SAPPE อัดงบกว่า 1.6 พันล้านบาท ลุยลงทุนก่อสร้างโรงงานและคลังสินค้า ดันกําลังการผลิตเพิ่มอีก 66,000 ตันต่อปี
บอร์ด SAPPE เคาะลงทุนก่อสร้างอาคารโรงงาน อาคารคลังสินค้า และการติดตั้งเครื่องจักรเพื่อการผลิตเครื่องดื่มซึ่งมีขนาดกําลังการผลิตประมาณ 66,000 ตันต่อปี มูลค่าการลงทุนรวมสูงสุดไม่เกิน 1,630 ล้านบาท หลังความต้องการของลูกค้าที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในปัจจุบันและที่คาดการณ์ในอนาคต รวมถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของโลก
นางสาวปิยจิต รักอริยะพงศ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 5/2566 เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2566 ได้มีมติอนุมัติการเข้าทํารายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ในโครงการลงทุนก่อสร้างอาคารโรงงาน อาคารคลังสินค้า และการติดตั้งเครื่องจักรเพื่อการผลิตเครื่องดื่มซึ่งมีขนาดกําลังการผลิตประมาณ 66,000 ตันต่อปี
รวมทั้งยังมีพื้นที่ซึ่งสามารถเพิ่มเติมไลน์การผลิตได้อีก 2 ไลน์ รวมเป็น 3 ไลน์การผลิต รวมขนาดการผลิตสูงสุด 242,500 ตันต่อ ปี โดยอาคารโรงงานและอาคารคลังสินค้านี้ตั้งอยู่ในพื้นที่โรงงานเดิมที่ อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี บนที่ดินซึ่ง เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท มูลค่าการลงทุนรวมสูงสุดไม่เกิน 1,630 ล้านบาท
ทั้งนี้ โครงการลงทุนก่อสร้างโรงงานและคลังสินค้าของบริษัท มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มกําลังการผลิตเครื่องดื่ม การจัดเก็บและจัดส่งสินค้าของบริษัท ในการรองรับคําสั่งซื้อของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบันและที่คาดการณ์ในอนาคต โดยจะสร้างบนที่ดินของโรงงานเดิม อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานีซึ่งที่ดินดังกล่าวเป็นกรรมสิทธ์ของ บริษัท โรงงานนี้จะมีขนาดกําลังการผลิตประมาณ 66,000 ตันต่อปี
โดยอาจมีการขยายการลงทุนในเครื่องจักร เพิ่มเติมได้ในอนาคตอีก 2 ไลน์การผลิต รวมทั้งสิ้น 3 ไลน์การผลิตภายในอาคารดังกล่าวตามสถานการณ์ตลาดที่ เหมาะสม การก่อสร้างอาคารโรงงานอาคารคลังสินค้าและการติดตั้งเครื่องจักรจะใช้เวลารวมทั้งสิ้นประมาณ 18 - 20 เดือน คาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จและเริ่มเปิดดําเนินการผลิตได้ประมาณไตรมาส 2 ปี 2568
ขณะที่มูลค่ารวมทั้งสิ้นของโครงการลงทุนในโรงงานและคลังสินค้าสูงสุดไม่เกิน 1,630 ล้านบาท โดยแบ่งออกเป็น ดังนี้ 1. ค่าก่อสร้างโรงงานระบบสาธารณูปโภคพร้อมการติดตั้ง ค่าเครื่องจักรและอุปกรณ์การสนับสนุนในการ ผลิต มีสูงสุดไม่เกิน 1,500 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขชําระเงินล่วงหน้าตามข้อตกลงในสัญญา และจ่ายชําระเป็นงวด ๆ ตามความก้าวหน้าในการดําเนินงานก่อสร้าง และตาม Credit Term 60 – 120 วัน ของผู้ขายแต่ละราย
2.ค่าก่อสร้างคลังสินค้า ระบบสาธารณูปโภคพร้อมการติดตั้ง ค่าเครื่องจักรและอุปกรณ์การสนับสนุนใน การจัดการคลังสินค้ามีมูลค่าสูงสุดไม่เกิน130 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขชําระเงินล่วงหน้าตามข้อตกลงในสัญญา และ จ่ายชําระเป็นงวด ๆ ตามความก้าวหน้าในการดําเนินงานก่อสร้าง และตาม Credit Term 60 –120 วัน ของผู้ขายแต่ละราย
สำหรับผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการลงทุน 1.มีกําลังการผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 66,000 ตันต่อปีจากปัจจุบันประมาณ 160,000 ตันต่อปีเพื่อรองรับ ความต้องการของลูกค้าที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในปัจจุบันและที่คาดการณ์ในอนาคต รวมถึงการเติบโตของ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของโลก
2.เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการจัดการคลังสินค้า โดยการลงทุนในเครื่องจักรใหม่ ที่มีเทคโนโลยีที่ ทันสมัย เป็นระบบอัตโนมัติ ทําให้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้น ลดการพึ่งพาแรงงาน และมีการบริหารจัดการต้นทุนการผลิต และการจัดการคลังสินค้า ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
