Official Update :

ทำไมสาเหตุนี้ยังกดดัน SET หนีเก็บ 2 หุ้น Laggard - Growth story

นักวิเคราะห์ บริษัท หลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ คาด SET แกว่งตัว 1,540 - 1,560 จุด ตลาดได้ sentiment บวกจากความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ รวมถึง Bond yield สหรัฐที่ย่อตัวลง อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดิบที่ย่อตัวลงจากแรงขายทำกำไรรวมถึง Fund flow ต่างชาติที่ผันผวนจากเงินบาทที่อ่อนค่าจะกดดันต่อดัชนี



กลยุทธ์การลงทุน:
 Selective Buy

  • AOT MINT CENTEL CPN CRC MAJOR ได้อานิสงส์วัคซีน Covid-19 

  • HANA KCE TU CPF อานิสงส์เงินบาทที่อ่อนค่าลง

  • หุ้นกระแสกัญชง CBG ICHI SAPPE RBF DOD PTG TACC 



หุ้นแนะนำวันนี้

  • CPALL (ปิด 75 ซื้อ/เป้า 72)ราคาหุ้นยัง Laggard จากกลุ่ม ขณะที่ Valuation ค่อนข้างถูกหากเทียบกับในอดีต โดย CPALL ซื้อขายที่ PE 24-25 เท่า (-1SD) เทียบกับในอดีตที่ 30-35 เท่า เปิดเมืองช่วยหนุนยอดขาย

  • TACC (ปิด 10 ซื้อ/เป้า IAA Consensus 9.5 บาท)ธุรกิจเดิมเติบโตไปพร้อมกับ 7-11 จากการขยายสาขาสู่กัมพูชาและลาวรวมถึงการเพิ่มสินค้าใน Lotus เข้าลงทุน และมี Growth story ใหม่จากการลงทุน 30% ใน TCI เพื่อทำธุรกิจผลิตและแปรรูปกัญชงและกัญชา



ประเด็นสำคัญวันนี้

  • (+) US Bond yield พักตัวหนุนหุ้นกลุ่ม Tech ในสหรัฐกลับมาคึกคัก:ดาวโจนส์ปิดบวกเล็กน้อยรอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนฯ แต่ดัชนี NASDAQ พุ่งแรงกว่า 7% เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ของสหรัฐเริ่มพักตัว (Tesla+20%, Apple Amazon และ Facebook +4%)

  • (-) น้ำมันดิบหลุด 65$/bbl กังวลสต๊อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 2: ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลงอีก 04 ดอลลาร์ ปิดที่ระดับ 64$/bbl มองเป็นการพักตัวลดความร้อนแรงหลังจากที่เพิ่มขึ้นเร็วในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับนักลงทุนกังวลสต๊อกน้ำมันดิบในสหรัฐจะเพิ่มขึ้นหลังจากสถาบันปิโตรเลียมของสหรัฐ (API) รายงานสต๊อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์เพิ่มขึ้น 12.8 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่ Consensus คาดว่าจะลดลง 8 แสนบาร์เรล

  • (+/-) คืนนี้ติดตามสภาผู้แทนสหรัฐลงมติมาตรการกระตุ้น ศก. และติดตามตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ:โดยวันนี้สภาผู้แทนฯ สหรัฐจะลงมติผ่านร่างกฏหมายกระตุ้น ศก. 9 ล้านล้านเหรียญ เราและตลาดคาดสภาฯ จะผ่านร่างดังกล่าวและ จะส่งให้ ปธน.โจ ไบเดน ลงนามและออกเป็นกฏหมายได้ทันก่อนวันที่ 14 มี.ค. และวันนี้แนะติดตามตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ก.พ. จะปรับตัวขึ้นอย่างที่ตลาดกังวลหรือไม่