หุ้น MGC เติบโตสูงกับเทรนด์ Lifestyle Mobility ต่อยอดธุรกิจสร้าง Ecosystem โดยเฉพาะกับกลุ่มลูกค้า High Net Worth Individual
เร็ว ๆ นี้ กำลังจะมีบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์แห่งการเดินทางอย่างครบวงจร เข้า IPO ในตลาดหุ้นไทย นั่นคือ บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น MGC ซึ่งกำลังจะเข้า Listed เพื่อระดมทุนต่อยอดธุรกิจ Lifestyle Mobility เข้าสู่การเป็น MGC-ASIA Ecosystem ที่ครอบคลุมธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์การเดินทางทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ
MGC มีจุดเด่นจากการมีส่วนแบ่งการตลาดสูงในธุรกิจที่บริษัทฯ มุ่งเน้น และมีฐานลูกค้ากลุ่มที่มีความมั่งคั่งสูง (High Net Worth) ซึ่งเติบโตมาจากธุรกิจตัวแทนจำหน่ายยานยนต์ระดับ High End ต่าง ๆ เช่น รถยนต์ Rolls-Royce BMW MINI รถจักรยานยนต์ BMW Motorrad Harley-Davidson เรือยอชท์ Azimut และ เรือแม่น้ำ Chris-Craft เป็นต้น บริษัทฯ จึงมีกลยุทธ์ในการใช้ฐานข้อมูลลูกค้าที่มีอยู่ในการพัฒนาธุรกิจ เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า โดยมีบริการที่เกี่ยวเนื่องต่างๆ ในธุรกิจ เช่น ธุรกิจเช่ารถ ธุรกิจประกันภัย และธุรกิจให้บริการทางการเงิน นอกจากนี้ MGC ยังถือเป็นอีกหนึ่งบริษัทฯ ที่มีพันธมิตรที่แข็งแกร่งระดับโลก
ด้วยคุณสมบัติทั้งหมดนี้ทำให้หุ้น MGC เป็นหนึ่งในหุ้นที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงในอนาคต และมีโอกาสในการพัฒนาธุรกิจใหม่ ๆ ซึ่งใช้จุดแข็งของบริษัทคือความสัมพันธ์ที่ดี และความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อบริษัทฯ ในการต่อยอดธุรกิจสู่การเป็น Lifestyle Mobility ที่สร้าง MGC-Asia Ecosystem ซึ่งมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
ธุรกิจของ MGC มุ่งเน้นในด้านไลฟ์สไตล์แห่งการเดินทาง Lifestyle Mobility Ecosystem สำหรับกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย
บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ทำธุรกิจหลักอยู่ 3 ประเภท ดังต่อไปนี้
-
ธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ 77% - บริษัทฯ มีรายได้จากการนำเข้าและ/หรือจำหน่ายรถยนต์ บิ๊กไบค์ เรือยอชท์ เรือแม่น้ำ และรถยนต์มือสอง หลากหลายยี่ห้อชั้นนำ เช่น รถยนต์ Rolls-Royce BMW MINI Honda บิ๊กไบค์ BMW Motorrad, Harley-Davidson และรถยนต์มือสองพร้อมการรับประกัน เรือยอชท์สัญชาติอิตาเลียน Azimut ในตลาดไทย และเรือแม่น้ำ Chris Craft สำหรับตลาดไทยและอาเซียน นอกจากนี้ยังให้บริการจัดหาลูกค้าสำหรับธุรกิจให้เช่าเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว Vistajet อีกด้วย
-
ธุรกิจให้บริการหลังการขายและให้บริการซ่อมบำรุงรถยนต์อิสระ 8% - บริษัทฯ ให้บริการหลังการขาย ซ่อมและบำรุงรักษายานยนต์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำและผลกำไรให้แก่บริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีศูนย์บริการหลังการขายและมีศูนย์บริการซ่อมบำรุงรถยนต์อิสระภายใต้แบรนด์ MMS Bosch Car Service ทั้งหมด 21 สาขา และมีแผนขยายสาขาเพิ่มเป็น 35 สาขาภายในปี 2568
-
