ราคาหุ้นเครือ PTT บวกเกือบยกแผง สรุปคำพยากรณ์ราคาน้ำมันจะไปทางไหน
หลังจากที่เมื่อคืนนี้กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันหรือโอเปกได้สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการที่ยังคงกำลังการผลิตเท่าเดิมไว้ที่ 8.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งหลักๆแล้วมาจากการลดกำลังการผลิตของทางฝั่งยักษ์ใหญ่อย่างซาอุดิอาระเบียที่ยอมเฉือนกำลังการผลิตจากระบบออกไป 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ทั้งนี้หลังจากที่ผลการประชุมออกมาแล้วก็ส่งผลให้ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นโดย ราคาน้ำมันดิบ WTI ขึ้นไปแตะระดับ 64.2 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับขึ้นมาที่ระดับ 67.3 เหรียญ โดยตลาดไม่คาดคิดว่าโอเปกจะสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการยังชะลอกำลังการผลิตไว้ที่เท่าเดิม เพราะขณะนี้ดีมานด์ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด
อย่างไรก็ตามจากประเด็นดังกล่าวจึงส่งผลให้กลุ่มหุ้นพลังงานโดยเฉพาะกลุ่มโรงกลั่น และปิโตรเคมี ดีดตัวขึ้นตอบรับกระแสข่าวราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในระดับที่ทรงตัวแบบไม่สูงมากนัก เช่นในกลุ่มธุรกิจน้ำมันและก๊าซของเครือ PTT ที่ราคาหุ้นดีดขึ้นยกแผง รวมถึงกลุ่มหุ้นโรงกลั่นอื่นๆเช่น BCP ESSO หรือธุรกิจปิโตรเคมีอย่าง IVL
มุมมองราคาน้ำมันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน - กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) มองว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปีนี้จะเฉลี่ยอยู่ที่ 57 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพราะดีมานด์ในตลาดโลกเริ่มกลับมาฟื้นตัว ซึ่งในภาพหลักที่ราคาน้ำมันปัจจุบันอยู่ในระดับ 60กว่าเหรียญนั้นเป็นเพราะโอเปกพยายามตรึงกำลังการผลิตเพื่อให้สอดคล้องกับดีมานด์ โดยมองว่าที่ระดับราคา 66-67เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลนั้นเป็นโซนที่สูงสุดแล้ว
ขณะที่นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ประเมินว่า ในภาพของระยะสั้นราคาน้ำมันดิบยังคงมีอัพไซด์ เพราะโอเปกไม่เพิ่มกำลังการผลิต ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการที่กำลังขาดแคลน เพราะกำลังผลิตจากฝั่งสหรัฐต่ำกว่าคาดเนื่องจากผลกระทบของอากาศหนาวเย็นที่มากกว่าปกติ รวมถึงเศรษฐกิจในภูมิภาคต่างๆทั่วโลกกำลังฟื้น จึงส่งผลให้ความต้องการใช้สูงขึ้น ดังนั้นในระยะสั้นอาจจะดันขึ้นไปที่ระดับในโซน 65-70เหรียญ
อย่างไรก็ตามมองว่าการประชุมในครั้งถัดไปโอเปกไม่ควรที่จะคงชะลอกำลังการผลิตไว้ที่เท่าเดิม ซึ่งในครั้งล่าสุดที่ยังคงไว้เท่าเดิมเพราะในช่วงต้นปีมีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 เป็นรอบที่สอง แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้เห็นได้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อหลายประเทศเริ่มลดลง และหลายประเทศเริ่มเปิดประเทศ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆเริ่มกลับมา ดังนั้นในการประชุมครั้งหน้าจะไม่มีการคงกำลังการผลิตไว้ที่เท่าเดิมอย่างแน่นอน
ด้านนายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ในสิ้นไตรมาส 3/64 จะวิ่งขึ้นไปที่ระดับ 75 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ถึงแม้ว่าทางโอเปกจะปรับเพิ่มกำลังการผลิต แต่เนื่องด้วยความต้องการใช้น้ำมันดิบทั่วโลกยังมีดีมานด์ที่มากกว่า โดยกลยุทธ์การลงทุนหุ้นกลุ่มที่จะได้ประโยชน์คือกลุ่มโรงกลั่น และปิโตรเคมี เช่น PTT ที่ราคายังถูก และกลุ่มปิโตรเคมีอย่าง PTTGC และ IVL
