ลุ้นผลประชุมเฟดคืนนี้ เมื่อนักวิเคราะห์เสียงแตก ชี้!อาจจะไม่ใช่การขึ้นดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายของปี
ผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เรื่องอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมระหว่างวันที่ 2-3 พ.ค.2566 ซึ่งตลาดรอสรุปผลแค่เพียงว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ที่ระดับ 0.25% หรือไม่ ขณะที่นักวิเคราะห์หลายแห่งของไทยมีมุมมองเป็นเสียงเดียวกันว่า จะเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายของรอบปีนี้
รวมไปถึงตลาดยังจับตาถ้อยคำแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่าจะมีท่าทีต่อนโยบายอัตราดอกเบี้ยอย่างไรในการประชุมครั้งถัดไป
แต่อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ของไทยบางแห่งระบุว่า นี่อาจจะไม่ใช่การขึ้นดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายของปีนี้ เพราะเนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อ (PCE Deflator) และ ISM Manufacturing ยังออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์
ทั้งนี้ Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาสรุปใจความสำคัญของมุมมองนักวิเคราะห์แต่ละแห่งว่ามีมุมมองกับการประชุมของเฟดในเรื่องของอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้อย่างไรบ้าง
เริ่มกันที่ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ยังคงมุมมองตามเดิมว่าการประชุมเฟดในวันที่ 2-3 พ.ค.จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% เป็น 5-5.25% แต่คาดเป็นการปรับขึ้นครั้งสุดท้าย จากนั้นจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับดังกล่าวเพื่อประเมินผลกระทบจากดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจากนั้นจึงจะพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้
บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า CME FedWatch Tool ให้น้ำหนัก 93% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้ โดยประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือถ้อยแถลงของปธ.เฟด เพื่อจับสัญญาณทิศทางอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) รายงานว่า การประชุมเฟด จะทราบผลทางการพฤหัสบดีช่วงเช้าตามเวลาประเทศไทย เบื้องต้นคาดว่า FED จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% และเป็นการจบรอบดอกเบี้ยขาขึ้น แต่ที่ต้องติดตามคือถ้อยแถลงประธานเฟด และทิศทางการลดดอกเบี้ย
ทั้งนี้ตลาดประเมินว่าการลดดอกเบี้ยจะอยู่ในช่วงเดือน พ.ย. 2566 หากไม่เป็นตามที่ตลาดประเมินไว้อาจเป็นปัจจัยกดดัน สัปดาห์นี้ประเมิน SET เคลื่อนไหวในกรอบแคบ 1,520 – 1,540 เนื่องด้วยวันทำการที่น้อยและช่วงวันหยุดมีปัจจัยสำคัญที่ตลาดรอ
สำหรับเชิงกลยุทธ์ยังแนะสะสมเนื่องจาก Valuation ที่ไม่แพง แนะกลุ่ม Bank (BBL KBANK SCB TISCO) ค้าปลีก (BJC HMPRO) ร้านอาหาร (M) ศูนย์การค้า (CPN) สินค้า IT (COM7 SYNEX) โรงแรม (MINT SHR) โรงไฟฟ้า (BGRIM GPSC RATCH)
[นี่อาจจะไม่ใช่การขึ้นดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายของปี]
บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่าตลาดกลับมาจับตานโยบายการเงินสหรัฐฯ ติดตามการส่งสัญญาณของธนาคารกลางสหรัฐในการประชุม 3 พ.ค.นี้ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง อาทิ เงินเฟ้อ (PCE Deflator) และ ISM Manufacturing (เม.ย.ออกมา 47.1 สูงกว่าคาดการณ์ที่ 46.8 และสูงกว่า มี.ค.ที่ 46.3) ทำให้ตลาดยังไม่มั่นใจกับระดับดอกเบี้ยที่น่าจะเป็นจุดสูงสุดของวัฎจักร
โดกยการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ รอบนี้ โดยทำให้ความน่าจะเป็นของการขึ้นดอกเบี้ยในรอบการประชุม 14 มิ.ย. ขยับขึ้นมาแถว 27% (หรือดอกเบี้ยอาจขึ้นไปอีก 2 ครั้งการประชุม)
ดังนั้นนอกจากการขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในรอบนี้ ตลาดจะให้น้ำหนักกับการส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยในช่วงต่อไป ซึ่งการหยุดขึ้นดอกเบี้ย จะเป็นการดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น และอาจหนุนการฟื้นตัวของสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งจะเป็นบวกกับความเคลื่อนไหวของหุ้นไทย
