Official Update :

เทียบฟอร์ม! ตัวอย่างบริษัทในตลาดหุ้นไทย ของ 2 มหาเศรษฐี “เสี่ยเจริญ-เจ้าสัวธนินท์”

“เจริญ สิริวัฒนภักดี” นักธุรกิจชื่อดัง ผู้ประกอบธุรกิจอย่างหลากหลาย โดยธุรกิจที่รู้จักกันอย่างดี คงหนีไม่พ้น “ไทยเบฟเวอเรจ” ขณะที่ “ธนินท์ เจียรวนนท์” เจ้าของอาณาจักร เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือกลุ่ม ซีพี บริษัทเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย


โดยทั้ง 2 มหาเศรษฐี เร็วๆนี้ กำลังจะมีแผนผลักดันบริษัทในเครือเข้าตลาดหุ้นไทย อย่างบริษัท ซีพีเอฟ โกลบอล ฟู้ด โซลูชั่น จำกัด (มหาชน)  หรือ CPFGS บริษัทย่อยของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF และบริษัท บิ๊กซี รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำากัด (มหาชน) หรือ BRC บริษัทย่อยของบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC


สำหรับ CPFGS เป็นหนึ่งในผู้นำด้านการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์และอาหาร รวมถึงกิจการร้านอาหารและธุรกิจขนมสัตว์เลี้ยง ภายใต้กลุ่ม CPF โดยในปี 2565 มีรายได้จากการขายสินค้า 170,830 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จากปี  2564 อยู่ที่ 137,754 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยปี 2565 มีกำไร 6,173 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 133.3% จากปี 2564 อยู่ที่ 2,646 ล้านบาท


ทั้งนี้สินค้าที่เราคุ้นเคยก็มีอย่างหลากหลายเช่นกัน อาทิ ตราสินค้าต่าง ๆ เช่น “ซีพี (CP)”  “บุชเชอร์ (Bucher)” “บีเคพี (BKP)” “ซูเปอร์เชฟ (Superchef)” เป็นต้น รวมทั้งธุรกิจร้านอาหาร คือ กิจการห้าดาว (Five Star) ร้านเชสเตอร์ (Chester’s)


ส่วน BRC บริษัทเรือธง (Flagship Company) สําหรับธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ และธุรกิจค้าส่งและสนับสนุนการค้าปลีกแบบดั้งเดิมของกลุ่ม BJC และกลุ่ม TCC ซึ่งธุรกิจที่คุ้นตาก็คือ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ร้านขายยาเพรียว ร้านขายยาสิริฟาร์มา ร้านกาแฟวาวี เป็นต้น


โดยผลการดำเนินงานปี 2563 มีรายได้รวม 113,099.70 ล้านบาท มีผลขาดทุน 709.5 ล้านบาท ส่วนปี 2564 มีรายได้รวม 111,106.90 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 7,332.80 ล้านบาท และปี 2565 มีรายได้รวม 113,573.20 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 6,756.80 ล้านบาท


ทั้งนี้ 2565 มีรายได้จากการขายสินค้า ซึ่งประกอบด้วย การขายสินค้าจากธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ ธุรกิจค้าส่งและสนับสนุนการค้าปลีกแบบดั้งเดิม และธุรกิจอื่น ๆ จำนวน 96,984.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% จากปี 2564 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าจากธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ของบริษัทฯ หักกลบบางส่วนกับการลดลงของรายได้จากการขายสินค้าจากธุรกิจค้าส่งและสนับสนุนการค้าปลีกแบบดั้งเดิม


ดังนั้นเพื่อต้อนรับทั้ง 2 บริษัทดังกล่าว Wealthy Thai จึงได้หยิบยกบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยของทั้ง 2 มหาเศรษฐี มาฝากนักลงทุน ซึ่งจะมีบริษัทไหนบท เราสรุปให้แล้วใน Infographic นี้


ณัฐภูมินทร์ ทวีทรัพย์

Senior Content Creator

Most Viewed
Fun of Funds
“หุ้นไต้หวัน” มหาอำนาจ “ชิปโลก”... โอกาสลงทุนรับการเติบโตของ “AI Megatrend” เศรษฐกิจโตดี-หุ้นโตโดดเด่น” !!!
Updated 1 day ago
Banking
ทีทีบี ผนึกพันธมิตร DBS สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับการบริหารความมั่งคั่ง
Updated 1 day ago
News Highlight
ONEE ท็อปฟอร์ม! โชว์ศักยภาพผ่านงาน Earnings Call ไตรมาส 2 ปี 2569 ทำรายได้รวม 2,259.36 ลบ. กำไรสุทธิ 67.88 ลบ.
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ก.ล.ต. ลงดาบ 18 ราย ร่วมสร้างราคาหุ้น META สั่งปรับ-ชดใช้รวมกว่า 172 ล้านบาท พร้อมห้ามเทรด-นั่งกรรมการสูงสุด 102 เดือน
Updated 13 hours ago
Stock of the Day
GULF เสริมพอร์ตสีเขียว เดินเครื่องโซลาร์ 135 MW จ่ายไฟ กฟผ. รับสัญญาซื้อขายยาว 25 ปี จ่อ COD เพิ่ม 4 โครงการ 235.6 MW ปลายปี 69
Updated 16 hours ago
Follow Us