KEX ดิ่งยาว 6 วันรวดกว่า 18.46% โบรกฯ ชี้ยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัว แถมคาดมีผลขาดทุนยาวไปถึงปี 67
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX ปรับตัวลดลงอย่างร้อนแรง ปิดการซื้อขายของวันนี้ (9 ส.ค.66) ที่ระดับ 7.95 บาท ลดลง 7.56% จากวันก่อนหน้า โดยนับเป็นการปรับลดลง 6 วันติดต่อกัน หรือลดลงกว่า 18.46% เมื่อเทียบราคาปิดวันที่ 31 ก.ค.66
โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ยังคงคำแนะนำขาย แม้ว่าราคาหุ้นจะร่วงลงมาแรงแล้วในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา เพราะ KEX ยังคงมีผลขาดทุนต่อเนื่อง และขาดทุนหนักขึ้นเรื่อย ๆ โดยยังไม่เป็นสัญญาณของการฟื้นตัวเลย
ทั้งนี้ประมาณอนุรักษ์นิยมที่คาดว่าจะขาดทุนหนักแล้วยังมี downside อีก KEX มีผลขาดทุนจากธุรกิจหลักในงวดครึ่งปีแรกของปี 66 อยู่ที่ 1.8 พันล้านบาท ในขณะที่คาดว่าผลขาดทุนเต็มปีจะอยู่ที่ 3 พันล้านบาทในปี 2566 มองว่าประมาณการ ยังมี downside อีกเพราะยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวใด ๆ จากงบไตรมาส 2/66
ส่วนนักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์พาย จำกัด (มหาชน) มีความเห็นว่า ผลประกอบการไตรมาส 2/66 ต่ำกว่าที่ฝ่ายวิจัยและตลาดคาด ด้วยขาดทุนสุทธิที่สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 1.05 พันล้านบาท รายได้ยังมีแนวโน้มขาลง ขณะที่ประโยชน์จากการลดค่าใช้จ่ายการดำเนินงาน (OPEX) ชะลอลง
ทั้งนี้ยังคงมุมมองเดิมที่ว่าบริษัทจะขาดทุนนานกว่าที่ผู้บริหารคาด เพราะแผนการลดต้นทุนน่าจะยังไม่ออกดอกชัดเจนตราบใดที่รายได้ต่อพัสดุยังมีแนวโน้มขาลงในช่วงที่ปริมาณจัดส่งหดตัวต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้จึงคงคำแนะนำ "ขาย" และมูลค่าพื้นฐานที่ 7.50 บาท (จาก 9.10 บาท) หลังปรับเพิ่มประมาณการผลขาดทุนเป็น 3.2 พันล้านบาทในปี 2566 และปี 2567 คาดขาดทุน 1.4 พันล้านบาท
ความกังวลเรื่องการกู้เงินเพิ่มอาจนำไปสู่การเพิ่มทุน โดยคาดว่า OPEX จะลดลงเล็กน้อยในครึ่งหลังปี 66 เพราะเริ่มใช้ระบบอัตโนมัติของ SF Express ผู้นำธุรกิจบริการจัดส่งสินค้าในช่วงสุดท้าย (last mile) ในจีนซึ่งเป็นระบบที่พิสูจน์แล้วว่าช่วยลดการพึ่งพากำลังคนลงได้
แต่ดูเหมือนว่าผลประโยชน์ที่จะได้รับยังจำกัดอยู่ตราบใดที่บริษัทยังเผชิญกับผลกระทบจากขาลงของอุตสาหกรรม หรือยังไม่สามารถชิงส่วนแบ่งตลาดเพิ่มได้
ทั้งนี้ บริษัทได้เริ่มมาตรการลดต้นทุนตั้งแต่ไตรมาส 4/65 ด้วยการลดจำนวนพนักงานลงมากกว่า 1 ส่วน 4 หรือราว 5 พันคน นอกจากนี้ บริษัทแม่อย่าง 'Kerry Logistics Network' (KLN) จะมอบความช่วยเหลือทางการเงินแก่ KEX มูลค่า 1.5 พันล้านบาทในไตรมาส 3/66 ซึ่งน่าจะช่วยบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มทุนในระยะสั้นนี้ลงได้ เพราะจะช่วยหนุนสถานะเงินสดของ KEX เป็น 2.2 พันล้านบาทในไตรมาส 3/66
โดยคาดว่าบริษัทจะพยุงกิจการต่อไปได้โดยไม่ต้องเพิ่มทุน หรือกู้เงินเพิ่มในช่วงที่มีสงครามราคาที่รุนแรงปานกลาง อย่างน้อยจนถึงไตรมาส 1/67 เมื่ออิงการตรวจสอบข้อมูลของฝ่ายวิจัย คาดว่าสภาพคล่องและสถานะเงินทุนของ KEX จะยังดูดีอยู่เมื่อเทียบกับคู่แข่งรายสำคัญในตลาด
แต่มองว่าสถานะการเงินในอนาคตยังมีความเสี่ยงอยู่ เพราะยังยากที่จะคาดคะเนถึงจุดกลับตัวของอุตสาหกรรมในเชิงผลประกอบการ ขณะที่เศรษฐกิจมหภาคยังเผชิญกับแรงกดดัน เช่น การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำและการบริโภคภาคเอกชนที่ฟื้นตัวช้าต่อเนื่อง
สำหรับการรวมตลาดระหว่างผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุด่วน อาจเป็นทางรอดสำหรับผู้เล่นบางราย แต่เป็นแนวทางที่ยากจะเห็นในเร็วๆนี้ เพราะตอนนี้ยังไม่เห็นผู้ประกอบการรายสำคัญรายไหนยอมยกรงขาว เพราะแต่ละรายก็มีบริษัทยัษ์ใหญ่จากต่างชาติหนุนหลังอยู่ทั้งสิ้น
