วิเคราะห์หุ้นกู้ SCBX ผลตอบแทนชัดเจน ควบคุมความเสี่ยงอย่างมั่นใจ
ในการลงทุนซื้อหุ้นกู้ดี ๆ ควรต้องเข้าใจปัจจัยหลายอย่างในการเลือกลงทุน ไม่ว่าจะเป็นผลตอบแทน ความน่าเชื่อถือ เครดิตเรตติ้ง รูปแบบธุรกิจ และความเสี่ยงของการผิดนัดชำระหนี้
ในมุมของนักลงทุนที่ลงทุนหุ้นกู้อย่างต่อเนื่อง ความเสี่ยงต้องมาก่อนเสมอ เพราะไม่ว่าผลตอบแทนจะสูงแค่ไหน ถ้าเกิดความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ย่อมไม่คุ้มค่าแน่นอน
ดังนั้น ในการเลือกลงทุนหุ้นกู้ การศึกษาธุรกิจที่ออกหุ้นกู้ว่ามีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก โดยในบทความนี้เราจะใช้กรณีศึกษาการวิเคราะห์หุ้นกู้ของ SCBX มาเป็นตัวอย่างว่ามีผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นอย่างไรบ้าง
ภาพรวมรายละเอียดหุ้นกู้ SCBX
-
ให้ผลตอบแทน 10% ต่อปี สูงกว่าหุ้นกู้ในระดับเครดิตเรตติ้งเดียวกัน
-
จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้
-
เรตติ้ง AA+(tha) ระดับ Investment Grade (ข้อมูล ณ วันที่ 8 มิ.ย. 66 โดย บริษัท ฟิทซ์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด)
-
กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงินชั้นนำของประเทศ
-
ไม่มีการลงทุนทางตรงใน Cryptocurrencies และ Digital Asset
-
บริษัทแม่ของธนาคารไทยพาณิชย์ ที่มีอายุมากกว่า 117 ปี
-
จองซื้อผ่านแอปพลิเคชั่น SCB EASY เพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงการลงทุนในหุ้นกู้นี้
ประเด็นทั้งหมดนี้คือ สิ่งที่ทำให้หุ้นกู้ SCBX มีความโดดเด่นเหนือหุ้นกู้ตัวอื่น ๆ มาดูกันว่าในแต่ละประเด็นมีวิธีการวิเคราะห์ยังไงบ้าง
หุ้นกู้ SCBX มีความน่าสนใจในมุมผลตอบแทนและเครดิตเรตติ้งอย่างไร?
หุ้นกู้ SCBX ให้ผลตอบแทนที่ 3.10% ต่อปี สูงกว่าหุ้นกู้ในอันดับเครดิตเรตติ้งเดียวกัน ซึ่งดอกเบี้ยของหุ้นกู้กลุ่ม AA+(tha) นี้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2.91% (อ้างอิงข้อมูลของ ThaiBMA ณ วันที่ 18 พ.ค. 66) และแน่นอนว่าผลตอบแทนของหุ้นกู้ SCBX ก็สูงกว่าเงินฝากประจำที่มักจะอยู่ที่ 1.5-2% ด้วย
สรุปง่าย ๆ คือหุ้นกู้ SCBX ให้ผลตอบแทนมากกว่าหุ้นกู้อื่นที่อยู่ในระดับเครดิตเรตติ้งเดียวกัน เรียกได้ว่า ถ้าต้องการผลตอบแทนระดับ 3.10% ต่อปี ปกตินักลงทุนก็จะต้องลงทุนในหุ้นกู้ที่มีระดับเครดิตเรตติ้งต่ำกว่านี้ ซึ่งมักจะส่งผลให้ความเสี่ยงสูงขึ้นด้วย
การจ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้
หุ้นกู้ SCBX มีการจ่ายดอกเบี้ยทุก ๆ 6 เดือน ความถี่ถือว่าอยู่ในระดับเหมาะสม ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไปมีกระแสเงินสดเข้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้สะดวกต่อการวางแผนชีวิตและการใช้จ่าย
เรตติ้ง AA+(tha) ระดับ Investment Grade หมายความว่าอย่างไร?
หุ้นกู้สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ หุ้นกู้ประเภท Investment Grade ระดับเรตติ้ง AAA ถึง BBB- และหุ้นกู้ประเภท Speculative Grade ระดับ BB+ ลงไปจนถึงระดับ D
โดยหุ้นกู้ที่มีอันดับเครดิตเรตติ้งตั้งแต่ BBB- ขึ้นไป ถือเป็นหุ้นกู้ที่อยู่ในกลุ่มที่น่าลงทุน หมายความว่า มีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ต่ำ ถือเป็นหุ้นกู้ที่สามารถถือลงทุนระยะยาว มีโอกาสได้ดอกเบี้ยครบถ้วนตามจำนวน และได้เงินต้นคืนเมื่อถึงระยะเวลาที่กำหนดไว้สูง
โดยหุ้นกู้ของ SCBX มีระดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้สูงสุดของบริษัทเอกชนที่เสนอขายหุ้นกู้แก่ผู้ลงทุนทั่วไปตั้งแต่ต้นปี 2566 เป็นต้นมา (ข้อมูล ณ วันที่ 22 พ.ค. 66) ดังนั้น เราพอบอกได้ว่าความเสี่ยงของหุ้นกู้ SCBX มีความเสี่ยงที่ต่ำมาก
SCBX ทำธุรกิจอะไร?
