Official Update :

กดบัตรคิวซื้อ 3 หุ้นร้านอาหาร ปี 64 คนจะเข้าร้านไหนเยอะกว่ากัน

ธีมลงทุนการเปิดเมืองขณะนี้กำลังช่วยผลักดันกลุ่มหุ้นห้างสรรพสินค้า และกลุ่มการท่องเที่ยวโรงแรมให้ราคาเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่ายังมีกลุ่มหุ้นร้านอาหารที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า ที่ยังคงไม่เป็นที่พูดถึงกันมาก ดังนั้นหากนักลงทุนกำลังมองหาหุ้นในธีมนี้ก็สามารถพ่วงหุ้นกลุ่มร้านอาหารเก็บไว้ในพอร์ตลงทุนได้ไม่แพ้กัน


นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของ 3 หุ้นกลุ่มร้านอาหาร จากเดิมที่เป็นหุ้นที่อยู่ในความคาดหวัง แต่จากนี้ไปคือความจริง ถึงแม้ว่าในช่วงต้นปีที่ผ่านมาราคาหุ้นจะปรับเพิ่มขึ้นไปแล้วกว่า 10-15% ซึ่งราคาในโซนนี้มองว่ายังมีโอกาสที่ราคาหุ้นจะได้ไปต่อ โดยกลุ่มหุ้นร้านอาหารนี้ประกอบด้วย M เจ้าของแบรนด์ MK สุกี้  AU แบรนด์ "อาฟเตอร์ ยู" และ ร้านอาหาร ZEN


ขณะเดียวกัน หากมองหุ้นในกลุ่มร้านอาหาร ถึงแม้ว่าในช่วงต้นปีจนถึงปัจจุบันราคาหุ้นจะปรับเพิ่มขึ้นมาแล้วกว่า 10-15% ซึ่งในโซนนี้ราคาหุ้นยังมีโอกาสได้ไปต่อ เพราะว่าหากย้อนกลับไปเทียบกับช่วงก่อนเหตุการณ์โควิดราคาหุ้น ณ ขณะนี้ถือว่ายังปรับตัวขึ้นไม่เท่าระดับเดิม พูดกันง่ายๆก็คือหุ้นตอนนี้ยังต่ำกว่าก่อนการที่เกิดโควิดซะอีก และหลังจากที่กระแสเงินทุน Rotation ไปยังกลุ่ม Growth แต่กลุ่ม Value อย่างกลุ่มอาหารก็เป็นโอกาสที่น่าสะสม


สำหรับการที่จะลงทุนในหุ้นกลุ่มร้านอาหารนั้น โดยหลักการแล้วจะต้องดูตัวเลขอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมว่าเป็นอย่างไร ซึ่งในช่วง 3 เดือนล่าสุดตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ยอดขายสาขาเดิมมีอัตราการเติบโตที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยร้านอาหารของแต่ละบริษัทเริ่มกลับมาเป็นบวกแล้ว ซึ่งถือว่าฟื้นตัวได้เร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ว่างจะเริ่มกลับมาดีขึ้นในไตรมาส2/64 หรือในช่วงครึ่งหลัง



กลยุทธ์ลุยแผนธุรกิจ

ขณะที่แผนกลยุทธ์ของหุ้น M นั้นจะเน้นในตัวของแบรนด์หลักอย่างแบรนด์ MK สุกี้ และร้านอาหารญี่ปุ่นยาโยอิ โดยมีแผนจะขยายสาขาเอ็มเคสุกี้ จำนวน 28 สาขาในปีนี้ ซึ่งยังต่ำกว่าปกติที่เดิมทีขยาย 40สาขา โดยแสดงถึงความมั่นใจของผู้บริหารที่มีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจ ส่วนธุรกิจร้านอาหารแหลมเจริญซีฟู้ด หลังจากที่เข้าซื้อกิจการในช่วงปลายปี 62 แล้วต้องมาเจอสถานการณ์โควิดก็ฉุดยอดขายลดลงไปกว่า 40-50%


