊ส จำกัด (เดิมชื่อ บริษัท พีลาทัส เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด เป็นบริษัทที่เกี่ยวข้อง) และบริษัท อยุธยา แอลพีจี จำกัด (บริษัทที่เกี่ยวข้อง)


โดยเส้นทางการขนส่งทางรถที่บริษัทให้บริการ ครอบคลุมภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย รวมถึงประเทศในภูมิภาคอาเซียนในเขตอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (CLMV) เช่น กัมพูชา เป็นต้น




ขณะที่ โครงสร้างรายได้สามารถแบ่งออกตามประเภทของการดำเนินธุรกิจเป็น  2 ธุรกิจหลัก ได้แก่ 1. ธุรกิจให้บริการขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวทางเรือ ในปี 2565 มีสัดส่วนรายได้ 93.49% และธุรกิจให้บริการขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวทางรถ มีสัดส่วนรายได้ 6.25%


โดยในปี 2562 มีรายได้รวม 707.77 ล้านบาท ส่วนปี 2563 มีรายได้รวม 637.75 ล้านบาท ปี 2564 มีรายได้รวม 665.34 ล้านบาท และล่าสุดปี 2565 มีรายได้รวม 794.16 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิ ปี 2562 อยู่ที่  69 ล้านบาท ปี 2563 อยู่ที่ 36.31 ล้านบาท แต่ปี 2564 ฟื้นตัวมาที่ 55.07 ล้านบาท และปี 2565 เติบโตมาที่ระดับ 62.21 ล้านบาท


ทั้งนี้ในปี 2565 มีรายได้จากการขนส่งทางเรือ 744.38 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 18.59% จากปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับราคาน้ำมันของปี 2564 จากสภาวะเศรษฐกิจโลก รวมทั้งการปรับอัตราค่าขนส่งเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 2 – 4 ในบางสัญญา และปริมาณการขนส่งทางเรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นอัตรา 7.04% เทียบกับปริมาณการขนส่งของปีก่อน 


ขณะที่บริษัทมีรายได้จากการขนส่งทางรถ 49.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.25% โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณการขนส่งที่เพิ่มขึ้นจากความต้องการใช้ก๊าซหลังจากมีการการผ่อนคลายมาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดของ โควิด–19


ด้านกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ 1.มุ่งเน้นการให้บริการขนส่งที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจของลูกค้า 2.บำรุงรักษาเรือและรถบรรทุกให้มีสภาพพร้อมให้บริการ บริษัทให้ความสำคัญในการบำรุงรักษาเรือและรถ รวมถึงถังบรรจุสินค้าอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มีสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา


และ3.ขยายช่องทางการให้บริการขนส่ง และเพิ่มประเภทสินค้าที่ขนส่งเพื่อให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มช่องทางการให้บริการขนส่งทางเรือไปยังต่างประเทศมากขึ้น โดยการลงทุนซื้อเรือที่มีขนาดบรรทุกสูงกว่าที่บริษัทมีอยู่ในปัจจุบัน


สำหรับการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) บริษัทเตรียมนำเงินที่ได้ไปใช้ลงทุนในการขยายกิจการ โดยซื้อเรือทดแทนเรือที่ถึงกำหนดปลดระวาง ขยายกองเรือบรรทุกก๊าซ LPG และก๊าซเคมีเหลว ขยายกองรถบรรทุกก๊าซ LPG  พร้อมติดตั้งระบบ ERP ภายในองค์กร ปรับปรุงลานจอดรถบรรทุกก๊าซ LPG ก่อสร้างโรงซ่อมบำรุงรถบรรทุก และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ


ณัฐภูมินทร์ ทวีทรัพย์

Senior Content Creator

Most Viewed
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 1 day ago
Where to put your money
“All-Time High” (จุดสูงสุด) ของวันนี้… อาจเป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” ของโอกาสครั้งต่อไปก็เป็นได้ !!!
Updated 3 hours from now
Stock of the Day
EPG ก้าวอย่างมั่นคง เน้นบริหารต้นทุนมากกว่าตัวเลข มั่นใจปี 2569/2570 โตทุกกลุ่มธุรกิจ รับโครงการภาครัฐ - Data Center หนุน
Updated 14 hours ago
Wealth EZ
พันธบัตรสหรัฐฯ สำคัญอย่างไร? Bond Yield สหรัฐฯ พุ่ง “โอกาส” หรือ “ความเสี่ยง”
Updated 20 hours ago
News Highlight
ก.ล.ต. ธปท. คปภ. ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ เชิญชวนอินฟลูเอนเซอร์เข้าร่วมโครงการ Money Story for Influencer เล่าเรื่องการเงินอย่างรับผิดชอบ
Updated 12 hours ago
Follow Us