ออมหุ้น 5 บริษัทธีมกัญชง เสพผลตอบแทน ผ่อนคลายสบายพอร์ต
กระแสข่าวที่ยังมาแรงต่อเนื่องและเป็นสีสันให้กับตลาดหุ้นในช่วงนี้ คือ กัญชา-กัญชง เพราะมีบริษัทจดทะเบียนหลายรายออกมาประกาศว่าอยู่ระหว่างศึกษาผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจากสารสกัดของกัญชง ซึ่งมีทั้งกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม อาหารเสริม และเครื่องสำอางค์ ทำให้ระยะสั้นราคาหุ้นพุ่งรับข่าวดีไปตามๆ กัน แต่สงสัยหรือไม่ หากเราออมหุ้น หรือ DCA หุ้นที่มีข่าวกำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์จากกัญชงจะเป็นอย่างไร ซึ่งวันนี้ Wealthy Thai คัดเลือก 5 หุ้น ได้แก่ CBG, ICHI, PTG, RS และ SAPPE มาทดลอง DCA ให้ดูกัน

เริ่มที่ CBG หรือ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หากเราซื้อหุ้นตัวนี้ด้วยเงิน 5,000 บาท ทุกเดือนติดต่อกันเป็นเวลา 5 ปี จะมีหุ้นทั้งหมด 4,748.00 หุ้น มูลค่าพอร์ตปัจจุบันอยู่ที่ 674,216.00 บาท กำไร 366,487.00 หรือ +119.09%และได้รับเงินปันผล 23,476.49 บาท โดยบล.หยวนต้า ระบุว่า CBG เปิดเผยถึงความเชี่ยวชาญในการพัฒนาสินค้ากลุ่มเครื่องดื่มผสมกัญชง โดยพัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์ผสมสาร CBD (Cannabidiol) และ Terpenes (สารให้ความหอม และช่วยในการผ่อนคลาย) มาเป็นระยะแล้ว คาดว่า CBG จะเป็นหนึ่งในผู้ผลิตสินค้าในกลุ่มนี้ได้เป็นรายแรกๆ ของตลาด โดยรอเพียงผลผลิตกัญชงจากต้นน้ำ และกลางน้ำ รวมถึงกฎหมายอนุญาตจากทางกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น คาดจะได้เห็นผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้อย่างเร็วในไตรมาส 3/64 และเป็น Upside ต่อประมานการของฝ่ายวิจัย โดยยังคงประมาณการกำไรปี 2564 ที่ 4,473 ลบ. เติบโต 26.9% แต่มีโอกาสจากสินค้าใหม่ตลาดจีน การลดต้นทุนการผลิตทำให้มีโอกาสที่กำไรปี 2564 อาจดีกว่าที่คาดไว้ได้ จึงยังคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 152.50 บา
ICHI หรือ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หากเราซื้อหุ้นตัวนี้ด้วยเงิน 5,000 บาท ทุกเดือนติดต่อกันเป็นเวลา 5 ปี จะมีหุ้นทั้งหมด 44,991.00 หุ้น มูลค่าพอร์ตปัจจุบันอยู่ที่ 607,378.50 บาท กำไร 297,624.25 หรือ +96.08% และได้รับเงินปันผล 18,613.75 บาท โดยบล.หยวนต้า ระบุว่า ผู้บริหารมองกระแสเครื่องดื่มกัญชงในตอนนี้แรงกว่ากระแสของชาเขียวในอดีต แต่กัญชงไม่ต้องทำการตลาดเท่าชาเขียว เพราะคนรับรู้ประโยชน์ของกัญชงอยู่แล้ว จึงมีค่าใช้จ่ายในการตลาดน้อยกว่า โดยระยะแรกบริษัทได้เปิดตัว “อิชิตัน กรีนแลป” เครื่องดื่มผสมเทอร์ปีน (สารสกัดจากพืชให้กลิ่นหอมเหมือนกัญชง) มีคุณสมบัติทำให้ผ่อนคลาย บรรเทาความเครียดและช่วยในการนอนหลับ คาดเริ่มวางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อกลางเดือนเม.ย. ส่วนระยะถัดไปจะเป็นเครื่องดื่มผสมสาร CBD จากกัญชง โดยได้จับมือกับพันธมิตรโรงสกัดแล้ว คาดเริ่มจำหน่ายในไตรมาส 3/64 หากอย.ปลดล็อคภายในเดือนเม.ย. ซึ่งมีแหล่งวัตถุดิบรองรับกับพันธมิตรแล้ว บริษัทคาดรายได้จากกลุ่มนี้ราว 35– 50 ลบ.ต่อเดือน โดยที่ไม่ต้องลงทุนเครื่องจักรใหม่เพิ่มเติม ซึ่งสินค้าในกลุ่มนี้มี GPM สูงถึง 29% จากปัจจุบันเฉลี่ยที่ 20% เป็น Upside ต่อประมาณการ ส่วนประมาณการกำไรปกติปี 2564 ที่ 726 ลบ. เติบโต 43.2% คำแนะนำ “ซื้อ” และคงราคาเป้าหมายสิ้นปี 2564 ที่16.20 บาท
