ผิดคาด! กนง.ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% โบรกฯ มองลบต่อตลาดหุ้นไทย เพิ่มต้นทุนการเงิน-ฉุดผลประกอบการบจ.
คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% เป็น 2.50% และปรับลดจีดีพีไทยปี 2566 เหลือ 2.8% จากเดิม 3.6% ฟากนักวิเคราะห์ ชี้ดอกเบี้ยขึ้นรอบนี้สวนทางตลาด คาดกระทบต้นทุนการเงินบริษัทจดทะเบียน และอาจฉุดผลประกอบการอีกด้วย
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากประเด็น กนง. มีมติขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะคงดอกเบี้ย ส่งผลให้ดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันอยู่ที่ 2.50%
พร้อมปรับตัวเลขเศรษฐกิจประกอบไปด้วยปรับ GDP ปีนี้ลงเหลือ 2.8% จากเดิม 3.6% และคาดปีหน้าโต 4.4%, ปรับตัวเลขส่งออกเป็น -1.7% จากเดิม -0.1% และคาดปีหน้าโต 4.2%, ปรับเงินเฟ้อปีนี้ลดลงเหลือ 1.6% จากเดิม 2.5% และปีหน้า 2.6% และปรับลดคาดการณ์นักท่องเที่ยวในปีนี้ลงเหลือ 28.5 ล้านคน จากเดิม 29 ล้านคน
สำหรับการปรับขึ้นครั้งนี้ เป็นการปรับขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐฯ หลังจากนี้ ซึ่งเป็นอัตราที่เหมาะสมกับการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว
โดยมองเป็น Sentiment เชิง “ลบ” ต่อตลาดหุ้น แต่ในทางกลับกันอาจเป็นการส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายในปีนี้แล้ว แนะนำ “ซื้อ” กลุ่มธนาคาร อย่าง BBL SCB KTB TTB
ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองเป็นบวกต่อกลุ่มแบงค์และกลุ่ม Spending ในช่วงสั้น แต่มีมุมมองเป็นปัจจัยลบต่อตลาดหุ้นในภาพรวม เนื่องจากต้นทุนดอกเบี้ยที่กดดันผลประกอบการ นำโดย กลุ่มอสังหาฯ, ไฟแนนซ์ เป็นต้น
ส่วนนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองผลการประชุม กนง. แม้จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เป็น 2.50% แต่ส่งสัญญาณชัดเจนว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน สอดคล้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว ผลการประชุมวันนี้จึงไม่ส่งผลต่อผลตอบแทนตราสารหนี้ในตลาดมากนัก โดยรุ่นอายุ 5 ปี และ 10 ปี ยังปรับตัวลง 0.03% และ 0.04% ตามลำดับ
ทั้งนี้ ด้วยแนวโน้มการบริโภคที่โตต่อเนื่องและการส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ กนง.คาดว่าจะเป็นปัจจัยที่ช่วยจำกัดดาวน์ไซด์ให้กับ Domestic play ในระยะถัดไปได้ เช่น ค้าปลีก อาหารเครื่องดื่ม ไฟแนนซ์ รวมถึงกลุ่มกองรีท
