เปิดลิสต์ Top 5 หุ้น DCA ประจำเดือน ส.ค. ADVACN ยืนหนึ่ง ในการสร้างผลกำไร
ในปี 2566 นี้ ก็ได้ผ่านพ้นไปแล้วกว่าครึ่งทางหรือเรียกได้ว่าเข้าสู่เดือนสิงหาคมเป็นเดือนที่ 8 ของปี ซึ่งนักลงทุนหลายคนก็อาจจะมีการปรับพอร์ตการลงทุนไปตามสถานการณ์ภาพรวมตลาด ในวันนี้ทาง Wealthy Thai ก็ได้ทำการนำ 5 อันดับหุ้นที่เหมาะแก่การทำ DCA ประจำเดือนดังกล่าวมาแบ่งปันให้แก่ผู้ที่สนใจ
โดย 5 หุ้น จะประกอบไปด้วย CPALL, ADVANC, OSP, GPSC และ RATCH ซึ่งเกณฑ์การคัดเลือกหุ้นจะอยู่ภายใต้มุมมองและการประเมินของนักวิเคราะห์หรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านการให้คำแนะนำการลงทุน โดยในครั้งนี้จะเป็นบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด
สำหรับเกณฑ์การคัดเลือกหุ้นนั้นจะต้องเป็นหุ้นพื้นฐานดี มีสภาพคล่อง ซึ่งจะให้คำแนะนำทุก 1 เดือน ยกเว้น มีเหตุการณ์สำคัญกระทบต่อพื้นฐานบริษัท พร้อมด้วยกลยุทธ์ที่กระจายความเสี่ยงในหลากหลายอุตสาหกรรมและจัดพอร์ตผสมผสานระหว่าง หุ้นปันผล(Dividend) กับหุ้นเติบโต(Growth) เหมาะกับนักลงทุนระยะยาวที่ต้องการออมในหุ้น
TOP 5 หุ้น DCA
CPALL แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/66 จะเติบโตทั้งจากไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่แนวโน้มกำไรในช่วงครึ่งปีหลังปี 2566 คาดว่าจะเติบโตได้อย่างโดดเด่น ทั้งช่วงก่อนหน้าและช่วงเดียวกันปีก่อน โดยได้ประโยชน์จากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวต่อเนื่องรวมถึงต้นทุนค่าไฟที่ปรับลดลง
ADVANC เป็นหุ้น Defensive และแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/66 โดยคาดว่าจะเติบโตจากไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันปีก่อน จาก ARPU ที่ดีขึ้นและค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่ลดลง พร้อมกันนี้คาดเงินจ่ายปันผลในช่วงครึ่งปีแรกปี 2566 จะอยู่ที่ 4.23 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 1.9%
OSP แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/66 จะยังทรงตัว จากช่วงเดียวกันปีก่อน ด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่ในช่วงครึ่งปีหลังปี 2566 คาดผลประกอบการจะฟื้นตัวชัดเจน หลังต้นทุนการผลิตลดลงและการแข่งขันด้านราคาของตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศเริ่มเบาลง
GPSC เป็นหุ้น Defensive และแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/66 จะเติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อน ตามฐานค่าไฟฟ้า Ft ที่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนและต้นทุนที่ปรับตัวลดลง ขณะที่ในช่วงครึ่งปีหลังปี 2566 จะได้แรงหนุนจากปริมาณการขายไฟที่เพิ่มขึ้นและการรับรู้โครงการใหม่
RATCH คาดกำไรไตรมาส 2/66 ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้า ด้วยต้นทุนทางการเงินที่เริ่มลดลง พร้อมกับคาดจะจ่ายเงินปันผลในครึ่งปีแรกปี 2566 ที่ 0.80 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็น อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 2.2% นอกจากนี้ในช่วงครึ่งปีหลังปี 2566 คาดกำไรจะเติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อน หลังเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้า Paitonและไม่มีค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาทางการเงินในระดับสูงเหมือนช่วงปีหลังปี 2565
ทั้งนี้ ทาง Wealthy Thai ได้จำลองสถานการณ์ หาก DCA เป็นเวลา 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 ถึง 31 กรกฎาคม 2566 ผู้ลงทุนจะสามารถสร้างผลตอบแทนทั้งในรูปแบบส่วนต่างจากราคา (Capital Gain) และ เงินปันผล เป็นเช่นไรนั้นไปดูรายละเอียดกัน
โดยการทดลองหรือการคำนวณในครั้งนี้ ออมเงินเดือนละ 2,000 บาทตลอดช่วงเวลา 5 ปี พบว่า ADVANC สามารถสร้างผลตอบแทนให้แก่นักลงทุนได้ทั้งในรูปแบบส่วนต่างของราคาหุ้นและเงินปันผลเป็นจำนวนกว่า 2.7 หมื่นบาท ขณะตัวอื่นๆนั้น แม้ว่าจะได้รับเงินปันผลแต่ก็ต้องเผชิญกับผลขาดทุนจากส่วนต่างราคาหุ้น ซึ่งมีรายละเอียดตามรูปด้านล่างนี้