SCBX มีความแตกต่างกับธนาคารไทยพาณิชย์ที่เรารู้จัก เพราะ SCBX คือบริษัทแม่ของธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งมีธุรกิจและบริษัทในเครือต่าง ๆ ที่ทำธุรกิจหลากหลาย โดยเฉพาะเทคโนโลยีด้านการเงิน ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเวลาของการเติบโต
โดยปัจจุบัน SCBX ประกอบธุรกิจใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
-
ธุรกิจธนาคาร: เป็นธุรกิจดั้งเดิมและธุรกิจหลักของกลุ่มฯ ในปัจจุบัน ประกอบด้วยธนาคารไทยพาณิชย์และบริษัททางการเงินที่สนับสนุนธุรกิจธนาคาร
-
ธุรกิจคอนซูมเมอร์ไฟแนนซ์และบริการด้านการเงินดิจิทัล: มีโอกาสในการเติบโตสูง เช่น ธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อที่มีทะเบียนเป็นหลักประกัน ธุรกิจสินเชื่อดิจิทัล
-
ธุรกิจแพลตฟอร์มและดิจิทัลเทคโนโลยี: เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตที่จะเติบโตได้ก้าวกระโดด เช่น เทคโนโลยีบล็อกเชน (blockchain technology) เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (climate technology) เป็นต้น
จะเห็นได้ว่าธุรกิจเดิมก็มีความแข็งแกร่งจากการเป็นธุรกิจธนาคารรายใหญ่ของประเทศไทย ส่วนธุรกิจใหม่คือธุรกิจที่มีการเติบโตที่รวดเร็ว สร้างความสมดุลในภาพรวมการทำธุรกิจ และลดความเสี่ยงจากการถูก Disrupt
SCBX ไม่มีการลงทุนใน Cryptocurrencies โดยตรง
เมื่อพูดถึงเทคโนโลยีด้านการเงิน หลายคนอาจสงสัยว่า SCBX มีการลงทุนใน Cryptocurrencies หรือไม่? ในประเด็นนี้ต้องบอกว่า SCBX ไม่ได้มีการลงทุนใน Cryptocurrencies โดยตรง ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาด Cryptocurrencies
SCBX เป็นบริษัทแม่ของธนาคารไทยพาณิชย์ที่มีอายุมากกว่า 117 ปี
การที่ธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งสามารถดำเนินธุรกิจมาได้เกิน 100 ปี ถือว่าเป็นธุรกิจที่มีความสามารถในการผ่านร้อนผ่านหนาวและผ่านวิกฤตมาได้หลายครั้ง เพราะบริษัทมักจะมีการเตรียมตัวรับมือปัญหาอยู่ตลอดเวลา ทำให้โอกาสที่จะเกิดปัญหาที่ไม่คาดฝันจนไม่สามารถทำธุรกิจต่อไปได้จึงมีน้อยมาก และถ้านับว่าเป็นธุรกิจธนาคารรายใหญ่ของประเทศไทย ที่ให้บริการคนไทยทั่วประเทศแล้ว ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่สำคัญที่สุดของประเทศไทยเลยทีเดียว
จองซื้อหุ้นกู้ผ่านแอปพลิเคชั่น SCB EASY เท่านั้น
ต้องบอกว่าในยุคปัจจุบันนี้ การลงทุนด้วยการไปต่อคิวหน้าสาขาอาจหมดยุคไปแล้ว โดยนักลงทุนสามารถลงทุนหุ้นกู้ของ SCBX ได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชั่น SCB EASY โดยลงทะเบียนเพื่อเปิดบัญชีหุ้นกู้ EASY-D จองซื้อขั้นต่ำแค่ 1,000 บาท ทวีคูณครั้งละ 1,000 บาท ถือเป็นการเปิดโอกาสให้กับนักลงทุนที่เป็นบุคคลธรรมดาให้สามารถลงทุนในหุ้นกู้ที่มีคุณภาพได้ไม่ยาก
สรุปหุ้นกู้ SCBX เหมาะกับนักลงทุนแบบไหน?
หุ้นกู้ SCBX เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนประมาณปีละ 3% มีระยะเวลาในการลงทุน 4 ปี ต้องการหุ้นกู้ที่ควบคุมความเสี่ยงได้ มีธุรกิจขนาดใหญ่และหลากหลาย และถือว่าเป็นธุรกิจที่สำคัญในเชิงระบบเศรษฐกิจของประเทศ และเหมาะสำหรับนักลงทุนที่มองหาหุ้นกู้ที่มีเรตติ้งสูง มีโอกาสผิดนัดชำระหนี้ต่ำมาก มีความเสี่ยงต่ำ และสุดท้ายก็คือ ไม่ต้องใช้เงินลงทุนเริ่มต้นเยอะในการลงทุน
ทางทีมงานหวังว่า กรณีศึกษาหุ้นกู้ของ SCBX รอบนี้จะทำให้นักลงทุนสามารถนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจในการลงทุนหุ้นกู้ และได้ผลตอบแทนตามที่คาดหวังไว้ โดยไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงมากเกินไปจนเกิดความกังวล

