เปิดโผ 5 หุ้น ที่เหมาะลงทุนแบบ DCA ประจำเดือน ก.ค.
ถือว่ามาได้ครึ่งทางไปแล้วกับปี 2566 ซึ่งในของตลาดทุนก็เป็นช่วงที่นักลงทุนหลายๆคนได้มีการปรับพอร์ตหรือปรับน้ำหนักการลงทุนสำหรับนักลงทุนสายระยะยาว แต่ก็มีนักลงทุนไม่น้อยที่มีการปรับพอร์ตรายเดือน ยกตัวอย่างนักลงทุนสาย DCA ที่บางรายเองก็มีการปรับน้ำหนักการลงทุนเป็นรายเดือน
โดยในวันนี้ทาง Wealthy Thai ก็ได้นำ 5 อันดับหุ้นที่เหมาะแก่การทำ DCA ซึ่งอยู่ภายใต้มุมมองและการประเมินของนักวิเคราะห์ โดยในครั้งนี้มาจากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประจำเดือน กรกฎาคม 2566 ซึ่งจะประกอบไปด้วย CPALL, ADVANC, OSP, KBANK และ RATCH
สำหรับเกณฑ์การคัดเลือกหุ้นนั้น จะประกอบไปด้วยหุ้นพื้นฐานดี มีสภาพคล่อง ซึ่งจะให้คำแนะนำทุก 1 เดือน ยกเว้น มีเหตุการณ์สำคัญกระทบต่อพื้นฐานบริษัท พร้อมด้วยกลยุทธ์ที่กระจายความเสี่ยงในหลากหลายอุตสาหกรรมและจัดพอร์ตผสมผสานระหว่าง หุ้นปันผล(Dividend) กับหุ้นเติบโต(Growth) เหมาะกับนักลงทุนระยะยาวที่ต้องการออมในหุ้น
TOP 5 หุ้น DCA
CPALL แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/66 โตทั้งจากไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันกับปีก่อน โดยได้ประโยชน์จากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวต่อเนื่องรวมถึงต้นทุนค่าไฟที่ปรับลดลง และคาดผลประกอบการ 2566 ที่ 1.77 หมื่นล้านบาทโตเด่นจากปีก่อนหน้า 33.3%
ADVANC เป็นหุ้น Defensive คาดกำไรปกติจะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้าตลอดปี 2566 อีกทั้งประมาณการกำไรดังกล่าวยังมีอัพไซต์ จากการแข่งขันด้านราคาลดลงเร็วกว่าคาดและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สูงกว่าคาด
OSP แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/66 จะเติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อน จากทั้งยอดขายที่ขยายตัวต่อเนื่อง และอัตรากำไรขั้นต้นยังคงอยู่ในระดับสูง และในช่วงครึ่งปีหลังปี 66 คาดจะเริ่มเห็นผลของการขึ้นราคา M-150 ขวด 12 บาทมากขึ้น
KBANK แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/66 จะเติบโตทั้งจากช่วงเดียวกันปีก่อน จากการตั้งสำรองที่ลดลงและรับรู้ผลจาก NIM ที่ขยับขึ้น ส่วนการเติบโตจากไตรมาสก่อนหน้า มีปัจจัยบวกจากพอร์ตสินเชื่อในฝั่ง High Yield ขยายตัวดีตามความต้องการสินเชื่อของลูกหนี้รายย่อยที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้น
RATCH เป็นหุ้น Defensive คาดกำไรปกติไตรมาส 2/66 จะฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้า ด้วยต้นทุนทางการเงินที่เริ่มปรับตัวลง คาดจ่ายปันผลครึ่งปีแรกปี 2566 ที่ 0.80บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลถึง 2.2% และช่วงครึ่งปีหลังปี 2566 คาดกำไรปกติจะสามารถกลับมาเติบโตได้จากช่วงเดียวกันปีก่อน แม้มีปิดซ่อมบำรุงบางส่วนของโรงไฟฟ้าหงสา
