SET แกว่งตัว 1,540 จุด คาด FED ยุติขึ้นดอกเบี้ย แนะ 7 หุ้น อิงกระแสการเมือง
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ ประเมิน SET แกว่งตัว 1,525 - 1,540 จุด แม้ดัชนีจะได้แรงหนุนจากคาดการณ์ FED ยุติการปรับขึ้นดอกเบี้ยหลังตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) สหรัฐเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด รวมถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย อย่างไรก็ตามความกังวลข้อพิพาทด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐและจีนที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลงจะกดดันให้ดัชนีสลับอ่อนตัวลง
โดยกลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy หุ้น SIRI SC PR9 GULF GPSC BGRIM STEC หุ้นอิงกระแสการเมือง รวมทั้ง MSCI rebalance มีผล 1 ก.ย.: Global Standard Index เข้า TTB ออก CBG SAWAD และSmall cap index เข้า CBG COM7 ITC PSG SAWAD ออก PTL SINGER S
หุ้นแนะนำวันนี้ BDMS (ปิด 29.25 ซื้อ/เป้า 37 บาท) ดักซื้อก่อนเข้าสู่ high season ของธุรกิจในไตรมาส 3 และเป็นอีกหนึ่งหลักทรัพย์ที่จะได้เพิ่มน้ำหนักในดัชนีใหม่ (SET50/100FF) เนื่องจากเป็นหุ้นที่มี Market Cap สูง (4 แสนล้านบาท) และ Free float สูง (70%) จึงมีน้ำหนักในดัชนีใหม่มากขึ้นเมื่อเทียบกับหุ้นอื่นๆ
KBANK (ปิด 127 ซื้อ/เป้า IAA Consensus 148 บาท) ราคาหุ้นยัง Laggard จากกลุ่ม (YTD: KBANK-14%, BBL+18%, KTB+14%, SCB+6%) KBANK จะเป็นอีกหนึ่งหลักทรัพย์ที่จะได้เพิ่มน้ำหนักจากการคำนวณดัชนีใหม่ (SET50/100FF) เป็นรองแค่ BBL ในกลุ่มธนาคาร
ประเด็นสำคัญวันนี้ MSCI Rebalance TTB ได้ปรับเข้า แต่ CBG SAWAD ถูกปรับออกมีผล 31 ส.ค.23: ดัชนี Global Standard มีหุ้นได้ปรับเข้าใหม่ คือ TTB ออก คือ CBG SAWAD, ส่วน Global Small Cap เข้าคือ CBG COM7 ITC PSG SAWAD ออก คือ PTL SINGER และ S (เสมือ CBG และ SAWAD โดนลดเกรด)
ดาวโจนส์ฟื้นตัวตอบรับอัตราเงินเฟ้อสหรัฐเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่คาดไว้: ดัชนีตลาดหุ้นดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 53 จุด (+0.15%) ปิดที่ 35,176 จุด หลังจากสหรัฐรายงานอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.20%จากเดือนก่อน และ 3.2%ช่วงเดียวกันของปีก่อน น้อยกว่าที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.3% ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.2%จากเดือนก่อน และ 4.7%ช่วงเดียวกันของปีก่อน น้อยกว่าที่ตลาดคาดว่าจะทรงตัวที่ 4.8%
สัปดาห์หน้าสภาพัฒน์ประกาศ GDP ไตรมาส 2/66 แต่ให้จับตาประมาณการณ์ตัวเลขทั้งปี: เบื้องต้น Consensus คาด GDP ของไทยในไตรมาส 2/66 จะขยายตัว 2.6% ลดลงเล็กน้อยจาก 2.7% ในไตรมาส 1 และยังห่างจากเป้าทั้งปีที่ 3.2% จึงต้องจับตาว่าสภาพัฒน์จะมีการเปลี่ยนแปลงประมาณการณ์ GDP ในปีนี้และปีหน้าหรือไม่เพราะจะมีผลต่อ sentiment การลงทุนกับหุ้นกลุ่ม Domestic Play โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร
