5 หุ้น เก็บทรงไม่อยู่ เมียนมารัฐประหาร ในตอนนั้น ผ่านมาวันนี้ราคาเป็นยังไงบ้าง

เป็นระยะเวลาเกือบจะ 2 เดือนแล้วที่ประเทศเมียนมา กลับเข้าสู่วงจรการเมืองแบบเดิมเมื่อ 50 ปีก่อน  ซึ่งหลังจากในวันที่ 1 ก.พ.64 นางอองซานซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ, ประธานาธิบดี วี่น-มหยิ่น และผู้นำคนอื่น ๆ ของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ถูกทหารเมียนมาเข้าควบคุมตัว โดยกองทัพเมียนมาอ้างว่ามีการโกงการเลือกตั้งในเดือนพ.ย.63 ที่ผ่านมา


อย่างไรก็ตาม กองทัพเมียนมาประกาศว่า ทางกองทัพจะจัดการเลือกตั้งทั่วไปอีกครั้ง โดยจะมีพรรคการเมืองเข้าแข่งขันหลายพรรค ซึ่งถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นหลังจากกองทัพเมียนมาได้ยึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาลและประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นเวลา 1 ปี


สถานการณ์การประท้วงที่เกิดขึ้นภายหลังจากการทำรัฐประหารที่เมียนมาเกิดความรุนแรงและระอุขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยทหารเมียนมาได้มีการใช้กองกำลังปราบปรามผู้ชุมนุมด้วยความโหดร้าย โดยประกาศชัดเจนว่าหากผู้ใดออกมาประท้วงหรือขัดขวางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่จะใช้กระสุนจริงในการปราบปราม


โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดความรุนแรงมากขึ้น ในวันที่ 27 มี.ค.64 ที่ผ่านมา ซึ่งตรงการครบรอบ 76 ปี วันสถาปนากองทัพเมียนมาในปีนี้ นับว่าเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นตั้งแต่เกิดเหตุรัฐประหาร 1 ก.พ. โดยสื่อท้องถิ่นรายงานว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงซึ่งประกอบด้วยตำรวจและทหาร ได้ใช้กำลังรุนแรงเข้าปราบปรามการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยของชาวเมียนมาอย่างโหดเหี้ยม มีรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 100 ราย


ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นล่าสุด จึงเกิดการตั้งข้อสงสัยว่า สถานการณ์ความรุนแรงของเมียนมาจะสิ้นสุดเมื่อหลายประเทศต่างออกมาประกาศร่วมกันคว่ำบาตรเมียนมาจากเหตุการณ์ความรุนแรงดังกล่าวที่เกิดขึ้น โดยรัฐบาลสหรัฐขอเรียกร้องให้ชาติสมาชิกสหประชาชาติร่วมคว่ำบาตรเมียนมาเหมือนกับสหรัฐ เพื่อกดดันเมียนมาให้กลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว


ขณะที่ตามรายงานข่าวของประเทศไทยนายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผ่านสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า ประเทศไทยยังคงต้องทำการค้ากับเมียนมาตามปกติ โดยเฉพาะสินค้าที่มีความจำเป็นต่อการครองชีพ สินค้าอุปโภคบริโภค เพราะถึงแม้ว่าจะมีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นในประเทศแต่ประชาชนยังจำเป็นที่จะต้อง อุปโภคบริโภค และไม่มีเหตุผลที่ไทยจะปฏิเสธการจำหน่ายสินค้าจากคู่ค้าชาวเมียนมา เพราะถือเป็นการทำการค้าในรูปแบบปกติ ด่านการค้าชายแดนของไทยที่สำคัญยังคงเปิดให้มีการขนถ่ายสินค้าได้ตามระเบียบ


ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น จากวันนั้นจนถึงวันนี้มีผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยอย่างไรบ้าง และหุ้นกลุ่มไหนที่มีสัดส่วนรายได้จากการทำธุรกิจในเมียนมาเป็นอย่างไรบ้าง ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะส่งผลยังไงต่ออนาคตมากน้อยขนาดไหน วันนี้ Wealthy Thai จะเล่าให้ฟัง