ทั้งนี้ เชื่อว่าหลังจากที่รวมมาอยู่ภายใต้บริษัทเดียวกันก็สามารถทำให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน ด้วยการใช้ครัวร่วมกัน รวมถึงการสั่งซื้อวัตถุดิบ ซึ่งก็ช่วยลดต้นทุนหนุนมาร์จิ้น และในช่วงอีก 2-3ปีผู้บริหารมีแผนจะขยายสาขาเพิ่มเป็น 50 สาขาจากเดิมที่มีอยู่ 20สาขา และจะเริ่มเห็นแฟรนไชส์ในกลุ่มประเทศ CLMV ไม่ต่ำกว่า 50-100 สาขา


ขณะที่หุ้น ZEN เมื่อปี 63 ถือเป็นปีที่แย่ที่สุด แต่ในปี 64 จะใช้กลยุทธ์ใหม่ ด้วยการปรับแบรนด์ใหม่ ล่าสุดปรับเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ ซึ่งในช่วงแรกยอดขายดีมาก แต่อาจจะแลกมาด้วยมาร์จิ้นในระดับต่ำ ซึ่งในระยะยาวจะต้องรดดูว่าในระยะยาวสถานการณ์จะเป็นอย่างไร แต่อย่างไรก็ตามตลาดให้ Valua และความคาดหวังกับการซื้อกิจการ เช่นกลุ่มออนไลน์ และร้านอาหาร และธุรกิจต้นน้ำ


ส่วน AU ยังคงเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และปรับตัวท่ามกลางสภาวะเอาตัวรอดในช่วงที่ผ่านมา ด้วยการเพิ่มช่องทางรายได้ ด้วยการขยายฐานลูกค้า รวมถึงการขายสินค้าภายในร้านอาหาร รวมถึงมีผลิตภัณฑ์สินค้าเข้าไปขายในซุปเปอร์มาร์เก็ต แต่อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าในระยะสั้นยังถูกกดันจากการพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 20% ของรายได้หลัก แต่ในระยะกลาง และระยะยาวยังดูดีหากปลดล็อคนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ราคาหุ้นก็จะวิ่งตามกลุ่มโรงแรม



เมื่อพ้นวิกฤตแล้วพื้นฐานจะเป็นอย่างไร

เปิดหัวกันด้วยหุ้น M โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)  คาดเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นรอบใหม่ของยอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) จากช่วงเดือนธ.ค.63 - ม.ค.64 ที่โดนผลกระทบโควิดระลอกใหม่หนักสุดและคาดมี SSSG -40% กลับมาเหลือระดับ -25-30% ในเดือนก.พ.64


โดยคาดจะเห็นการฟื้นตัวชัดเจนต่อเนื่องในปีนี้ จากความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่จะกลับมา ด้วย Catalyst (1)กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่จะกลับมาเปิดได้ใกล้ปกติอีกครั้ง อาทิเช่น ปัจจุบันร้านอาหารสามารถกลับมาเปิดได้ถึง 5 ทุ่ม และ ภาครัฐมีไทม์ไลน์การนำเข้าวัคซีนให้เห็นชัดเจนอย่างน้อย 63 ล้านโดส (ครอบคลุมราว 50% ของประชากรไทย) ในปีนี้ อีกทั้งยังเปิดช่องให้โรงพยาบาลเอกชนสามารถนำเข้าวัคซีนมาให้อ.ย.พิจารณาได้เพิ่ม


คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 62 บาท ด้วยวิธี DCF โดยแม้ ปี 63 M จะประกาศจ่ายปันผลของทั้งปีรวม 1 บาทต่อหุ้น สะท้อนเป็นอัตราผลตอบแทน ราว 2% ต่ำกว่าทีเคยคาดเล็กน้อย แต่คาดผลตอบแทนจะกลับไประดับราว 4% ได้ในปี 64 และความผิดหวังดังกล่าวจะถูกชดเชยด้วย Outlook ปี 64 ที่สดใสและคาดเป็นปีแห่งการฟื้นตัวของ M ด้วย EPS Growth 129% หรือมีกำไรกลับไประดับ 80% เทียบปีปกติในปี 62 จากภาพอุตสาหกรรมที่ฟื้น ความเชื่อมั่นผู้บริโภคกลับมา และ M มีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง มีศักยภาพในการฟื้นได้ตามอุตสาหกรรม ขณะราคาหุ้นยังไม่ได้สะท้อนปัจจัยดังกล่าว มองเป็นโอกาสสะสม


