เปิดนโยบาย “ประชานิยม” 6 พรรคการเมืองใหญ่ ใครใช้งบประมาณสูงที่สุด

การเมืองของไทยเข้มข้นขึ้นทุกที เพราะใกล้เข้าสู่วันเลือกตั้งกันแล้ว ในแต่ละพรรคการเมืองก็ได้ส่งหมัดเด็ดออกมาไม่หยุด ทั้งนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การแก้ปัญหาป้องท้องของประชาชนเป็นหลัก แต่นโยบายที่ประกาศออกมานั้น จะต้องใช้งบประมาณในระดับสูงเช่นกัน ซึ่ง 6 พรรคใหญ่จะใช้วงเงินงบประมาณเท่าไหร่กันบ้าง บทความนี้มีคำตอบแล้ว


มุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (ปี 2556-2565) เติบโตเฉลี่ยเพียง 3.5% ซึ่งขยายตัวได้ช้าลงเมื่อเทียบกับช่วงปี 2546-2555 ที่ระดับ 7.9%


โดยความหวังที่จะเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลังจากนี้ คงหนีไม่พ้นปัจจัยทางการเมืองที่เหลือเวลาอีกไม่ถึง 1 เดือน ก็จะถึงกำหนดการเลือกตั้งทั่วไป โดยการกำหนดนโยบานของแต่ละพรรคเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม หลังพรรคการเมืองต่างๆ ก็ได้มีการนำเสนอแนวนโยบายเชิงรุก เพื่อที่จะดึงฐานเสียงผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งให้ได้มากที่สุด


ขณะที่งบประมาณที่จะต้องใช้รองรับการใช้จ่ายตามนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ เป็นงบประมาณปี 2567 อยู่ที่ 3.35 ล้านล้านบาท โดยมียอดราว 9.3 หมื่นล้านบาท ที่พออนุมานว่า รัฐบาลสามารถนำไปใช้เพื่อตอบสนองแนวนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ นอกจากนี้ยังมีแหล่งเงินที่รัฐบาลสามารถกู้เพิ่มได้อีกราว 1.56 ล้านล้านบาท (กรณีก่อหนี้สาธารณะจนเต็มเพดาน 70% ของ GDP ซึ่งโดยหลักการแล้วไม่ควรใช้จนเต็มเพดาน)


อย่างไรก็ตาม หลังจากทราบผลการเลือกตั้ง คงต้องติดตามว่างบประมาณการการกู้ยืมและการใช้จ่าย ได้สอดคล้องกับกำหนดนโยบายหรือไม่ และจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้มากน้อยเพียงใด


โดยในส่วนนโยบายพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งต้องใช้จ่ายเงินงบประมาณ และเสนอให้คณะกรรมการการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณามีทั้งสิ้น 67 พรรคการเมือง ซึ่งหลายพรรคมีนโยบายประชานิยมที่ต้องใช้งบประมาณ หลักแสนล้านบาทขึ้นไป โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • พรรคเพื่อไทย จำนวนนโยบาย 70 นโยบาย วงเงินที่ต้องใช้ 3 ล้านล้านบาท

  • พรรคภูมิใจไทย จำนวนนโยบาย 10 นโยบาย วงเงินที่ต้องใช้ 2.5 ล้านล้านบาท

  • พรรคก้าวไกล จำนวนนโยบาย 52 นโยบาย วงเงินที่ต้องใช้ 1.3 ล้านล้านบาท

  • พรรคพลังประชารัฐ จำนวนนโยบาย 14 นโยบาย วงเงินที่ต้องใช้ 1 ล้านล้านบาท

  • พรรคประชาธิปัตย์ จำนวนนโยบาย 11 นโยบาย วงเงินที่ต้องใช้ 6.8 แสนล้านบาท

  • พรรครวมไทยสร้างชาติ จำนวนนโยบาย 11 นโยบาย วงเงินที่ต้องใช้ 2.5 แสนล้านบาท



ทั้งนี้จะสังเกตได้ว่า นโยบายต่างๆ เน้นแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนเป็นหลัก ถือเป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มCOMM, FIN, BANK, MEDIA, FOOD และอื่นๆ อย่าง CONMAT, CONS อย่างไรก็ตามนโยบายหาเสียงต่างๆ ต้องดูข้อมูลงบประมาณประกอบว่ามีเพียงพอหรือไม่? และจะหางบประมาณส่วนไหนที่สามารถนำใช้ได้ อาทิ ประมาณการรายได้รัฐที่เพิ่มขึ้นในปี 2567 การบริหารงบประมาณด้านสวัสดิการที่ซ้ำซ้อน และอื่นๆ


อีกทั้งสถิติในอดีต บ่งชี้ว่า SET Index มีแนวโน้มที่ดีในช่วงเลือกตั้ง ซึ่งในอดีตก่อนการเลือกตั้ง 1 เดือน หุ้นมีโอกาสปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 1.1% และหลังเลือกตั้ง 1 สัปดาห์ มีโอกาสปรับตัวขึ้น 3.8% พร้อมกับ Fund Flow ที่ไหลเข้ามาสนับสนุนเสมอ


ดังนั้น ประเด็นการเลือกตั้งเข้มข้นขึ้นทุกที ซึ่งต้องติดตามต่อว่าทิศทางจะเป็นเช่นไร รวมถึงแหล่งที่มาของงบประมาณที่จะนำมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจของแต่ละพรรคหามาจากไหน อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ถือเป็นการสร้าง Sentiment ที่ดีต่อเศรษฐกิจไทย และ SET Index ในระยะถัดไป


ณัฐภูมินทร์ ทวีทรัพย์

Senior Content Creator

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
Updated 1 day ago
Stock of the Day
จับตา El Niño เสี่ยงดันเงินเฟ้อรอบใหม่ ผลผลิตเกษตรลด-ราคาอาหารพุ่ง เปิดโผธุรกิจไหน ได้/เสีย ประโยชน์
Updated 16 hours ago
Fun of Funds
“ALLY” พร้อม Transform สู่ “Urban Experience Platform” ภายใต้แนวคิด “Where Life Feels Right”… ส่วน “ALLY REIT” เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่2 ลุย 3 โครงการใหม่ มูลค่า 1.51 พันลบ. !!!
Updated 16 hours ago
Stock of the Day
“ทิสโก้” แนะกลยุทธ์ลงทุน ก.ค.69 คาด SET ครึ่งปีหลังขึ้นแบบมีคุณภาพ คงเป้าดัชนี 1,600 จุด แม้ DELTA อาจเป็นตัวถ่วง
Updated 17 hours ago
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
Updated 23 hours ago
Follow Us