PLT เปิดเทรดครั้งแรกราคาพุ่ง 12.26% ระดมทุนขยายกองรถ-เรือบรรทุกก๊าซ โบรกฯ เคาะราคาเหมาะสม 2.10 บาท
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น PLT หรือ บริษัท พีลาทัส มารีน จำกัด (มหาชน) หลังจากที่เปิดทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นวันแรก โดยราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 1.74 บาท เพิ่มขึ้น 0.19 บาท หรือ 12.26% เมื่อเทียบกับราคาเสนอขายหุ้นไอพีโอที่ 1.55 บาท
นายวราวิช ฉิมตะวัน กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PLT เปิดเผยว่า เงินที่ได้จากการระดมทุนประมาณ 433 ล้านบาท (หลังหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง) จะนำไปใช้ในลงทุนเพิ่มกำลังการผลิต โดยลงทุนซื้อเรือบรรทุกก๊าซ LPG และก๊าซเคมีเหลว จำนวน 250-300 ล้านบาท
รวมถึงลงทุนขยายกองรถบรรทุกก๊าซ LPG จำนวน 65 ล้านบาท ติดตั้งระบบ ERP ภายในองค์กร จำนวน 15 ล้านบาท ปรับปรุงลานจอดรถบรรทุกก๊าซ LPG และก่อสร้างโรงซ่อมบำรุงรถบรรทุกก๊าซ LPG จำนวน 12 ล้านบาท ส่วนเงินที่เหลือบริษัทจะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการลงทุน หรือการร่วมทุนในหุ้นหรือสินทรัพย์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
สำหรับกลยุทธ์การเติบโตหลังการลงทุน IPO จะมุ่งเน้นการให้บริการขนส่งเพื่อความพึงพอใจของลูกค้า การเพิ่มช่องทางการให้บริการเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการให้บริการขนส่งทางเรือไปต่างประเทศมากขึ้น การบำรุงรักษาเรือและรถบรรทุกให้พร้อมต่อการบริการ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและการขยายประเภทสินค้า เช่น การขนส่งก๊าซเคมีเหลวประเภทผลิตภัณฑ์สายโอเลฟินส์ เพื่อเพิ่มบริการขนส่งกลุ่มปิโตรเคมีในอนาคต 8 นับเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้ PLT เติบโตแข็งแกร่งและยั่งยืนอย่างมีนัยสำคัญ
[โบรกเคาะราคาเหมาะสม 2.10 บาท]
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ประเมินแนวโน้มผลประกอบการในปี 2566 กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 103 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิ 65.6% ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มจำนวนกองเรือ กองรถ และการขยายธุรกิจไปยังประเทศเวียดนาม ขณะที่ปี 2567 กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 121 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิ 17.7% จากการเพิ่มขึ้นของกองเรือและการได้รับสัญญาธุรกิจเดินเรือในประเทศและกลุ่ม CLMV เพิ่ม
ทั้งนี้ใช้วิธี P/E ratio ประเมินมูลค่าหุ้น PLT ได้ราคาเหมาะสมปี 2566 ที่ 2.1 บาท จากการอิง EPS ปี 2566 ที่ 0.11 บาท และ P/E ที่ 19.4เท่า คิดเป็น PEG ที่ 1เท่า (CAGR ปี 2565–2569 อยู่ที่ 19.4%) ทั้งนี้เราได้ทำกรอบ P/E sensitivity เพื่อประกอบการตัดสินใจการลงทุน
ขณะที่ในมุมมของ บริษัท หลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดกำไรปี 65-67 จะเติบโตโดดเด่น มากกว่า 40% CAGR โดยเราประมาณกําไรปี 66-67 จะอยู่ที่ 100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60% จากปีก่อน และ 120 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21% จากรายได้และ GPM ที่จะปรับตัวดีขึ้น
นอกจากนั้น การเติบโตในระยะยาวยังมีแนวโน้มที่ดี เนื่องจากมีสัญญาระยะยาวถึง 15 ปี และมีโอกาสขยายธุรกิจไปต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะเวียดนามที่ PLT ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า
ทั้งนี้ประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 2566 ที่ 2.00 บาท อิง PER ที่ 20.0 เท่า โดยเปรียบเทียบกับบริษัทที่ประกอบธุรกิจใกล้เคียงกันด้ํานเรือขนส่งน้ำมันและสินค้าเคมี ได้แก่ AMA และ PRM ซึ่งมีค่าเฉลี่ย PER ย้อนหลัง 4-5 ปีในอดีตที่ 19.6 เท่ํา
