SORKON กำลังวางกลยุทธ์เด็ด เพื่อช่วยโอกาสการเติบโตในอนาคต
บริษัท ส. ขอนแก่นฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SORKON เป็นหนึ่งในบริษัทที่อยู่คู่กับตลาดหุ้นไทยมาอย่างยาวนาน โดย SORKON เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตั้งแต่ในปี 2536 ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ SORKON อยู่ในตลาดหุ้นไทยมาแล้วกว่า 30 ปี
ขณะเดียวกัน SORKON ยังได้ผลิตอาหารที่อยู่รอบตัวเรามาแล้วกว่า 40 ปี ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่เรารู้จักกันดีในสินค้าอาหารพื้นเมืองอย่างแหนม หมูยอ และกุนเชียง ประกอบกับ SORKON ยังมีผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปที่หลากหลาย เช่น ลูกชิ้นปลา และทอดมัน รวมไปถึงอาหารแช่แข็งอย่างขาหมู
อีกทั้งยังมีผลิตภัณฑ์สินค้าอาหาร ที่เป็นประเภทขนมขบเคี้ยว ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ประเภทอกไก่อบ หมูแผ่นอบกรอบ และแคบหมู รวมไปถึงสินค้าอื่นๆ เช่นน้ำพริกแบบแห้งพร้อมทาน อีกทั้ง ส. ขอนแก่น ยังมีธุรกิจฟาร์มเลี้ยงสุกรอีกด้วย
นอกจากนี้ SORKON ธุรกิจร้านอาหารที่ชื่อคุ้นติดหูผู้บริโภคอย่าง ร้านขาหมูยูนนาน ซึ่งเป็นร้านขายข้าวขาหมูที่น่าลิ้มลอง ขณะเดียวกัน SORKON ยังมีธุรกิจร้านอาหารส้มตำ ที่ใช้ชื่อว่า แซ่บคลาสสิก
ล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ SORKON ยังได้จับมือกับ 2 พันธมิตรชื่อดังอย่าง มาม่า-ล่าเมียว เปิดตัวร้านอาหาร “แซ่บ มิวเซียม” ชูไฮไลท์เด็ดในการรังสรรค์เมนูอาหารไทยรสชาติจัดจ้าน พร้อมซิกเนเจอร์เมนูมาม่าหม้อไฟทะเลเดือด มุ่งเน้นเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีนที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเปิดสาขาแรกในศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 อโศก และเตรียมขยายสู่ศูนย์การค้าไอคอนสยามในเร็ว ๆ นี้
สำหรับในด้านของผลประกอบการของ SORKON ในงวดไตรมาส 1/66 ที่ผ่านมา มีรายได้จากการขายจำนวน 767 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.52% จากปีก่อน เนื่องจากการเติบโตของยอดขายผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรดและการออกสินค้าใหม่กลุ่มอาหารพื้นเมืองของไทย อย่างเช่น แหนมใบมะยมพริกแซ่บ และการจัดโปรโมชั่นร่วมกับห้างโมเดิร์นเทรด
ขณะที่แผนการดำเนินธุรกิจ SORKON ได้วางกลยุทธ์ หลายด้านไม่ว่าจะเป็นการขยายธุรกิจเข้าสู่ช่องทางการขายในรูปแบบร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม (Traditional Trade) ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่จะสามารถกระจายสินค้าเข้าตลาดสดได้
อีกทั้งมีแผนกระจายกลุ่มสินค้าขนมขบเคี้ยวออกนอกจากห้าง หรือร้านค้าโมเดิร์นเทรดเพิ่มเติม โดยจะเจาะกลุ่มไปยังร้านอาหารต่างๆ ให้มากขึ้น
นอกจากนี้เอง SORKON จะมีการออกสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่องในกลุ่มอาหารพื้นเมืองไทย เช่น แหนมใบมะยมพริกแซ่บ กลุ่มขนมขบเคี้ยวประเภทเนื้อสัตว์แปรรูปแบรนด์ ส.อกไก่นรก และกลุ่มอาหารพร้อมรับประทาน เช่น ข้าวผัดแหนม ยำหมูยอ ลูกชิ้นเต้าหู้หมู ไก่ย่างหมักน้ำตาลมะพร้าว ซึ่งถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค
ไม่เพียงแค่นั้น SORKON จะไม่หยุดโอกาสการเติบโตไว้แค่ภายในประเทศ ด้วยแผนการเจาะตลาดต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มสินค้าลูกชิ้นปลาต่างๆ และเพิ่มฐานการผลิตสินค้ามากขึ้น ซึ่งตลาดหลักที่สนใจ ได้แก่ จีน อเมริกา ยุโรป เป็นต้น จากเดิมที่การขายสินค้าในต่างประเทศ จะอยู่แค่เฉพาะในโซนไชน่าทาวน์ของกลุ่มประเทศอเมริกาหรือยุโรป
โดย SORKON มีแผนที่จะเจาะตลาดร้านค้า ร้านอาหารไทยในต่างประเทศมากขึ้น เนื่องจากมีความต่อเนื่องในการซื้อสินค้าสม่ำเสมอมากกว่า ดังนั้นเองทำให้เราเห็นภาพได้อย่างชัดเจนว่าโอกาสในการเติบโตของ SORKON ยังมีได้อีกมาก
ขณะที่ในมุมมองของนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ระบุว่า มีมุมมองบวกต่อผลการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปี โดยจะเห็นการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานในงวดไตรมาส 2/66 จากราคาหมู ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก ที่มีราคาลดลงจากไตรมาสก่อน
ส่วนปัจจัยสนับสนุน กำไรเติบโตในปี 66 มาจากปัจจัยดังต่อไปนี้ 1.บริษัทมีแผนขยายการขายเข้าสู่ช่องทาง Traditional Trade มากขึ้น 2.ขยายฟาร์มสุกร 3.การลงทุนในธุรกิจร้านอาหาร เช่น แบรนด์ Leanlicious ขายอาหารคลีน, ZAAP Museum ร้านอาหารไทย, MALAYAKI ขายหม้อไฟหม่าล่า
รวมถึง 4.เพิ่มฐานการผลิต ผลิตภัณฑ์จากเนื้อหมู ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อส่งออกไปในประเทศต่างๆ ในยุโรป รวมถึงประเทศจีนและอเมริกา โดยปัจจุบันหุ้นซื้อขายที่ P/E 21 เท่า สูงกว่า อุตสาหกรรม FOOD เล็กน้อย ที่มี P/E 18 เท่า

