สแกน 5หุ้นดาวเด่น จาก5กลุ่มใหญ่ ในธีมลงทุนเฟ้นหาหุ้น “Valua Play”

ธีมการลงทุนในช่วงนี้ตลาดหุ้นส่วนใหญ่เริ่มกลับมาให้ความสำคัญกับกลุ่มหุ้นที่รองรับปัจจัยบวกจากฐานของเศรษฐกิจแต่ละประเทศที่ฟื้นตัว เช่นกลุ่มหุ้นเศรษฐกิจฐานราก เช่นกลุ่มพลังงานน้ำมัน กลุ่มปิโตรเคมี กลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มค้าปลีก โดยขณะนี้นักลงทุนคงจะทราบกันดีว่ากระแสเม็ดเงินลงทุนต่างชาติยังคงมีอยู่แบบล้นระบบ แต่ในช่วงที่ผ่านมามีการโยกย้ายเงินไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ประเภทอื่น รวมถึงสินทรัพย์ปลอดภัย


แต่อย่างไรก็ตามกระแสเม็ดเงินดังกล่าวกำลังจะโยกย้ายเงินกลับมาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นอีกครั้ง หลังจากที่พื้นฐานของเศรษฐกิจทั่วโลกเริ่มจะฟื้นตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจนจากการคลี่คลายปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 ขณะเดียวกัน ถือเป็นความโชคดีในความโชคร้ายของประเทศไทย มียังคงมีกลุ่มหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจฐานรากเป็นส่วนที่มากกว่าหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี จึงทำให้ตลาดหุ้นไทยเองมีโอกาสจะได้รับเม็ดเงินจากธีมลงทุนของกระแสเงินทุนต่างชาติได้


ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลตลาดหุ้นไทยมีกลุ่มที่เป็นหุ้นเกี่ยวข้องอิงกับเศรษฐกิจฐานรากหลายประเภท เช่นน้ำมัน ธนาคารพาณิชย์ ,กลุ่มค้าปลีก,กลุ่มการเงิน,หรือแม้กระทั่งกลุ่มปิโตรเคมี โดย Wealthy Thai ได้รวบรวมกลุ่มหุ้นดังกล่าวมาให้กับนักลงทุนได้รับข้อมูลว่าข้อมูลพื้นฐานของหุ้นในแต่ละกลุ่มธุรกิจทิศทางผลการดำเนินงานจะเป็นอย่างไร และกลยุทธ์การลงทุนสำหรับนักลงทุนที่กำลังถือหุ้นดังกล่าวอยู่ และนักลงทุนที่ไม่มีหุ้นจะทำอย่างไรเป็นการตัดสินใจก่อนการเข้าลงทุน


ธีมการหาหุ้น Valua Play” มีหุ้นที่เข้าข่ายประกอบไปด้วย 1.PTT ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของไทย 2.BBL ธนาคารพาณิชย์ที่กำลังจะกลับมาโตได้อีกครั้งในปีนี้ 3. CPALL กลุ่มค้าปลีกที่จะมาพร้อมกับการบริโภคในประเทศกระเตื้องขึ้น 4.PTTGC ธุรกิจปิโตรเคมีที่จะต้องมาพร้อมกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และ 5. SAWADธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อที่ผลงานเติบโตแบบไม่หยุดราคาหุ้นทำนิวไฮต่อเนื่องไปอีก



PTT และ PTTGC ยังโดดเด่นในด้านพลังงาน

เริ่มจากขาใหญ่ตลาดหุ้นไทยอย่าง PTT ที่ในปีนี้ราคาหุ้นอาจจะสวนทางกับแนวโน้มธุรกิจที่ยังคงมีมุมมองว่าจะไปได้สวยกว่าในปี 63 เพราะบริษัทลูกๆในเครือต่างมีผลงานการฟื้นตัวที่จะกระเตื้องขึ้น เพราะราคาน้ำมันดิบดูทรงแล้วจะเพิ่มขึ้นไปได้อีก หากไม่มีการปิดเมืองปิดประเทศกันเป็นรอบที่ 3 รอบที่ 4 ขณะที่ PTTGC ยังควงคู่กับบริษัทได้อย่างโดดเด่น


โดย บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่าในทางพื้นฐานเลือก PTTGC โดย แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 75บาท และ PTT แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 50บาท เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มฯ จากจุดเด่นของโมเมนตัมกำไรครึ่งแรกปี 64 ฟื้นตัวอย่างมีคุณภาพ และได้ประโยชน์ทางตรงจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น รวมทั้งนักลงทุนสามารถ TRADING รอบสั้นหุ้นโรงกลั่น เช่น TOP (“TRADING” ราคาเหมาะสม 69.00 บาท) และ IRPC (“TRADING” ราคาเหมาะสม 4.00 บาท) ซึ่งมูลค่าหุ้นยังไม่แพง โดยซื้อขายบน PBV ที่มีส่วนลดจากค่าเฉลี่ย -1.0SD ซึ่งอยู่ในกรอบล่างของอุตสาหกรรม (-1.0SD ถึง +0.5SD) และกำไร 1Q64 ได้แรงหนุนจากสต็อกน้ำมันจำนวนมาก


