“สยามราชธานี “ หรือ SO กำลังปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ เพื่อเสริมสร้างโอกาส และการเติบโต
บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง เพราะในช่วงที่ผ่านมามีบริษัทขนาดใหญ่อย่าง WHA หรือ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จะส่งบริษัท ดับบลิวเอชเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด เข้าไปถือหุ้นในสัดส่วน 20%
รวมถึงในช่วงที่ผ่านมาได้ดึง “ท๊อป จิรายุส” ซีอีโอบิทคับ เข้ามานั่งเป็นกรรมการยุทธศาสตร์ของบริษัทอีกด้วย โดย SO มีความน่าสนใจและจุดเด่นอย่างไร Wealthy Thai จะพาไปหาคำตอบ
โดยปัจจุบัน SO มีธุรกิจ Outsource และ Technology แบบครบวงจรของ SO แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ SO People คือการบริหารจัดการพนักงานขับรถ พนักงานสำนักงาน ที่ช่วยลดภาระการจัดการงานบุคลากร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารและช่วยลดต้นทุนได้
SO Next คือกระบวนการจัดการข้อมูลที่สนับสนุนการทำงานทุกกลุ่มธุรกิจ SO Green คือการบริการออกแบบดูแลตกแต่งพื้นที่สีเขียว SO Wheel คือการให้บริการรถเช่า อาทิ รถประจำตำแหน่ง รถกระบะ รถเช่า พร้อมระบบบริหารจัดการการใช้รถยนต์
ทั้งนี้การที่ SO เป็นพันธมิตรกับกลุ่ม WHA ถือเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์กลยุทธ์ของทั้งสองฝ่าย โดย SO ได้นำเอาจุดแข็งด้าน Lean and Digitization ผสมผสานกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยสนับสนุนภารกิจ Mission to the Sun ของ WHA ที่จะสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าภาคอุตสาหกรรม ยกระดับการให้บริการที่ครบถ้วน มีคุณภาพ ทันสมัย สะดวกสบาย มีความยั่งยืน รับเทรนด์การเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต
ขณะเดียวกัน SO เองนั้น ก็มีเป้าหมายขับเคลื่อนองค์กรสู่ Tech Company โดยทรานฟอร์มจากการเป็นบริษัทที่ส่งมอบพนักงานไปสู่บริษัทเทคโนโลยี ทั้งกระบวนการทางธุรกิจแบบครบวงจร และสรรหาเทคโนโลยีที่เหมาะสมต่อกระบวนการที่ส่งมอบให้ลูกค้า เช่น Cloud Computing, Blockchain, AI ประกอบกับการที่มีกรรมการและผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีระดับสูง เช่น คุณท๊อปจาก Bitkub
โดยสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็น ปรากฏการณ์ครั้งสำคัญช่วยผลักดันอุตสาหกรรม Outsourcing Services โดยนำจุดแข็งด้าน “Outsource และ Technology” ช่วยส่งเสริมการให้บริการแก่ลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ช่วยให้ลูกค้าภาคอุตสาหกรรมใหม่เข้าถึงบริการต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจและมีมาตรฐาน
ทั้งนี้หากย้อนดูความสำเร็จผลประกอบการของ SO ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 ที่ผ่านมาจะพบคำตอบได้ว่ามีการเติบโตของรายได้ในแต่ละธุรกิจ ซึ่งส่งผลให้รายได้รวม และกำไรสุทธิเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 ทาง SO มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,189 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันก่อนของปีก่อน ซึ่งหลักๆ แล้วมาจากรายได้ค่าบริหารจัดการบุคลากร ที่สามารถทำเงินให้กับ SO ได้มากที่สุด ดังนั้นเองจึงส่งผลให้ SO มีกำไรสุทธิได้กว่า 105 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% จากปีก่อน
การเพิ่มขึ้นดังกล่าวมาจากส่วนงานบริหารจัดการพนักงานช่างเทคนิค เนื่องจากลูกค้าประเภทหน่วยงานรัฐบาลที่เป็นคู่สัญญาของบริษัทได้เพิ่มอัตราค่าจ้างตามสัญญาเมื่อเทียบกับสัญญาเดิมที่บริษัทเคยได้รับในงวดเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้รายได้ส่วนหนึ่งยังเพิ่มขึ้นมาจากส่วนงานบริการดูแลภูมิทัศน์ที่ได้มีการทําสัญญาใหม่
นอกจากนี้ ในอนาคต SO ยังได้เตรียมพร้อมศักยภาพการให้บริการด้านระบบงานเทคโนโลยีต่างๆ (IT Outsourcing) เข้ามาตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า ตั้งแต่จัดหาบุคลากรด้านไอที เช่น Programmer, Tester, Security, Helpdesk และการพัฒนา Platform เพื่อช่วยกระบวนการทางธุรกิจให้ทำงานที่เป็นระบบตอบโจทย์มาตรฐาน ISO กระบวนการตรวจสอบภายใน (Internal Audit)
รวมถึงลดการใช้กระดาษ และการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ สามารถนำไปแสดงผลเป็น Dashboard เพื่อวิเคราะห์และพัฒนากระบวนการต่อไป ยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าให้ได้รับความสะดวก ทันสมัย และได้ประโยชน์สูงสุด