ลำดับแรกของย้อนเวลากลับไปเมื่อวันที่ 1 ก.พ.64 อีกครั้ง หลังจากที่ตลาดหุ้นไทยเปิดทำการซื้อขายกลุ่มหุ้นที่ประกอบธุรกิจ หรือมีฐานลูกค้าในเมียนมา ราคาหุ้นก็ปรับลดลงอย่างเห็นได้ชัดโดยที่ไม่ต้องไปสืบค้นข้อมูลเลยว่ามีกลุ่มหุ้นตัวไหนบ้าง เพราะราคาจะรูดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน เบื้องต้นทาง Wealthy Thai ได้หยิบยกกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้มาจำนวน 5 หุ้น ซึ่งจะมีใครบ้างนั้นลองไปดูกันได้เลย


โดยเริ่มที่ TTCL หรือ บริษัท ทีทีซีแอล จำกัด (มหาชน) แม้จะประกอบรับเหมาก่อสร้างให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี แต่อย่างไรก็ตาม TTCL ได้คลุกคลีอยู่ในเมียนมามายาวนานด้วยการที่มีโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ จำนวน 1 แห่ง ซึ่งมีฐานรายได้ที่เป็นสัดส่วนหลักที่ช่วยพยุงบริษัท ณ ขณะนั้น แต่แล้วก็ได้ทำการขายหุ้นโรงไฟฟ้าโรงที่ 1 จนหมด เพื่อจะนำเงินไปก่อสร้างโรงไฟฟ้าเฟสที่ 2 กำลังการผลิต 300 กว่าเมกะวัตต์


แต่หลังจากโรงไฟฟ้าโรงที่ 2 ได้รับการอนุมัติแล้ว แต่อย่างไรก็ตามยังมีความกังวลอยู่ว่าจะได้สร้างใหม่หรือไม่ภายใต้รัฐบาลทหารชุดนี้ จะเกิดเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงทางด้านความไม่แน่นของนโยบายหรือไม่ จึงส่งผลให้ราคาหุ้นของ TTCL ในวันที่ 1 ก.พ.ปิดตลาดที่ 5.35 บาทต่อหุ้น ลดลง 10.08% ซึ่งก่อนหน้านี้กราฟราคาหุ้นกำลังเป็นขาขึ้นอยู่เลย แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันราคาหุ้นไต่ระดับมาอยู่ที่ 5.90 บาท ทั้งนี้หากไม่มีข่าวการรัฐประหารเกิดขึ้นราคาหุ้นของ TTCL อาจจะวิ่งไปไกลกว่านี้ก็เป็นไปได้


ขณะที่ CBG หรือ เครื่องดื่มชูกำลังคาราบาวแดง ที่ก่อนหน้านี้มุ่งมั่นตั้งใจตีตลาดเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเมียนมาอย่างหนักหน่วง ทั้งนี้เมื่อตลาดหุ้นเปิดทำการซื้อขายหุ้น CBG ก็ไม่รอด โดยวันที่ 1 ก.พ.64 ปิดตลาดที่ราคา 139 บาท ลดลง 4.47% ทั้งนี้ CBG ได้อธิบายไว้ในงบการเงินงวดปี 63 ว่า สัดส่วนการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศ CLMV คิดเป็น 85% โดยมีออเดอร์ที่เพิ่มขึ้น 14.70% จากปี 62 ซึ่งหลักๆแล้วมาจากคำสั่งซื้อของลูกค้าในเมียนมา แต่อย่างไรก็ตามสัดส่วนที่เมียนมาถือว่ายังเป็นระดับน้อย แต่ในอนาคตเมื่อยอดคำสั่งซื้อในจุดนี้หายไป และทาง CBG จะทำตลาดอย่างไร ก็ต้องจับตาดูกันต่อไป


โดยบริษัท หลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า ผลกระทบในเมียนมาในปัจจุบันยังไม่ชัดเจนนัก เบื้องต้นส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจในส่วนการติดต่อสื่อสารกับผู้จัดจำหน่ายในเมียนมา เนื่องจากระบบอินเทอร์เน็ตถูกระงับสัญญาณ และการแทรกแซงของรัฐฯ ในด้านธุรกรรมการเงิน อย่างไรก็ตามผู้จัดจำหน่ายในเมียนมามีบัญชีธนาคารในไทยจึงทำให้บริษัทยังได้รับผลกระทบที่จำกัด และคาดจะสามารถประเมินสถานการณ์ได้ชัดเจนมากขึ้นในระยะเวลา 1 – 2 เดือน


