หุ้นสื่อโฆษณาจะเป็นอย่างไร เมื่อเม็ดเงินกำลังหมุนกลับมา
ทุกวันนี้ประชาชนเริ่มออกจากบ้านกันมากขึ้นกว่าเดิมหลังจากที่ในช่วงปี 63 จำเป็นต้องกักตามตามมาตรการนโยบายรัฐเพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 สิ่งที่มีผลกระทบคือกิจกรรมทางเศรษฐกิจแทบทุกๆอย่างหายไป ราวกับหน้ามือเป็นหลังมือเช่นการท่องเที่ยวที่การเดินทางอากาศและทางบกหายวับไปกับตา ขณะที่ประชาชนภายในประเทศก็ต้องหยุดการเดินทางไปทำงานหรือนั่งร้านอาหาร และหยุดการเดินทางไปมาหาสู่
นอกจากจะกระทบในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อุตสาหกรรมอุปโภคบริโภค และยังมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมประเภทสื่อโฆษณานอกบ้าน เพราะหลังจากที่ไม่มีประชาชนออกเดินทางท่องเที่ยวหรือใช้ชีวิตนอกบ้านแบบปกติที่หายไป ดังนั้นเมื่อไม่มีคนเห็นโฆษณาก็ย่อมทำให้เม็ดเงินโฆษณาในจุดนี้หายไปอย่างปฎิเสธไม่ได้ แต่อย่างไรก็แสงสว่างปลายอุโมงค์ได้เกิดขึ้นแล้ว ด้วยการมาของวัคซีนโควิด จึงทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นตัวแล้ว
ทั้งนี้ในช่วงปีที่ผ่านมากลุ่มหุ้นสื่อโฆษณานอกบ้านอย่าง PLANB,VGI และ MACO เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบไม่แพ้กลุ่มอื่นๆ ขณะเดียวกันนับจากนี้ไปก็จะได้รับผลดีต่อจากกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆด้วยเช่นกัน เพราะแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เปิดแล้ว ทิศทางการดำเนินงานในแง่ของพื้นฐานหุ้นกลุ่มโฆษณาจะเป็นอย่างไร และอะไรเป็นปัจจัยที่จะเข้ามากระตุ้น รวมถึงราคาเป้าหมายและคำแนะนำจะเป็นอย่างไร Wealthy Thai จะเล่าให้ฟัง
โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด ได้ให้มุมมองไว้ว่า การใช้เม็ดเงินโฆษณาเป็นวัฏจักร และเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกับสภาพเศรษฐกิจ โดยตั้งแต่ปี 1997 เม็ดเงินโฆษณามีการหดตัวสามครั้งในปี 1997, 2005, และ 2015 แต่เราเชื่อว่าเม็ดเงินโฆษณาได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วตั้งแต่ไตรมาส2/63 และจะกลับมาเติบโตใน 2021 เราคงมุมมองที่ดีต่อกลุ่มสื่อ นอกบ้านเนื่องจากรายได้จะฟื้นตัวได้ดีกว่าสื่อโทรทัศน์ และกลุ่มสื่อสื่อโฆษณานอกบ้านมีแนวโน้มจะได้ส่วนแบ่งจากตลาดจากสื่อโทรทัศน์มากขึ้น
เริ่มกันที่ PLANB ซึ่งให้บริการ และผลิตสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัย แบ่งออกเป็น 6 ธุรกิจหลักดังนี้ 1. สื่อโฆษณาบนระบบขนส่งมวลชน (Transit Media) 2. สื่อโฆษณาภาพนิ่ง 3. สื่อโฆษณาดิจิทัล 4. สื่อโฆษณาภายในห้างสรรพสินค้าและซุปเปอร์มาร์เก็ต 5. สื่อโฆษณาภายในสนามบิน 6. สื่อโฆษณาออนไลน์ นอกจากนี้ยังได้เพิ่มความหลากหลายด้วยการพัฒนาธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วมได้แก่ สปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง อาร์ทิสเมเนจเม้นท์ และอีสปอร์ตและเกมส์ออนไลน์
จะเห็นได้ว่าทุกธุรกิจของ PLANB ในช่วงที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิดอย่างเห็นได้ชัด เพราะป้ายสื่อโฆษณาต่างๆ อยู่ในพื้นที่ ที่มีความจำเป็นจะต้องมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพื่อเรียกยอดเม็ดเงินโฆษณา ขณะที่ธุรกิจการรับรู้รายได้บริหารสิทธิทางการตลาดในรายการโอลิมปิคปี 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่นที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้ของ PLANB ไปไม่น้อย ส่วนแนวโน้มอนาคตจะเป็นอย่างไรลองมาดูข้อมูลจากนักวิเคราะห์กันบ้าง
โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดว่ากำไรจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 64 ซึ่ง PLANB ตั้งเป้ารายได้ปีนี้เอาไว้ที่ 5,000-5,400 ล้านบาท และตั้งเป้าอัตรากำไรสุทธิไว้ที่ 10% - 15% ซึ่งหมายความว่าเป้ากำไรสุทธิจะอยู่ในช่วง 500–810 ล้านบาท