อย่างไรก็ตาม ช่วง 1 – 2 สัปดาห์ข้างหน้าราคาหุ้นจะผันผวนตามภาวะตลาด เพราะเป็นช่วงรายงานตัวเลขเงินเฟ้อเดือนก.พ. ของสหรัฐฯ และการประชุม FOMC ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญด้านปัจจัยมหภาคที่ทำให้หุ้นผันผวนได้



BBL แบงก์ใหญ่ที่ราคาหุ้นกำลังวิ่ง

ธนาคารพาณิชย์อีกหนึ่งแห่งที่ราคาหุ้นเริ่มกระเตื้องฟื้นตัวขึ้นได้ หลังจากที่ KBANK เป็นอีกตัวเด่นที่ราคาหุ้นวิ่งตอบรับกระแสเศรษฐกิจโลกและในไทยฟื้นตัวขึ้น ขณะเดียวกันในช่วงที่ผ่านมาหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ต่างได้ตั้งสำรองป้องกันกันไปเยอะมากแล้ว ขณะที่ BBL ในฐานะที่เป็นแบงก์ที่ปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าองค์กรในสัดส่วนที่มากกว่ารายย่อยจึงถือว่าไม่ได้มีผลกระทบมากนัก


บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อ BBL โดยเรายังเห็นโอกาสอัพไซด์ประมาณ 16% ของประมาณการกำไรของเรา จากประเด็นเรื่องการตั้งสำรองและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานตามเป้าของ BBL ที่ต่ำกว่าประมาณการของเรา โดยเรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ที่ราคา 158.5 บาท


โดยผู้บริหารตั้งเป้าสินเชื่อปี 64 จะเติบโต 3-4% จากปีก่อน รวมทั้งคาดรายได้จากค่าธรรมเนียมสุทธิปี 64 เติบโต 3-4% จากการฟื้นตัวจากธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อและ bancassurance ธนาคารตั้งเป้า LLPs ปี 64 ลดลงจากปีก่อนโดยยังคงเน้นนโยบาย conservative และตั้งเป้า Cost to income ratio ในระดับต่ำจากปีก่อนจากการไม่มีค่าใช้จ่ายในการรวมกับธนาคาร Permata



CPALL คนกำลังจะเข้า 7-11 มากขึ้น

ผู้ยิ่งใหญ่ค้าปลีก 7-11 ยอดขายในประเทศช่วงที่ผ่านมาปรับลดลง เพราะการล็อคดาวน์ หรือคนไม่กล้าออกจากบ้าน ในช่วงโควิด รวมถึงบางจังหวัดที่เป็นการท่องเที่ยวที่ถูกปิดการเข้าออก จึงส่งผลให้กระทบให้ยอดขายสาขาเดิมของ 7-11 ลดหายตามไปด้วย


บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เห็นภาพการฟื้นตัวในปี 64 นี้ นั่นคือการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมที่จะฟื้นตัวดีขึ้นตามเศรษฐกิจไทย ซึ่งมีการเริ่มฉีดวัคซีน และยังจะมีเป้าเพิ่มจำนวนสาขาอีก 700 แห่งในปี 64 เพิ่มรายได้จากการให้บริการ จัดสรร product mix ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น ธุรกิจค้าส่ง MAKRO ฟื้นตัวดี รวมทั้งส่วนขาดทุนจากต่างประเทศที่ลดลง


อีกทั้งคาดว่าบริษัทยังสามารถจัดการกับทางด้านงบดุลและกระแสเงินสดไว้ได้ ยังไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มทุน แม้จะมี ดีลการซื้อ เทสโก้ โลตัส สำหรับอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนปลายปี 63 เพิ่มขึ้นมาเป็น 1.8 เท่า (ไม่นับรวมผลกระทบจาก TFRS 16 เกี่ยวกับ Financial Lease) เทียบกับปลายปี 62 ที่ 1.1 เท่า เนื่องจากได้นำเรื่องเงินกู้ที่เพิ่มขึ้นราว 8.4 หมื่นล้านบาท จากการซื้อเทสโก้ โลตัส มาบันทึก แต่ก็ยังไม่เกินข้อจำกัด (Debt Covenant) ที่ 2.0 เท่า และจากเงินสดที่เข้าสม่ำเสมอจากการดำเนินงานทุกวัน เราจึงคาดว่าบริษัทจะยังจัดการได้


คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานใหม่ที่ปรับลดลงเป็น 78.50 บาท ซึ่งประเมินด้วยวิธี DCF แนวโน้มระยะยาวยังแข็งแกร่ง เนื่องจากมีจุดขายที่โดดเด่นในกลุ่มพาณิชย์ ส่วนสาเหตุที่ปรับราคาพื้นฐานลง ก็เป็นการสะท้อนการปรับกำไรหลักปีนี้ลงในอัตรา 13% สอดรับกับสมมุติฐานที่เปลี่ยนไปคือ SSSG, รับกำไรจาก เทสโก้ โลตัส เพิ่มขึ้น และดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้นจากเงินกู้ สรุปคือ คาดว่าอัตราการเติบโตกำไรหลักปี 64 และปี 65 จะฟื้นตัวเป็น เพิ่มขึ้น16% จากปีก่อน เพิ่มขึ้น29% จากปี 64ตามลำดับ