ลำดับถัดไปเป็นคิวของ AU เรามองว่าอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) จะกลับมาเติบโตระดับ 25% YoY ได้ใน 2Q21 และยืนระดับ 10-15% YoY ใน 3Q21-4Q21 หนุนโดยฐานที่ต่ำและการออกเมนูใหม่ และจะหนุนให้กำไรเติบโตแข็งแกร่งเริ่มตั้งแต่ 1Q21 อีกปัจจัยที่คาดจะหนุนกำไรให้เติบโตแข็งแกร่งคือการขยายแบรนด์ MIKKA โดยภาพรวมทั้งปีเราประเมินกำไรหลักเติบโต 175% หรือคิดเป็น 65% ของระดับก่อน COVID-19


ในระยะยาวเรายังมองอัพไซด์ต่อกำไรจากการขยายธุรกิจไปในต่างประเทศและผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นหลังจากการเข้ามาถือหุ้นของ BTS เรามีการปรับราคาเป้าหมายขึ้นจาก 12.30 บาท เป็น 14.40 บาทสะท้อนการปรับ PER ขึ้นจากค่าเฉลี่ยที่ 64 เท่าเป็น 0.5SD เหนือค่าเฉลี่ยที่ 77 เท่า เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ


บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองแนวโน้มทิศทางธุรกิจ ZEN แนวโน้มไตรมาส 1/64 เราคาดว่าจะดีขึ้นต่อทั้งจากไตรมาสก่อน และเมื่อเทียบกับปีก่อน ถึงแม้ว่าจะมีการระบาดรอบใหม่แต่ร้านอาหารยังเปิดให้บริการได้ และมีการจัดส่งเสริมการขายของร้านอาหาร ZEN ซึ่งเป็นอาหารญี่ปุ่นแบบพรีเมี่ยมจำหน่ายในรูปแบบบุฟเฟต์ในราคา 599+ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมากจากผู้บริโภค


ดังนั้น เองส่งผลให้สาขาที่จัดบุฟเฟ่ต์มียอดขายเพิ่มขึ้นจากช่วงปกติเกือบเท่าตัว ในขณะที่สาขาที่ไม่ได้จัดรายการบุฟเฟต์ยังเติบโตได้ 20% ส่วนหนึ่งเป็นผลของสถานการณ์ COVID-19 ทั่วประเทศที่คลี่คลาย ทำให้การบริโภคในประเทศเริ่มฟื้น รวมถึงรายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้น คาดกำไรไตรมาส 1/64 เบื้องต้นที่ 30 ล้านบาท


ขณะเดียวกัน เพื่อสะท้อนแนวโน้มผลประกอบการที่จะฟื้นตัวในปี 64 แม้ว่ารายได้ยังไม่กลับมาเป็นปกติเนื่องจากยังรอการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่การปรับตัวด้านต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เมื่อเริ่มมีการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศเพียงอย่างเดียวทำให้กำไรฟื้นตัวได้เร็ว เราคาดรายได้ปี 2564 ที่ 2,746 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.2%  และปรับประมาณการกำไรขึ้นเป็น 123 ล้านบาท จากเดิม 28 ล้านบาท และพลิกจากขาดทุน 64 ล้านบาท ในปี 63


นอกจากนี้มี Upside จากอาจปรับเพิ่มเมนูที่มีส่วนผสมของกัญชง หรือ กัญชาได้สำหรับร้านอาหารในอนาคต และส่วนผสมกัญชงในสินค้าที่วางขายในห้างค้าปลีก เช่น น้ำปลาร้า เป็นต้น ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างศึกษา ยังต้องใช้เวลาในการพัฒนาสินค้า และหาแหล่งวัตถุดิบ รวมถึงการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเร่งการเติบโตของกำไร และอาจทำให้กำไรดีกว่าคาดอย่างมีนัยยะได้เช่นกัน ทั้งนี้ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จากเดิม “ขาย” ผลของการปรับประมาณการกำไรขึ้นส่งผลให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 64 อิง PER ที่ 36 เท่า อยู่ที่ 14.80 บาท


Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่