ธุรกิจให้บริการเช่ารถยนต์และพนักงานขับ9% - บริษัทฯ ให้บริการเช่ารถยนต์ระยะสั้นภายใต้แบรนด์ Sixt Rent a Car และให้บริการเช่ารถระยะยาว แก่บริษัทขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ระยะเวลาเช่า 2-5 ปี ภายใต้แบรนด์ Master Car Rental นอกจากนั้นยังให้บริการรถยนต์พร้อมคนขับ โดย Master Driver & Services ซึ่งกลุ่มบริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานภาครัฐ ในการบริหารจัดการรถยนต์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้นำระดับประเทศ ในการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN SUMMIT) เมื่อปี 2562 รวมถึงการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC 2022) เมื่อปี 2565 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ
นอกจากนี้ บริษัทฯ มีบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และดิจิทัลแพลตฟอร์ม บริการ Data Center บริการฝึกอบรมต่าง ๆ และเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์แห่งการเดินทางอย่างครบวงจร บริษัทฯ ยังให้บริการทางการเงินไม่ว่าจะเป็นธุรกิจให้บริการสินเชื่อยานยนต์หรูและมารีน ภายใต้บริษัท อัลฟ่า เอกซ์ จำกัด (Alpha X) โดยร่วมทุนกับ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงธุรกิจนายหน้าประกันภัย ภายใต้บริษัท Howden Maxi ซึ่งเป็นบริษัทที่ร่วมทุนกับ บริษัท ฮาวเด้น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด
จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นว่า MGC ไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ แต่เป็นธุรกิจ Lifestyle Mobility ที่ให้ความสำคัญในด้านไลฟ์สไตล์แห่งการเดินทาง โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
จุดเด่นและความแข็งแกร่งของ MGC-ASIA
MGC-ASIA เป็นผู้นำธุรกิจ Lifestyle Mobility ที่สามารถต่อยอดการเติบโตด้วยฐานลูกค้าระดับ Premium และ Luxury ที่มีอยู่ สู่บริการต่าง ๆ มากมายที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศ ผ่านทางธุรกิจของบริษัทฯ เอง และการร่วมมือเป็นพันธมิตรกับบริษัทชั้นนำต่าง ๆ
ธุรกิจของ MGC มีลักษณะครอบคลุมการให้บริการอย่างครบวงจร ตั้งแต่การจำหน่ายยานยนต์ ให้บริการหลังการขายและการซ่อมบำรุงรถยนต์อิสระ ให้บริการรถเช่าพร้อมพนักงานขับ รวมไปถึงการให้บริการเกี่ยวเนื่อง เช่น ประกันภัย และลีสซิ่ง พร้อมมีโชว์รูมและสาขาให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ
บริการของบริษัทฯ ทั้ง Ecosystem ให้บริการแบบ Seamless เพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า ทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่น และไว้วางใจใช้บริการของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ฐานลูกค้าของบริษัทฯ มีการเติบโตขึ้น และมีการใช้บริการซ้ำของลูกค้าเดิม
MGC ถือเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการรายใหญ่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งมีทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ อีกทั้งบริษัทฯ ยังมีตำแหน่งในตลาดที่โดดเด่น และเป็นผู้นำในหลากหลาย Segment โดยในปี 2565 บริษัทฯ ถือเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์อันดับหนึ่งของประเทศไทยสำหรับรถยนต์ยี่ห้อ BMW MINI และบิ๊กไบค์ยี่ห้อ BMW Motorrad และถือเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์อันดับ 2 สำหรับยี่ห้อ Honda
การเติบโตของ MGC สู่ Lifestyle Mobility
