Official Update :

เปิดรายชื่อ 10 บจ. ใน mai สุดเดือด ราคาหุ้นลงโหด เหมือนโกรธใครมา!

หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กเป็นอีกกลุ่มที่นักลงทุนให้ความสนใจอย่างมาก ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) ที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก ทำให้ราคาหุ้นมักเคลื่อนไหวได้ง่ายเมื่อมีการทำซื้อหรือขาย นักลงทุนบางกลุ่มจึงนิยมเข้าเก็งกำไรเพื่อรับกำไรจากส่วนต่างราคา หรือ Capital Gain รวมถึงเข้าลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานดี และมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง เพื่อรับผลตอบแทนที่ดีในอนาคต


แม้ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กจะปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมาก แต่หากนับตั้งแต่ต้นปี 2566 จนถึงปัจจุบัน ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ยังให้ผลตอบแทนติดลบอยู่ที่ 23.68% รวมถึงมีหุ้นบางตัวที่ถูกเทขายอย่างหนัก และมีปัจจัยลบกดดันเฉพาะตัว วันนี้ Wealthy Thai จึงได้สำรวจ 10 หุ้นใน mai ที่ราคาปรับตัวลงมากที่สุดมาฝาก มาดูกันว่าหนึ่งในนี้จะมีหุ้นที่นักลงทุนถืออยู่หรือไม่


ข้อมูลจากเว็บไซต์ setsmart พบว่า หุ้นที่ราคาลงแรงมากที่สุดตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 26 มิ.. 2566 คือ OTO หรือ บริษัท วันทูวัน คอนแทคส์ จำกัด (มหาชน) โดยราคาปรับตัวลงไปกว่า 89.78% มาอยู่ที่ 1.41 บา


อันดับ 2 คือ ALL หรือ บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 26 มิ.. 2566 ปรับตัวลงไปแล้ว 75% มาอยู่ที่ 0.09 บาท


อันดับ 3 คือ CMO หรือ บริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน) ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 26 มิ.. 2566 ปรับตัวลงไปแล้ว 70.05% มาอยู่ที่ 1.3 บาท


อันดับ 4 คือ MORE หรือ บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 26 มิ.. 2566 ปรับตัวลงไปแล้ว 69.05% มาอยู่ที่ 0.13 บาท


อันดับ 5 คือ TVDH หรือ บริษัท ทีวีดี โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 26 มิ.. 2566 ปรับตัวลงไปแล้ว 59.09% มาอยู่ที่ 0.36 บาท


อันดับ 6 คือ ACAP หรือ บริษัท เอเชีย แคปปิตอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 26 มิ.. 2566 ปรับตัวลงไปแล้ว 58.75% มาอยู่ที่ 0.33 บาท


อันดับ 7 คือ CHO หรือ บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 26 มิ.. 2566 ปรับตัวลงไปแล้ว 57.58% มาอยู่ที่ 0.14 บาท


อันดับ 8 คือ IIG หรือ บริษัท ไอแอนด์ไอ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 26 มิ.. 2566 ปรับตัวลงไปแล้ว 56.49% มาอยู่ที่ 16.1 บาท


อันดับ 9 คือ KGEN หรือ บริษัท คิง เจน จำกัด (มหาชน) ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 26 มิ.. 2566 ปรับตัวลงไปแล้ว 55.94% มาอยู่ที่ 0.89 บาท


และอันดับ 10 คือ EFORL หรือ บริษัท อี ฟอร์ แอล เอม จำกัด (มหาชน) ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 26 มิ.. 2566 ปรับตัวลงไปแล้ว 52.94% มาอยู่ที่ 0.16 บาท


ขณะที่นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กปรับตัวขึ้นไปค่อนข้างมาก จนระดับ P/E ของตลาดหุ้น mai อยู่ในระดับที่แพงผิดปกติ


ประกอบกับไม่มีปัจจัยบวกใหม่เข้ามาสนับสนุน และยังมีความกังวลจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัว ทำให้หุ้นที่นักลงทุนให้ความคาดหวังสูง แต่ผลประกอบการยังไม่สะท้อนความคาดหวังนั้น รวมถึงหุ้นที่เข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรจึงถูกขายออกไป นอกจากนี้กรณีที่เกิดกับหุ้น STARK อาจเป็นอีกแรงกดดันที่ทำให้นักลงทุนขายหุ้นที่มองว่าอาจความเสี่ยงสุ่มด้านผลประกอบการออกไปเช่นกัน


สำหรับคำแนะนำการลงทุน แนะนำ Selective หุ้นรายตัวมากกว่า โดยไม่ได้เน้นว่าต้องเป็นหุ้นขนาดใหญ่ ขนาดกลาง หรือขนาดเล็ก แต่เน้นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ มีแนวโน้มผลประกอบการเติบโตดี เห็นภาพของธุรกิจชัดเจน หากนักลงทุนสนใจหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก แนะนำให้ศึกษาข้อมูลของบริษัทอย่างถี่ถ้วน


ศุภมาศ ศรีขำ

นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ด้านการเงินและตลาดทุน ให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้