สำหรับ AMATA เป็นอีกหนึ่งบริษัทก็ได้รับผลกระทบดังกล่าวถึงแม้ว่าจะพึ่งได้รับการอนุมัติให้ประกอบธุรกิจตั้งนิคมอุตสาหกรรมได้สำเร็จ และได้มีการลงทุนไปแล้วบางส่วน ขณะเดียวกันที่ดินภายในนิคมฯนั้นมีลูกค้าจากต่างประเทศให้ความสนใจติดต่อพร้อมที่จะเข้าไปลงทุน แต่อย่างไรก็ตามจะต้องมีเผชิญกับเหตุการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ โดยราคาหุ้นของ AMATA ในวันที่เกิดรัฐประหารขึ้นนั้น ปิดตลาดที่ 16.40 บาทต่อหุ้นลดลง 3.53%


ทั้งนี้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ผู้บริหารของ AMATA ต้องออกมายอมรับว่า ความผันผวนทางการเมืองในเมียนมา ประกอบกับการแพร่ระบาดโควิด 19 ที่เกิดขึ้น อาจกระทบต่อการเข้าไปพัฒนานิคมฯ ทำให้แผนการพัฒนามีความล่าช้าออกไปอีก ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการตัดสินใจของกลุ่มลูกค้า ที่อยู่ระหว่างการเจรจาเข้ามาลงทุนในพื้นที่ประมาณ 20 ราย ที่มีทั้งญี่ปุ่น และ ยุโรป ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ 100% จึงทำให้ต้องปรับลดเป้ารายได้ปีนี้ จากเดิมที่คาดจะขายที่ดินในย่างกุ้งได้ราว 200-300 ไร่ และรับรู้รายได้ปีนี้ แต่ถ้าเหตุการณ์ไม่สงบ ก็คงจะรับรู้รายได้ในปีนี้ไม่ทัน


SCN เป็นหุ้นเล็กที่ไม่เล็กเพราะมีพันธมิตรในตลาดหุ้นที่ร่วมก่อร่างสร้างโรงไฟฟ้าจากพลังงานโซลาร์ฟาร์มที่เมียนมา ขนาดกำลังผลิต 220 MW ซึ่งในเฟสแรก 50 MW แรกจ่ายไฟกันไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตามตลาดยังมีความกังวลว่าเฟสถัดไปนั้นจะได้ลงมือก่อสร้างด้วยหรือไม่ เพราะกลุ่มบริษัทที่ลงทุนร่วมกันนั้นจะต้องหาเงินมาใส่เพิ่มทุนเพื่อให้โครงการพัฒนาเดินหน้าต่อได้ โดยราคาหุ้นของ SCN ในวันนั้นปิดตลาดที่ 1.88 บาทต่อหุ้นลดลง 5.05%


และปิดท้ายที่ MEGA โดยปัจจุบัน MEGA เป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยา ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำในประเทศเมียนมา ซึ่งบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ระบุ MEGA มีสัดส่วนรายได้หลักในเมียนมาถึง 45% โดยมีสินค้าภายใต้แบรนด์ Maxxcare ที่จำหน่ายในเมียนมา เวียดนาม กัมพูชา ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้ราคาหุ้นของ MEGA ปิดตลาดที่ 39.75 บาทลดลง 1.85%


Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Where to put your money
รู้หรือไม่? “SpaceX” ไม่ได้ถูกตีค่าในฐานะบริษัทจรวด... แต่ถูกตีค่าในฐานะ “ผู้ถือกุญแจสู่อนาคต” !!!
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“บล.ดาโอ” ลั่นจุดยืนเป็น “Wealth Management” ชูจุดเด่น “One-Stop Financial Service”… เล็งขยายฐาน “ลูกค้าต่างจังหวัด” พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 25% !!!
Updated 22 hours ago
Stock of the Day
ส่องมุมมองนักวิเคราะห์ SET ครึ่งปีหลังดีหรือแย่? เป้าดัชนี 1,600-1,700 จุด เป็นไปได้แค่ไหน พร้อมโผหุ้นเด่น-ธีมลงทุนที่ต้องจับตาต่อจากนี้
Updated 22 hours ago
Stock of the Day
SET ปิดเช้าพุ่ง 21 จุด ทะลุ 1,600 จุด สำเร็จ! รับแรงหนุนกลุ่มโรงไฟฟ้า-สื่อสาร โบรกฯ มองหุ้นไทยมีดี แต่เริ่มแพง
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“DAOL-GTECH” กระจายลงทุน “หุ้นเทคฯ โลก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาวรับ “โลกยุคดิจิทัล” !!!
Updated 6 hours ago
Follow Us