SAWAD ราคาเป้าหมายทะลุ 100บาท

บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า อัตราผลตอบแทนสินเชื่อจำนำทะเบียนถูกกดดัน และสินเชื่อของ BFIT ชะลอตัวลง  SAWAD พยายามจะขยายพอร์ตสินเชื่อไปยังสินเชื่อมอเตอร์ไซค์ซึ่งมีผลตอบแทนสูง เพื่อเพิ่มอัตราผลตอบแทนรวมของพอร์ต


โดยตั้งเป้าสินเชื่อกลุ่มนี้ไว้ที่ 2 หมื่นล้านบาท (เพิ่มขึ้นจาก 7 พันล้านบาทในปัจจุบัน) ที่อัตราผลตอบแทนสูงถึง 30% ทั้งนี้แม้จะรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากสินเชื่อกลุ่มนี้ และค่าใช้จ่ายสำรองสูงขึ้น แต่ดูจากมาร์จิ้นโดยรวมยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดยหากใช้สมมติฐานอัตราผลตอบแทนของสินเชื่อกลุ่มนี้ที่ 25% การขยายสินเชื่อกลุ่มนี้จะทำให้ยีลด์ของพอร์ตรวมเพิ่มขึ้นจาก 20.5% เป็น 21.5-21.7% ทั้งนี้ธุรกิจใหม่ในส่วนนี้จะดำเนินการภายใต้บริษัทลูกใหม่ Srisawad Capital (ถือหุ้น 65%) ทั้งนี้ใช้สมมติฐานยีลด์สินเชื่อปีนี้ที่ 20.8% (+0.5% จากประมาณการเดิม)


ขณะเดียวกันบันทึกกำไรพิเศษจากการลงทุน 300 ล้านบาทจากการขายหุ้นบริษัทลูกให้ GSB โดยการที่ SAWAD ขายหุ้น 49% ใน Lyern-Sof-Tun-Jai ไปให้กับ GSB เพื่อตั้ง JV เพื่อใช้เป็น platform การปล่อยกู้ให้กับฐานลูกค้าของ GSB จะทำให้ SAWAD มีกำไรจากการลงทุนประมาณ 300 ล้านบาทในไตรมาส1/64 เราคาดว่าการปล่อยกู้ในส่วนนี้จะเริ่มเปิดดำเนินการได้ประมาณไตรมาส2/64 ซึ่งกำไรจากการลงทุนในส่วนนี้จะหนุนให้กำไรปีนี้โตประมาณ 4%


ทั้งนี้ เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นของบริษัท non-bank และผู้เล่นรายใหม่ที่เพิ่มเข้าในตลาดเป็นจำนวนมาก เราคิดว่าโครงสร้างบริษัทของ SAWAD มีพลวัตรมากขึ้น และจะช่วยให้บริษัทสามารถเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มนี้ได้ การที่บริษัทผนึกพันธมิตรกับ GSB จะช่วยให้ SAWAD สามารถเข้าถึงต้นทุนทางการเงินที่ต่ำ และฐานลูกค้าขนาดใหญ่ของ GSB ได้ นอกจากนี้ การแยกธุรกิจ leasing มอเตอร์ไซค์ออกมา และบริหารโดยมืออาชีพ จะทำให้บริษัทมี platform สำหรับการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ


ประมาณการของเราใช้สมมติฐานว่า 1.) มีกำไรพิเศษจากการลงทุน 300 ล้านบาทในปี 2564 2.) yield สินเชื่อเพิ่มขึ้น +50% เป็น 20.8% ในปี 2564/65 3.)ปรับเพิ่ม credit cost เป็น 100%ต่อ100% (จากเดิม 60%/50%) ทั้งนี้ เนื่องจาก P/E ของ SAWAD ต่ำที่สุดในกลุ่ม non-bank ที่ 16.7เท่า ขณะที่ MTC อยู่ที่ 23เท่า, KTC อยู่ที่ 27เท่า และ SINGER อยู่ที่ 23เท่า เจึง re-rate P/E ของ SAWAD เป็น 20เท่า จากกำไรปี 65 ทำให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 101 บาท เรายังคงคำแนะนำซื้อ SAWAD



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
Updated 1 day ago
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
Updated 1 day ago
Stock of the Day
จับตา El Niño เสี่ยงดันเงินเฟ้อรอบใหม่ ผลผลิตเกษตรลด-ราคาอาหารพุ่ง เปิดโผธุรกิจไหน ได้/เสีย ประโยชน์
Updated 13 hours ago
Fun of Funds
“ALLY” พร้อม Transform สู่ “Urban Experience Platform” ภายใต้แนวคิด “Where Life Feels Right”… ส่วน “ALLY REIT” เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่2 ลุย 3 โครงการใหม่ มูลค่า 1.51 พันลบ. !!!
Updated 13 hours ago
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
Updated 1 day ago
Follow Us