เราคาดว่ากำไรในปีนี้จะโตตามรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากสื่อนอกบ้าน (OOH) เพราะมีการเพิ่มความสามารถในการให้บริการจากการติดตั้งจอโฆษณาดิจิทัลในสาขาร้าน 7-Eleven เพิ่มอีก 500 สาขาภายในไตรมาส1/64 และคาดว่าอัตราการใช้สื่อจะดีขึ้น และธุรกิจ engagement marketing ซึ่งคาดว่าจะดีขึ้นเนื่องจากมีการจัดอีเวนท์มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแข่งขันโอลิมปิก โตเกียว ที่ประเทศญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตามถึงแม้เราจะคาดว่าผลประกอบการจะชะลอตัวในไตรมาส1/64 จากการที่โควิด19 กลับมาระบาดอีกระลอก แต่ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 64 เอาไว้ที่ 799 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 469% จากปีก่อน และปี 65 ไว้ที่ 760 ล้านบาท ลดลง 5% จากปี 64 เนื่องจากผลกระทบจากการระบาดระลอกสองนี้ไม่ได้รุนแรง และไม่ได้มีการล็อกดาวน์ในจังหวัดหลัก ๆ
โดยคาดว่ากำไรจะขยับสูงขึ้นตั้งแต่ไตรมาส2/64 เป็นต้นไป เพราะมีอัพไซด์อีกจากแผนของบริษัทที่จะเพิ่มจอโฆษณาดิจิทัลในสาขาร้าน 7-Eleven อีก 500–1,000 จอ ในชานเมืองกรุงเทพ และในสถานีบริการน้ำมันของ ปตท.เรายังคงราคาเป้าหมายปี 64 ที่ 7.70 บาท (PER ที่ 37.2 เท่า เท่ากับค่าเฉลี่ยสามปีย้อนหลัง -0.5 S.D.) เรายังคงคำแนะนำซื้อ PLANB เนื่องจากคาดว่าผลประกอบการจะฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งในปี 64
มาต่อกันที่ VGI นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า VGI เป็นหนึ่งในบริษัทโฆษณาชั้นนำของประเทศ จุดเด่นในการให้บริการ Offline-to-Online Solutions (O2O Solutions) ที่มี Ecosystem สมบูรณ์แบบ โดยมีธุรกิจที่ต่อเนื่อง ที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจ กัน ประกอบด้วย ธุรกิจสื่อโฆษณา ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท อาทิ ธุรกิจสื่อโฆษณาในรถไฟฟ้า สื่อโฆษณานอกบ้าน สื่อในอาคาร และ สื่อในสนามบิน
ขณะเดียวกันการที่ถือหุ้นใน MACO และ PLANB ทำให้ครองตลาดสื่อโฆษณานอกบ้านกว่า 70% และsynergy ทางธุรกิจจากการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ช่วยลดความรุนแรงในการแข่งขัน และเพิ่มอำนาจต่อรองกับลูกค้า สำหรับธุรกิจบริการชำระเงิน ซึ่งดำเนินการภายใต้ Rabbit Group โดย synergy ทางธุรกิจจากการใช้ฐานข้อมูลร่วมกัน ในการต่อยอดธุรกิจร่วมกัน ส่วนธุรกิจจัดส่งพัสดุ โดย Kerry Express (KEX) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมของบริษัท
แนวโน้มผลประกอบการปี64/65 คาดกำไรจะฟื้นตัวโดดเด่น 767% จากปีก่อน เป็น 874 ล้านบาท เพราะการฟื้นตัวของธุรกิจสื่อโฆษณา ทั้งอุตสาหกรรมสื่อโฆษณานอกบ้าน สื่อในรถไฟฟ้า สื่อในอาคาร หลังจากสถานการณ์ COVID-19 เริ่มคลี่คลายในทางที่ดีขึ้น และผู้ประกอบการกลับมาใช้งบโฆษณา
อีกทั้งสื่อโฆษณาออนไลน์ที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงการเติบโตของธุรกิจ Rabbit จากจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บัตรRabbit และบริการ Rabbit line pay ที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันยังมีส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่บริษัทเข้าถือหุ้นPLANB MACO และ KEX ที่คาดว่าจะเติบโตมากขึ้น ประเมินมูลค่าพื้นฐานปี 64 ที่ 8.90 บาท อิงวิธี Sum of the parts (SOTP) โดยรวมมูลค่าของธุรกิจ VGI ที่ 5.73 บาทต่อหุ้น และบริษัทร่วมตามสัดส่วนการลงทุน PLANB ที่ 0.63 บาทต่อหุ้น MACO ที่ 0.20 บาทต่อหุ้น และ KEX ที่ 2.36 บาทต่อหุ้น