PTG หรือ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หากเราซื้อหุ้นตัวนี้ด้วยเงิน 5,000 บาท ทุกเดือนติดต่อกันเป็นเวลา 5 ปี จะมีหุ้นทั้งหมด 18,465.00 หุ้น มูลค่าพอร์ตปัจจุบันอยู่ที่ 378,532.50 บาท กำไร 69,077.45 หรือ +22.32% และได้รับเงินปันผล 19,717.40 บาท โดยบล.หยวนต้า ระบุว่า PTG อยู่ระหว่างการศึกษาทั้งต้นน้ำและปลายน้ำ ซึ่งอยู่ในรูปแบบการออกผลิตภัณฑ์อาหารคาวและเครื่องดื่ม จำหน่ายผ่านทางช่องทางจำหน่ายของบริษัทเอง เช่น ในร้านกาแฟพันธุ์ไทย เป็นต้น คาดจะเห็นความชัดเจนในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ คงประมาณการกำไรปกติในปี 2564 ที่ 1,808 ลบ. ลดลง 3% คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ 22.00 บาท
RS หรือ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หากเราซื้อหุ้นตัวนี้ด้วยเงิน 5,000 บาท ทุกเดือนติดต่อกันเป็นเวลา 5 ปี จะมีหุ้นทั้งหมด 22,442.00 หุ้น มูลค่าพอร์ตปัจจุบันอยู่ที่ 561,050.00 บาท กำไร 251,552.65 หรือ +81.28% และได้รับเงินปันผล 11,147.60 บาท โดยบล.หยวนต้า ระบุว่า RS ให้ข้อมูลเรื่องการลงทุนในธุรกิจกัญชงซึ่งสนใจในส่วนของการผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และเครื่องดื่ม โดยติดต่อกับซัพพายเออร์ต้นน้ำ กลางน้ำไว้แล้ว แต่อยู่ระหว่างรอขั้นตอนกฎหมายอนุมัติ บริษัทยังไม่เปิดเผยเป้ารายได้ขณะที่โครงสร้างต้นทุนคาดว่าจะมีอัตรากำไรไม่ต่ำกว่าธุรกิจสินค้าเดิมของบริษัท โดยปี 2564 บริษัทตั้งเป้ารายได้ 5,700 ล้านบาท เติบโตกว่า 50% (ไม่รวมธุรกิจกัญชง ) หลักๆ จากธุรกิจขายสินค้าของ RS Mall ที่ตั้งเป้ารายได้ 4,000 ล้านบาท (เป็นสินค้าเดิม 3,000 ล้านบาทและสินค้าใหม่ 1,000 ล้านบาท) และเป็นรายได้จากธุรกิจสื่อ ราว 1,700 ล้านบาท คำแนะนำ เก็งกำไร ราคาเป้าหมาย 26.20 บาท
และสุดท้าย SAPPE หรือ บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หากเราซื้อหุ้นตัวนี้ด้วยเงิน 5,000 บาท ทุกเดือนติดต่อกันเป็นเวลา 5 ปี จะมีหุ้นทั้งหมด 14,516.00 หุ้น มูลค่าพอร์ตปัจจุบันอยู่ที่ 384,674.00 บาท กำไร 75,337.75 หรือ +24.35% และได้รับเงินปันผล 22,013.35 บาท โดยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า SAPPE ประกาศจ่ายเงินปันผลปี 2563 ที่ 1.02 บาทต่อหุ้น ดีกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดว่าจะจ่าย 0.79 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Div payout ratio ที่ 82% สูงขึ้นจาก 63% ในปี 2562 สะท้อนความแข็งแกร่งสถานะการเงิน ทำให้มีโอกาสเติบโตแบบ Inorganic growth แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 30.00 บาท มองเป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์ภายใต้ New S-curve อย่างกัญชงและกัญชา รวมถึง Sentiment จากค่าเงินบาทอ่อนค่า
