DRT รับตลาดวัสดุก่อสร้างสดใส บริหาร Product Mix ดันมาร์จิ้นพุ่ง 28%
DRT เปิดแผนปี 64 รับตลาดวัสดุก่อสร้างโต 5-10% ชี้ความต้องการสินค้าในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ดีขึ้น พร้อมอัดงบลงทุน 200-300 ล้านบาท ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ลุยบริหารจัดการด้าน Product Mix และรักษาอัตราการใช้กำลังผลิตมากกว่า 80% เพิ่มอัตราการทำกำไรขั้นต้นเฉลี่ยในปีนี้อยู่ในระดับ 27 – 28% วางเป้ารายได้ปี 64 โต 5%
นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT เปิดเผยว่า แนวโน้มผลประกอบการของบริษัทในปี 2564 วางเป้าจะมีรายได้เติบโต 5%จากปี 2563 ที่มีรายได้ประมาณ 4,409.15 ล้านบาท พร้อมกับกำหนดงบลงทุนไว้ที่ระดับ 200-300 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต โดยในช่วง 2-3 ปีนับจากนี้คาดว่าจะยังไม่มีการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทในช่วงไตรมาส 1/2564 คาดว่าจะเติบโตดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจาก ช่วงเดือนก.พ.2563 เริ่มมีการปิดประเทศแล้ว รวมทั้งยังคาดว่าจะเติบโตดีกว่าไตรมาส 4/2563 อีกด้วย เนื่องจาก เป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ
โดยสัญญาณความต้องการสินค้าในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ พบว่า ดีขึ้นตามลำดับโดยกลุ่มลูกค้าโครงการได้เริ่มกลับมาพัฒนาสินค้าที่อยู่อาศัยอีกครั้ง ขณะที่ช่องทางการจำหน่ายสินค้าผ่านห้างค้าปลีกวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ยังเดินหน้าการลงทุนขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงปัจจัยจากราคาพืชผลทางการเกษตรที่ปรับตัวดีขึ้น ทำให้การซื้อสินค้าผ่านร้านค้าตัวแทนจำหน่ายรายย่อยมีความคึกคักมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ดังนั้นจึงประเมินว่าตลาดวัสดุก่อสร้างในปี 2564 มีแนวโน้มฟื้นตัวที่ดีขึ้น ซึ่งคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตที่ระดับ 5-10%
กลยุทธ์ดำเนินงานของ DRT ในปี 2564 จะนำจุดแข็งด้านความหลากหลายของผลิตภัณฑ์หลังคา บอร์ด ไม้สังเคราะห์ และบริการระบบหลังคาอย่างครบวงจรมาช่วยสร้างฐานการเติบโต ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีหลากหลายสามารถนำไปก่อสร้างบ้านได้ทั้งหลัง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันการทำตลาด โดยแผ่นผนังสำเร็จรูปมีมูลค่าการตลาดรวมอยู่ที่ 2-3 หมื่นล้านบาท ขณะที่แผ่นกระเบื้องมีมูลค่าการตลาดที่ระดับ 10,000 ล้านบาท จึงถือเป็นโอกาสสร้างยอดขายในอนาคต
โดยหลังจากเริ่มเดินเครื่องจักรเชิงพาณิชย์ NT-11 ที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นด้านการผลิตและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดกลุ่มไม้สังเคราะห์ เช่น ไม้ฝา ไม้เชิงชาย ไม้พื้น และไม้ตกแต่งอเนกประสงค์ เพื่อนำไปใช้ก่อสร้างและตกแต่งบ้าน สำหรับตอบสนองความต้องการของลูกค้า
ขณะเดียวกัน บริษัทวางแผนบริหารจัดการด้าน Product Mix และรักษาอัตราการเดินเครื่องจักรในการผลิตสินค้าในปี 2564 อยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยมากกว่า 80% เพื่อให้มีต้นทุนการผลิตสินค้าต่อหน่วยอยู่ในระดับต่ำและเพิ่มอัตราการทำกำไรขั้นต้นเฉลี่ยในปีนี้อยู่ในระดับ 27 – 28% จากเดิม 26-27% พร้อมนำเทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยจะลงทุนติดตั้งโรบอตในไลน์การผลิตอย่างต่อเนื่องตามแผนการลงทุนระยะยาว 5 ปี ที่มีเป้าหมายยกระดับโรงงานสู่ Smart Factory
“ปีนี้เรามีความพร้อมด้านการผลิตสินค้าไม้สังเคราะห์หลังเดินเครื่องจักร NT-11 ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและการผลิตสินค้าใหม่ๆ ตอบสนองความต้องการสินค้าที่มีหลากหลาย ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าทั้งการสร้างบ้านใหม่หรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ด้วยจุดเด่นด้านการติดตั้งได้รวดเร็ว ไม่ยุ่งยาก ประหยัดงบประมาณและมีความสวยงาม” นายสาธิต กล่าว
ส่วนแนวการสื่อสารการตลาด บริษัทยังคงใช้แนวคิด ‘สวยครบเซต ตราเพชรทั้งหลัง’ เพื่อสร้างแบรนด์สินค้า ‘ตราเพชร’ โดยเผยแพร่ภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ Function x Fashion ผ่านสื่อทีวีดิจิทัล สื่อออนไลน์ สื่อสิ่งพิมพ์ ป้ายโฆษณาและสื่อ ณ จุดขายภายในร้านค้าตัวแทนจำหน่าย ตอกย้ำความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และสร้างความแตกต่างจากการนำเสนอสินค้าวัสดุก่อสร้าง ที่นอกจากจะมีฟังก์ชั่นที่เป็นประโยชน์ในการก่อสร้างแล้ว ตัวสินค้ายังมีลวดลายสีสันที่โดดเด่นช่วยเพิ่มความสวยงาม
ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัว Diamond Studio แบบบ้านน็อกดาวน์ พื้นที่ใช้สอย 75 ตารางเมตร โดยนำแบบก่อสร้างของผู้ชนะเลิศโครงการ DIAMOND Design Contest 2020 มาสร้างเป็นบ้านน็อกดาวน์สำเร็จรูปต้นแบบ เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายและนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ง่ายต่อการติดตั้ง ในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพื่อสร้างการรับรู้ไปยังกลุ่มลูกค้าที่ต้องการสร้างบ้านสำเร็จรูป ซึ่งเป็นกลุ่มที่ DRT ต้องการขยายตลาดเพิ่มเติม โดยล่าสุด จับมือพันธมิตรเข้ารับงานก่อนสร้างรีสอร์ทขนาด 10 ยูนิต ด้วยบ้านน็อคดาวน์ และถือเป็นต้นแบบในการเสนอรับงานจากผู้ประกอบการรายอื่นๆเพิ่มอีกในอนาคต
