สลับขั้ว? นักวิเคราะห์ชี้! เพื่อไทย มีโอกาสเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลมากขึ้น คาดช่วยหนุนหุ้นไทยทะยาน 1,720 จุด
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุว่า จากกรณีที่ประชุมรัฐสภาโหวตนายกฯครั้งแรก Candidate นายกฯ จากพรรคก้าวไกลที่ได้รับการเสนอชื่อรายเดียว คุณพิธาฯ ได้คะแนนเสียง 323 เสียง ต่ำกว่าเสียงสนับสนุนที่ต้องได้รับเกิน 376 เสียง
โดยหลังจากนี้ติดตามแผน 8 พรรคร่วมรัฐบาลก่อนประชุมสภารอบหน้าวันที่ 19-20 ก.ค. ประกอบกับ การเมืองที่อาจจะเกิดขึ้นนอกสภา
ทั้งนี้ ทิศทางดังกล่าวประเมินพรรคเพื่อไทยมีโอกาสเป็นแกนนำเพิ่มมากขึ้น และภาพการเมืองในประเทศใกล้มีความชัดเจน มองหุ้นที่ปรับฐานจากจิตวิทยาลบการเมืองไม่ชัดเจนมีโอกาสทยอยฟื้นตัว อาทิ GULF, CRC, CPALL, BJC, CPAXT, PTTGC, TRUE, THCOM ระยะสั้นมองเน้น GULF, PTTGC, THCOM ทั้งนี้ เรายังคงมองฉากทัศน์การเมืองเป็นไปได้ 4 กรณีเช่นเดิม
กรณีที่ 1 คือ คุณพิธาฯ ได้รับการโหวตเป็นนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล+8 พรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบันจะจัดตั้งรัฐบาล 311 เสียง มองความชัดเจนหนุน SET แต่ความเสี่ยงนโยบายต่อตลาดทุนระยะกลางเป็นอะไรที่ต้องติดตาม และอาจจำกัดกรอบราว 1600-1620จุด กลุ่มเคลื่อนไหวดีกว่าตลาด คือ กลุ่มหุ้นอิงการบริโภคขนาดกลางอิงรากฐานแข็งแรงขึ้น+ได้ประโยชน์รัฐสวัสดิการ และนโยบายอื่นๆของพรรคก้าวไกล อาทิ CPAXT, ICHI, MC, GLOBAL, BCH, CHG, HANA, AMATA, WHA, BBL, KTB, TTB กลุ่มที่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจปัจจุบันในภาคท่องเที่ยว อาทิ ERW, MINT
กรณีที่ 2 คือ คุณพิธาฯ ไม่ได้รับการโหวตเป็นนายกฯ ขณะที่พรรคเพื่อไทยขึ้นมาเป็นแกนนำแทนและยังตั้งรัฐบาลกับ 8 พรรคร่วมปัจจุบัน 311 เสียง มองความชัดเจนหนุน SET แต่ความเสี่ยงนโยบายต่อตลาดทุนระยะกลางจะต่ำกว่ากรณีที่ 1 จะทำให้แกว่งขึ้นกรอบราว 1680-1720 จุด กลุ่มเคลื่อนไหวดีกว่าตลาด คือ กลุ่มพลังงาน (PTT, PTTGC, GULF, BGRIM) กลุ่มสื่อสาร (ADVANC, TRUE, THCOM) กลุ่มอสังหาฯ (SC, SIRI) และหากไม่เกิดการชุมนุมที่มีความรุนแรง กลุ่มที่เคลื่อนไหวบวกตามมากลุ่มอิงการบริโภคภายใน คือ กลุ่มธนาคาร (BBL, KTB, TTB) กลุ่มค้าปลีก (CPALL, CPAXT, CRC, BJC, DOHOME, GLOBAL) กลุ่มนิคม (AMATA, WHA) กลุ่มท่องเที่ยว (AOT, ERW, MINT)
กรณีที่ 3 คือ คุณพิธาฯ ไม่ได้รับการโหวตเป็นนายกฯ ขณะที่พรรคเพื่อไทยขึ้นมาเป็นแกนนำแทน ขณะที่พลิกขั้วไปจับพรรคว่าที่ฝ่ายค้าน ประเมินเสียงราว 280-310 เสียง มองความชัดเจนหนุน SET แต่ความเสี่ยงนโยบายต่อตลาดทุนระยะกลางจะต่ำกว่ากรณีที่ 1 จะทำให้แกว่งขึ้นกรอบราว 1620-1680 จุด กลุ่มเคลื่อนไหวดีกว่าตลาด คือ กลุ่มพลังงาน (PTT, PTTGC, GULF, BGRIM, PTTGC) กลุ่มสื่อสาร (ADVANC, TRUE, THCOM) กลุ่มรับเหมาฯ (ITD, STEC) แต่ความเสี่ยงการชุมนุมที่อาจจะเกิดขึ้นมีความตึงเครียดกว่ากรณีที่ 2 จะสร้างแรงกดดันต่อกลุ่มอิงการบริโภคภายในจนกว่าการชุมนุมจะสิ้นสุด คือ กลุ่มธนาคาร (BBL, KTB, TTB) กลุ่มค้าปลีก (CPALL, CPAXT, CRC, BJC) กลุ่มนิคม (AMATA, WHA) กลุ่มท่องเที่ยว (AOT, ERW, AWC)
กรณีที่ 4 คือ คุณพิธาฯ ไม่ได้รับการโหวตเป็นนายกฯ ขณะที่การจัดตั้งรัฐบาลจะอยู่ในลักษณะเสียงข้างน้อย คือ ว่าที่พรรคร่วมฝ่ายค้านปัจจุบัน ประเมินเสียงราว 140-150 เสียง มองกดดัน SET จากทั้งการขับเคลื่อนนโยบายขาดเสถียรภาพ และมีความเสี่ยงการชุมนุมที่อาจจะเกิดขึ้นมีความตึงเครียดมากสุดในทุกกรณี ประเมิน SET กรอบ 1350-1460 จุด กลุ่มที่เคลื่อนไหวดีกว่าตลาดมองกลุ่มถูกกดดันจากการเมือง อาทิ GULF, BGRIM, THCOM, TRUE, STEC, STPI อิงความต้องการโลก (Global Plays) อาทิ HANA, KCE, DELTA, CPF, GFPT, PTTGC, IVL ส่วนกลุ่มอิงภายใน+ท่องเที่ยวจะเผชิญภาพลบ