รายได้ของบริษัทฯ ในปี 2565 มีการเติบโต 8% มาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ภายหลังการเปิดเมืองของประเทศไทย การผ่อนคลายมาตรการของรัฐ และซัพพลายของรถยนต์ที่ดีขึ้นจากที่เคยขาดแคลนในอดีต ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถส่งมอบสินค้าให้แก่ลูกค้าได้มากขึ้น
อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทสูงขึ้นจาก 8.4% ในปี 2564 เป็น 10.0% ในปี 2565 จากการแข่งขันด้านราคาที่ลดลง การจำหน่ายรถยนต์ที่ใช้ในงานประชุม APEC รวมไปถึงการให้เช่ารถยนต์ระยะสั้นที่เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว ซึ่งการให้บริการเช่ารถยนต์ระยะสั้นมีอัตรากำไรที่ดีกว่าการให้เช่ารถระยะยาว
ทั้งนี้ เพื่อรองรับการเติบในอนาคต MGC มุ่งสร้างความแข็งแกร่งผ่าน MGC-ASIA Ecosystem เพื่อตอบสนอง Lifestyle Mobility อย่างครบวงจร ดังนี้
คว้าโอกาสในการเกิด Technology Shift ซึ่งเป็นเทรนด์การเปลี่ยนแปลงจากรถสันดาปไปใช้รถไฟฟ้า นอกจากบริษัทแม่ผู้ผลิตรถยนต์จะมียานยนต์ไฟฟ้าเป็นทางเลือกให้แก่ลูกค้าแล้ว MGC ยังเตรียมความพร้อมผ่านการพัฒนาศักยภาพและความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าให้แก่พนักงานเพื่อรองรับการให้บริการและการเติบโตให้อนาคต
บริษัทฯ อยู่ระหว่างการพัฒนา Loyalty Program เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับฐานลูกค้า โดยการใช้ข้อมูลการวิเคราะห์เชิงลึกด้วย Data Analytic ให้ทุกบริษัทในเครือ MGC สามารถเสนอสิทธิประโยชน์ที่ตรงความต้องการของลูกค้าแต่ละราย และส่งเสริมให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการที่มีใน MGC-ASIA Ecosystem อย่างต่อเนื่อง
โอกาสในการเติบโตจากกิจการร่วมค้าอย่าง Alpha X ที่ให้บริการทางการเงิน ลีสซิ่งและสินเชื่อยานยนต์หรูและเรือยอร์ช เรือแม่น้ำ ที่สามารถต่อยอดการบริการจากฐานลูกค้าที่มีอยู่
สำหรับการ IPO ครั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นสามัญ ไปลงทุนเพิ่มเติมใน Alpha X และบริษัท มาสเตอร์ มอเตอร์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด (“MMS”) ผู้ให้บริการ MMS Bosch Car Service ศูนย์บริการซ่อมบำรุงรถยนต์อิสระครบวงจร รวมถึงการนำไปชำระเงินกู้จากสถาบันการเงิน และเป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อสร้างการเติบโตในการดำเนินธุรกิจ
สรุปการเติบโตและอนาคตของ MGC
หุ้น MGC มีรายได้หลักมาจากธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ และมีธุรกิจบริการหลังการขาย ศูนย์ซ่อมบำรุงรถยนต์อิสระ บริการรถเช่าที่เข้ามาเสริมรายได้และสร้างกำไรอย่างต่อเนื่องให้กับบริษัทฯ อีกทั้งยังมุ่งขยายสินค้าและบริการอื่น ๆ ให้ครอบคลุมผ่าน MGC-ASIA Ecosystem ไม่ว่าจะเป็น นายหน้าประกันภัย และบริการทางการเงิน ลีสซิ่ง โดยใช้ประโยชน์จากฐานลูกค้าระดับ High Net Worth และความได้เปรียบจากการมีส่วนแบ่งทางการตลาดที่โดดเด่น
สิ่งสำคัญที่สุดในการสร้าง MGC-ASIA Ecosystem ให้เข้มแข็ง คือความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อ MGC และเป็นสิ่งที่บริษัทฯ สามารถทำได้ดีมาโดยตลอด ด้วยปัจจัยสนับสนุนทั้งหมดนี้ทำให้หุ้น MGC มีแนวโน้มในการเติบโตที่ชัดเจนและต่อเนื่องในอนาคต จากทั้งธุรกิจเดิมและธุรกิจใหม่ที่มาเติมเต็มและส่งเสริม Lifestyle Mobility อย่างครบวงจร

