COCOCO เล็งเปิดขาย IPO ก.ย. นี้ ลุยเข้าเทรด SET ภายในไตรมาส 3/66 ชูจุดแข็งฐานลูกค้ากว่า 90 ประเทศทั่วโลก
COCOCO เผยโรดโชว์หัวเมืองใหญ่นักลงทุนให้การตอบรับล้นหลาม เตรียมขาย IPO ต้น-กลางเดือนก.ย. นี้ และเข้าเทรด SET ภายในไตรมาส 3/66 นำเงินขยายกำลังการผลิต หนุนผลงานเติบโตต่อเนื่อง
นางสาวออมสิน ศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม หรือ Joint Lead Underwriters ของ บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO เปิดเผยว่า การเดินสายนำเสนอข้อมูล (RoadShow) ให้แก่นักลงทุนในหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศประสบความสำเร็จอย่างมาก นักลงทุนให้การตอบรับและเข้าฟังการนำเสนอข้อมูลอย่างคึกคัก
โดยบริษัทคาดว่าการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนครั้งแรก (IPO) ของ COCOCO จะเกิดขึ้นในต้น-กลางเดือนก.ย. 66 หลังจากสถานการณ์ต่างๆ คลี่คลายและบริษัทมีความพร้อม และคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในหมวดธุรกิจ (Sector) อาหารและเครื่องดื่ม ภายในไตรมาส 3/2566
นายธีรศักดิ์ ทวีปิยมาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) UOBKH ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม หรือ Joint Lead Underwriters กล่าวว่า งานโรดโชว์ในครั้งนี้ ทำให้นักลงทุนเข้าใจลักษณะการดำเนินธุรกิจ และทำความรู้จักกับ COCOCO มากขึ้น รวมถึงศักยภาพในการเติบโตและความสามารถในการแข่งขัน ที่มีเป้าหมายการพัฒนาที่มุ่งเน้นการยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว และการขยายตลาดต่างประเทศให้ขยายวงกว้างมากขึ้นจากปัจจุบันที่มีลูกค้ากว่า 90 ประเทศทั่วโลก ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้นักลงทุนก่อนทำการเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้
ด้านดร.วรวัฒน์ ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO กล่าวว่า การจัดโรดโชว์ในหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศของ COCOCO ได้รับการตอบรับที่ดีมากจากนักลงทุน สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจในตัวธุรกิจ ซึ่งเป็นผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวรายใหญ่ของไทย โดยได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนที่มีต่อบริษัทมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ บริษัทมีแผนจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไป 1. ใช้ขยายกำลังการผลิต ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว โดยซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์เพื่อผลิตน้ำมะพร้าว เพื่อขยายกำลังผลิตน้ำมะพร้าวจากประมาณ 110,000 ตันต่อปี เป็น 218,000 ตันต่อปี รวมถึงขยายคลังสินค้าเพื่อรองรับการจัดเก็บผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าว
2.ซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์เพื่อขยายประเภทสินค้าในผลิตภัณฑ์ขนมกินเล่นของสุนัขและแมว, 3. ซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์เพื่อขยายประเภทสินค้าในไอศกรีม, 4. ชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และ 5. ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ
