โบรกฯ เผยหุ้นแบงก์วานนี้ดิ่ง เหตุโดนแรงขายทำกำไรช่วงสั้น มั่นใจ valuation ถูก- กำไรโตต่อ
วานนี้ (24 ส.ค. 66) ราคาหุ้นในกลุ่มธนาคารบางส่วนปรับตัวลงแรง นำโดย KTB ราคาหุ้นปรับลง 4.50% และ TTB ราคาหุ้นปรับลง 4.44% จากวันก่อนหน้า ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าอาจเป็นการขายทำกำไรระยะสั้น หลังช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นกลุ่มธนาคารปรับขึ้นมาค่อนข้างมาก รวมถึงยังไม่เห็นปัจจัยลบที่จะกระทบต่อหุ้นในกลุ่มฯ อย่างมีนัยสำคัญ
โดยนายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารที่ปรับตัวลงวานนี้ น่าจะเกิดจากแนวโน้มดอกเบี้ยในเดือนก.ย. 66 ที่ช่วงแรกยังมีความเป็นไปได้เท่ากันระหว่างการปรับขึ้นดอกเบี้ยและคงดอกเบี้ย แต่ระยะหลังเทรนด์ไปในทางคงดอกเบี้ยมากกว่า
ดังนั้นหุ้นธนาคารที่ปรับตัวขึ้นมาตั้งแต่หลังการเลือกตั้งประมาณ 10% ซึ่งนับเป็นหุ้น Domestic Play กลุ่มเดียวที่ยังเป็นบวกอยู่ จึงมีแรงขายทำกำไรระยะสั้นออกมา ทั้งนี้ ยังไม่มีประเด็นเชิงลบในเรื่องของ NPL เข้ามากระทบ แต่มองว่าเป็นความกังวลราคาหุ้นที่อาจขยับขึ้นได้ยาก จึงขายทำกำไรออกมาก่อน
ทั้งนี้ ประเมินราคาหุ้นกลุ่มธนาคารน่าจะปรับลงไม่มา เพราะ valuation ไม่แพง และหากเศรษฐกิจไทยฟื้น กำไรจะทยอยปรับตัวขึ้นได้ในช่วงครึ่งปีหลังและปีหน้า โดยวันนี้ (25 ส.ค. 66) ราคาหุ้นธนาคารยังทรงตัว อาจปรับขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่ได้มีสัญญาณเชิงลบ
อย่างไรก็ตาม แม้แนวโน้มราคาหุ้นของกลุ่มธนาคารในระยะถัดไปอาจไม่ได้ปรับขึ้นแรงเหมือนช่วงที่ผ่านมา แต่ด้วย valuation ที่ไม่แพง และแนวโน้มกำไรที่มีโอกาสขยายตัวตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย จึงยังเป็นโอกาสให้นักลงทุนที่สนใจ เข้าสะสมหุ้นในกลุ่มธนาคารได้อยู่
ด้านนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารที่ปรับตัวลงวานนี้ เบื้องต้นยังไม่พบประเด็นข่าวที่กระทบเชิงลบต่อกลุ่มธนาคารอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นจึงให้น้ำหนักหลักมาจากการทยอยขายทำกำไร จากช่วงที่ผ่านมากลุ่มธนาคารราคาแข็งแกร่ง เทียบกับกลุ่มอื่นๆ นอกจากนั้นอาจมีความกังวลเรื่อง GDP ไตรมาส 2/66 ที่ประกาศตั้งแต่ต้นอาทิตย์ขยายตัวต่ำกว่าตลาดคาด ทำให้มีแนวโน้ม ธปท. และ ตลาด อาจปรับ GDP ทั้งปีลงได้
โดยมองว่าการที่ราคาหุ้นธนาคารลงเป็นโอกาสในการสะสม เพราะผลประกอบการปี 2566-2567 เติบโตได้ 19% และ 7% ตามลำดับ รวมถึง ROE ปรับระดับขึ้นมาอยู่ที่ 9.0-9.2% สูงกว่า 7.8% ดังนั้นฝ่ายวิเคราะห์ยังคงคำแนะนำ BULLISH ต่อกลุ่มธนาคาร เชิงกลยุทธ์ลงทุน KBANK ราคาเป้าหมาย 140 บาท, SCB ราคาเป้าหมาย 125 บาท ตั้งรับ BBL ราคาเป้าหมาย 220 บาท และ TTB ราคาเป้าหมาย 1.8 บาท
