เปิดรายชื่อหุ้นกลุ่ม “ทุนใหญ่” ปัจจัยพื้นฐานยังน่าสนใจหรือไม่?

จากประเด็นนโยบายพรรคก้าวไกล ที่ชูเรื่องทลายทุนผู้ขาด รวมทั้งนโยบายปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 450 บาทต่อวัน การกระจายซ่อมถนนอย่างเป็นธรรม หรือแม้กระทั่งนโยบายลดค่าไฟฟ้า หลังจากที่ประชาชนบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าค่าไฟฟ้าแพงขึ้นมาก เป็นต้น ทำให้ในช่วงที่ผ่านมาหุ้นกลุ่มทุนใหญ่ได้รับเซนติเมนต์เชิงลบทันที


ดังนั้นคอลัมน์ “โพยหุ้น” ประจำวันจันทร์ทีมข่าว Wealthy Thai จึงได้รวบรวมหุ้นกลุ่มทุนใหญ่ หรือหุ้นที่มองว่าจะได้รับผลกระทบจากนโยบายพรรคก้าวไกลมาฝากนักลงทุน ซึ่งในแง่ของปัจจัยพื้นฐานจะมีความน่าสนใจหรือไม่ บทความนี้มีคำตอบมาให้แล้ว

มาเริ่มกันที่ GULF นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีความเห็นว่า คงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 60 บาท โดยประเมินกำไรปกติไตรมาส 2/66 ที่ 3.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 22%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาสแรก


ทั้งนี้หนุนโดยการ COD โครงการ IPP GPD 663 MW รับรู้เต็มไตรมาสควบคู่กับ margin SPP ที่ยังขยายตัวแม้ค่า Ft ปรับลง แต่ได้ผลบวกจากค่าก๊าซที่ปรับลงมากกว่า และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก INTUCH มากขึ้น ชดเชยการเข้า low season ของโรงไฟฟ้าพลังงานลม และรับรู้ขาดทุนจากโครงการ Jackson


โดยยังคงประมาณการกำไรปกติปี 66 ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท เติบโต 33% จากปีก่อน ซึ่งมองแนวโน้มครึ่งหลังปี 66 คาดโตได้จากขึ้นปีแรก แม้ค่า Ft มีโอกาสปรับลง (อิงเคสปรับลงมาสุดจากการรับฟังความคิดเห็น 0.25 บาท/หน่วย ค่าไฟฟ้ารวม -5% จากปัจจุบัน) แต่ค่าก๊าซก็มีโอกาสปรับลงอย่างมีนัยสำคัญมาที่ 350 บาท/MMBTU (-13% จากปัจจุบัน) คาดไม่กดดัน margin ของ SPP ในช่วงที่เหลือของปี


อย่างไรก็ตามราคาหุ้นกลับมาเคลื่อนไหวใกล้เคียง SET ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา คาดรับรู้ negative sentiment กรณีนโยบายหาเสียงของพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลต้องการลดค่าไฟฟ้าและเจรจาค่าความพร้อมจ่ายใหม่และโอกาสในการปรับลดการผลิตไฟฟ้าของไทยในอนาคตลง ในขณะที่ key catalyst ในระยะถัดไปคือ active investment ทั้งในและต่างประเทศซึ่งครอบคลุมถึงโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ หากมีการแจ้งความคืบหน้ากับตลาดจะช่วยสร้าง positive sentiment ให้กับหุ้น


ถัดมา GPSC นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินราคาเหมาะสม 75.00 บาท และคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยการทยอยสะสม แต่หากรับความเสี่ยงได้น้อย อาจรอเข้าซื้อแบบ Buy On Fact หลังนโยบายพลังงานภายใต้รัฐบาลชุดใหม่มีความชัดเจน


โดยคงมุมมองการฟื้นตัวของผลประกอบการปี 2566-2567 หนุนจากการปรับค่าไฟฟ้าสะท้อนต้นทุนการผลิตที่แท้จริงและอานิสงส์จากราคาพลังงานกลับสู่ภาวะปกติคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2566 ที่ 4.8 พันล้านบาท เติบโต 440% และปี 2567 ที่ 6.5พันล้านบาท เติบโต 36%จากปีก่อน ส่วนแนวโน้มไตรมาส 2/66 เบื้องต้นคาดฟื้นตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และประคองตัวจากไตรมาสแรก เนื่องจากการปรับตัวลงของต้นทุนเชื้อเพลิง


BGRIM นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คงคำแนะนำ “ซื้อ” และให้เป็น Top Pick ของกลุ่ม โรงไฟฟ้าสำหรับการลงทุนในช่วงไตรมาส 3/66 ประเมินว่าผลจากการปรับประมาณการส่งผลให้ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2566 ลดลงเป็น 46.00 บาท/หุ้น นอกจากนี้หุ้นมี Upside เพิ่มเติมจากการเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ในต่างประเทศ (คาดชัดเจนอย่างน้อย 1 ดีลในครึ่งหลังปี 66)


ทั้งนี้มองว่า BGRIM มีโอกาสเคลื่อนไหวได้ดีกว่ากลุ่มฯ ในระยะกลาง เนื่องจาก กำไรของบริษัทฯที่ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วและมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง รวมทั้ง Bond Yield ที่ผ่านจุดสูงสุดจะส่งผลให้หุ้นกลุ่ม Defensive (เช่น โรงไฟฟ้า) ถูก Re-rate PER ขึ้น และได้รับความเสี่ยงจำกัดจากนโยบายของรัฐบาลใหม่


STEC นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) ประเมิน STEC มีงานในมือสูงประมาณ 1.1 แสนล้านบาท เพียงพอกับการรับรู้รายได้ราว 3.8 ปี และมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง แต่มีความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนวัสดุก่อสร้างและการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำซึ่งประเมินบริษัทจะได้รับผลกระทบมากกว่าคู่แข่ง แนะนำ “ถือ” ให้ราคาเป้าหมาย 10.40 บาท


CK นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) คาดงานในมือจะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ประมาณ 2.50 แสนล้านบาทจาก megaproject สองโครงการ ได้แก่ 1. รถไฟฟ้าสายสีส้มมูลค่า 1.27 แสนล้าน บาท และ 2.โรงไฟฟ้าหลวงพระบางมูลค่า 8.5 หมื่นล้านบาท หนุนรายได้ในระยะ 8 ปี ข้างหน้า แนะนำ ซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 27 บาท


PTT นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองว่านโยบายแทรกแซงพลังงานจะกระทบ PTT มากกว่าคู่แข่ง เนื่องจากบริษัทได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากบริษัทลูกประเด็นดังกล่าวอาจทำให้ประมาณการ และตลาดมี Downside โดยเฉพาะสมมติฐานความสามารถการทำกำไรของธุรกิจโรงแยกก๊าซ และธุรกิจปิโตรเคมี Gas-Based ทางพื้นฐานคงคำแนะนำเพียง TRADING ราคาเหมาะสม 34.50 บาท


CPALL นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด มีมุมมองที่เป็นบวกต่อ CPALL โดยคาดภาพรวมการฟื้นตัวของการดำเนินงานเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคเข้ามากดดัน ขณะที่ปัจจัยลบในปีก่อนอย่าง การ rebrand Lotus และปรับปรุงระบบ IT และภาระดอกเบี้ยทะยอยมีน้ำหนักที่น้อยลงไป ปัจจุบันเประเมินการฟื้นตัวที่โดดเด่นในปี66 โดยยังประมาณการกำไรสุทธิของปี 66 อยู่ที่ 17,088 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.75% และปี 67 อยู่ที่ 19,327 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.11% จากปีก่อน แนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมายปี 66 อยู่ที่ 72.50 บาท


CPAXT นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) คงคำแนะ “NEUTRAL” มีราคาเป้าหมายที่ 38.5 บาท แม้คาดผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 66 จะฟื้นตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากครึ่งปีแรก หลังต้นทุนค่าไฟและดอกเบี้ยจ่ายจะลงหลังบริษัททำ refinance เงินกู้เสร็จแล้วในกลางไตรมาส 2/66 แต่ด้วยระยะสั้นจะมี downside จากผลการดำเนินงานของโลตัสส์ที่ดูอ่อนแอกว่าคาด จึงอยู่ระหว่างทบทวนประมาณการราคาเป้าหมายลง จึงแนะนำเพียงถือ


TRUE นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ยังคงคำแนะนำซื้อ TRUE โดยยังคงราคาเป้าหมายเอาไว้ที่ 9 บาท จากสองธีมหลัก โดยธีมแรก คือ สภาวะการแข่งขันที่เบาลงจะทำให้ ARPU และกำไรเพิ่มขึ้น ส่วนธีมที่สองคือราคาหุ้นไม่แพง ทั้งนี้ ราคาหุ้น TRUE ตกลงมาแรงในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา และปัจจุบันเท่ากับตีมูลค่า synergy เป็นศูนย์ มองว่าปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้นจะมาจาก ARPU ที่เพิ่มขึ้น และการที่บริษัทออกมาประกาศมูลค่า synergy อย่างเป็นทางการ


ปิดท้ายกันที่ ADVANC นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ยังคงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 250 บาท เนื่องจากการแข่งขันที่เบาลงหลังการควบรวมจะช่วยหนุนให้กำไรเพิ่มขึ้น ซึ่งนอกจากการแข่งขันด้านราคาในธุรกิจมือถือจะลดลงแล้ว ยังมีการยกเลิกแพ็คเกจ FBB ราคาต่ำด้วย


ดังนั้นจึงคาดว่ากำไรไตรมาส 2/66 จะพุ่งสูงทั้งช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสแรก เป็น 7.2 พันล้านบาท (ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เคยได้เห็นมาเลยตั้งแต่ COVID เริ่มระบาดในไตรมาส 1/63) ยังคงประมาณการกำไรปีนี้เอาไว้ที่ 2.84 หมื่นล้านบาท เติบโต 9.6% จากปีก่อน


Most Viewed
Stock of the Day
หุ้นแบงก์พุ่งยกแผง รับปัจจัยหนุนรอบด้าน รัฐเร่งลงทุน-ลุ้น Q2 กำไรดีกว่าคาด บอนด์ยีลด์ทรงตัวสูง-ปันผลเด่น
Updated 1 day ago
Where to put your money
รู้หรือไม่? “SpaceX” ไม่ได้ถูกตีค่าในฐานะบริษัทจรวด... แต่ถูกตีค่าในฐานะ “ผู้ถือกุญแจสู่อนาคต” !!!
Updated 16 hours ago
Fun of Funds
“บล.ดาโอ” ลั่นจุดยืนเป็น “Wealth Management” ชูจุดเด่น “One-Stop Financial Service”… เล็งขยายฐาน “ลูกค้าต่างจังหวัด” พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 25% !!!
Updated 9 hours ago
Wealth EZ
Credit Spread คืออะไร สำคัญยังไง? ส่องส่วนต่างความเสี่ยง ก่อนช้อปหุ้นกู้
Updated 1 day ago
News Highlight
GULF ตอกย้ำความเชื่อมั่นระดับสากล ประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ร่วมในต่างประเทศ มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
Updated 1 day ago
Follow Us