Official Update :

เปิดรายชื่อ 20 หุ้นน่าลงทุน รับผลบวกจีนอัดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

เมื่อจีนกำลังกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น จึงเป็นโอกาสลงทุนหุ้นที่ได้รับผลบวก ล่าสุดได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี ครั้งแรกในรอบ 10 ปี ถือเป็นความพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายทางการเงิน ซึ่งนักวิเคราะห์ต่างคาดว่า จีนอาจจะออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายทางการคลังเพิ่มเติมในระยะถัดไปอีกด้วย


หากถอดมุมมองนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินประเด็น จีนปรับลดอัตราดอกเบี้ย Loan Prime Rate อายุ 5 ปี ลงเป็น 4.2% จาก 4.3% และลดอัตราดอกเบี้ย Loan Prime Rate อายุ 1 ปี ลงเป็น 3.55% จาก 3.65% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าจีนพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และในลำดับถัดไปคาดว่าจีนจะมีนโยบายทางการคลังออกมากระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม


ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) มีความเห็น ประเด็นธนาคารกลางจีน (PBOC) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (Loan Prime Rate : LPR) ลงครั้งแรกในรอบ 10 ปีนั้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ย Reverse Repurchase Rate, SLF และ MLF ลงก่อนหน้า


ดังนั้นจึงมองเป็นความพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายทางการเงินหลังอัตราเงินเฟ้อของจีนในระยะถัดไปมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะเงินฝืด รวมทั้งคาดจีนอาจออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายทางการคลังเพิ่มเติมในระยะถัดไปมองเป็นจิตวิทยาเชิงบวกต่อทิศทางตลาดในภูมิภาค รวมทั้งราคาสินค้าโภคภัณฑ์อาทิปิโตรเคมี (PTTGC และ IVL) , ค่าการกลั่น (TOP และ SPRC) และราคาน้ำมัน (PTTEP) ในระยะถัดไป


ขณะที่มุมมองนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด มีความเห็นว่า มาตรการกระตุ้นเศรษกิจจีนที่เริ่มทยอยออกมามากขึ้น คาดว่าจะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการฟื้นตัวของจีนในปีนี้ รวมถึงเป็นอานิสงส์เชิงบวกต่อของเศรษฐกิจทั่วโลกได้ เช่นกัน


ทั้งนี้เศรษฐกิจจีนฟื้นตัว เป็นแรงหนุนสำคัญต่อการเพิ่มขึ้นของ Demand ซึ่งจะเป็นอานิสงส์เชิงบวกต่อประเทศไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการส่งออกสินค้าจากไทยไปจีน รวมถึงภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นอีกหนึ่งรายได้หลักของไทย ซึ่งหุ้นเด่นที่คาดการณ์ว่าจะได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจจีนฟื้นตัว ประกอบด้วย


กลุ่มท่องเที่ยว-โรงแรม และ Logistic เนื่องจาก ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย 4 เดือนแรกของปี 66 พุ่ง 8.6 ล้านคน หุ้นเด่นแนะนำ AOT, SJWD, ERW, CENTEL, MINT


ตามด้วยกลุ่มยางพารา เนื่องจาก การเดินทางเพิ่มขึ้น หนุนให้ผู้ใช้รถยนต์เปลี่ยนล้อยางเพิ่มขึ้น หุ้นเด่นแนะนำ NER รวมทั้งกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจาก ประเมิน Demand การใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น หุ้นแนะนำ คือ KCE, SMT


ถัดมา กลุ่มธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย เนื่องจาก ประเมินว่า Demand โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดฯ เพิ่มขึ้น โดยจีนถือเป็นลูกค้าหลักอันดับ 1 คิดเป็นสัดส่วน 50-60% ของมูลค่าโอนกรรมสิทธิ์ต่างชาติ หุ้นเด่น คือ NOBLE, SIRI, ORI


ต่อด้วยกลุ่มวัสดุก่อสร้าง เนื่องจาก ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งเม็ด พลาสติก, เหล็ก, Packaging Paper ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจาก จีนมีสัดส่วนการบริโภคที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับทั้งโลก หุ้นเด่นคือ SCC, SCGP


รวมทั้ง กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี เนื่องจาก ราคา และ Spread ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมีเห็นการฟื้นตัว จาก Demand การ ใช้สินค้าอุปโภคบริโภคที่ทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้น หุ้นเด่นคือ TOP, PTTGC พร้อมด้วยกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม เนื่องจาก การจับจ่ายใช้สอยกลับมาสูงขึ้น หุ้นเด่นคือ CBG, CRC


และสุดท้ายกลุ่มเช่าซื้อ เนื่องจาก ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้เพิ่มขึ้น จากรายได้ที่สูงขึ้น หุ้นเด่นคือ MTC, SAWAD, THANI


ณัฐภูมินทร์ ทวีทรัพย์

Senior Content Creator