โบรกฯ เตือนเม่า อย่าเข้ากองไฟ STARK หวั่นมูลค่าหุ้นกลายเป็นศูนย์ ชี้บริษัทอาจต้องเข้าแผนฟื้นฟู
หลังจากที่ตลาดหลักทรัพย์ฯมีการปล่อยผีให้หุ้น STARK กลับมาซื้อขายได้ตามปกติภายในระยะเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.ถึง 30 มิ.ย.และให้ซื้อด้วยบัญชี Cash Balance โดยไม่รองบการเงินปี 2565 นั้น
นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ออกมายอมรับว่า เป็นหลักเกณฑ์นี้มีให้ใช้มาเมื่อปี 2562 เรื่องของการเปิดการซื้อขายหลักทรัพย์ในช่วงที่ยังไม่ส่งมอบงบการเงิน
โดย นายแมนพงศ์ ยังระบุด้วยว่า ที่ผ่านมาได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็น และข้อมูลที่ได้รับจากนักลงทุน ที่ระบุว่า ควรเปิดโอกาสให้มีการซื้อขายหลักทรัพย์ก่อนการจะปิดระยะยาว
สอดคล้องกับที่นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวไว้ว่า ในช่วงเวลาก่อนที่จะเปิดการซื้อขาย ได้มีการปรึกษากับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาโดยตลอด และสิ่งที่ได้พบ คือ ไม่ว่าจะเป็นการรอจนถึงวันที่ 16 มิ.ย. หรือวันที่เท่าไหร่นั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังไม่มีความมั่นใจว่า จะมีข้อมูลอะไรเพิ่มเติม
เนื่องจากไม่มีใครสามารถให้ความมั่นใจได้ว่า จะมีข้อมูลอะไรบ้างที่สามารถเปิดเผยเพิ่มเติมจาก ณ ก่อนวันที่จะเปิดการซื้อขาย จึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ตัดสินใจเปิดการซื้อขาย เพราะว่าไม่มีความมั่นใจเลย จากบุคลที่เกี่ยวข้องว่าจะมีข้อมูลอย่างไรได้บ้าง
[นักวิเคราะห์เตือน (แล้วนะ) อย่าเข้าไปเก็งกำไร]
บริษัท หลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ไม่แนะนำให้นักลงทุนเข้าไปเก็งกำไรในหุ้น STARK เพราะถึงแม้ว่ายังไม่เห็นงบจริงๆว่าแย่แค่ไหน ความเสียหายมาจากส่วนใด
อีกทั้งมีความเป็นไปได้มีสูงว่า STARK อาจต้อง default หนี้ทั้งหนี้แบงค์และพันธบัตร ซึ่งหมายความถึงมูลค่าหุ้นที่เหลือทางพื้นฐานควรเป็นศูนย์
นอกจากนี้ หน่วยงานทางการที่เกี่ยวข้องต่างๆเตรียมดำเนินการทางกฏหมายต่อผู้บริหารชุดเก่า ส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ขึ้นมาเป็น CEO ได้ยอมรับว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นจริงจากการทุจริต (fraud) ดังนั้นมองว่าในที่สุดแล้ว STARK น่าจะต้องเข้าแผนฟื้นฟู จึงแนะนำนักลงทุนอย่าเข้าไปเล่น เก็งกำไร (speculate)
